เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ยศชนัน กางพิมพ์เขียว “เศรษฐกิจอวกาศ”ดันโมเดล PPP ท่าอวกาศยานไทย
Politics ยศชนัน กางพิมพ์เขียว “เศรษฐกิจอวกาศ”ดันโมเดล PPP ท่าอวกาศยานไทย
SONY กับอนาคตของ Blu- Ray
Tech SONY กับอนาคตของ Blu- Ray
อย.เตรียมปลดล็อก ‘ยาสีฟันฟลูออไรด์ 5,000 ppm’ ใช้ภายใต้คำแนะนำทันตแพทย์
News อย.เตรียมปลดล็อก ‘ยาสีฟันฟลูออไรด์ 5,000 ppm’ ใช้ภายใต้คำแนะนำทันตแพทย์
เพาเวอร์บาย เปิดสาขาใหม่ ‘เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์’ ชูค้าปลีกเทคโนโลยีเจาะ Gen Z
Biz Movement เพาเวอร์บาย เปิดสาขาใหม่ ‘เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์’ ชูค้าปลีกเทคโนโลยีเจาะ Gen Z
วช.-ม.ทักษิณ ดันนวัตกรรมสังคมสร้างเศรษฐกิจใต้ ขนทัพนักวิจัยร่วมงานกว่า 5,000 คน
Biz Movement วช.-ม.ทักษิณ ดันนวัตกรรมสังคมสร้างเศรษฐกิจใต้ ขนทัพนักวิจัยร่วมงานกว่า 5,000 คน
ชาวฝรั่งเศส แย่งกันซื้อแอร์ เตรียมรับคลื่นความร้อนระลอกใหม่
Biz Movement ชาวฝรั่งเศส แย่งกันซื้อแอร์ เตรียมรับคลื่นความร้อนระลอกใหม่
เอ็มจี แจงกรณีรถอีวี ‘MG4’ ไฟไหม้ ยันไม่เกี่ยวคุณภาพผลิตภัณฑ์
EV เอ็มจี แจงกรณีรถอีวี ‘MG4’ ไฟไหม้ ยันไม่เกี่ยวคุณภาพผลิตภัณฑ์
ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนปรับสู่เกณฑ์ “ร้อนแรง” นักลงทุนจับตามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ-สงคราม-เฟด
Finance ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนปรับสู่เกณฑ์ “ร้อนแรง” นักลงทุนจับตามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ-สงคราม-เฟด
เส้นทางธุรกิจ ‘โน้ส อุดม’ กว่า 30 ปีสร้างอาณาจักรเดี่ยวไมโครโฟน
Business เส้นทางธุรกิจ ‘โน้ส อุดม’ กว่า 30 ปีสร้างอาณาจักรเดี่ยวไมโครโฟน
BYD SEAL 6 เพิ่มรุ่นย่อย ราคาเริ่มต้น 799,000 บาท 
EV BYD SEAL 6 เพิ่มรุ่นย่อย ราคาเริ่มต้น 799,000 บาท 
ดูทั้งหมด

MAHLE เปิดวิสัยทัศน์ ‘2030+’ เร่งเครื่องสู่ยุค ‘Efficiency in Motion’ หนุนไทยขึ้นแท่นฐานผลิตสำคัญเอเชีย 

24 พ.ย. 2568 | 15:36น.
MAHLE เปิดวิสัยทัศน์ ‘2030+’ เร่งเครื่องสู่ยุค ‘Efficiency in Motion’ หนุนไทยขึ้นแท่นฐานผลิตสำคัญเอเชีย 

ย้อนกลับไปเมื่อปี 1920 ที่เมืองชตุทท์การ์ท ประเทศเยอรมนี พี่น้องตระกูลมาห์เลได้เริ่มต้นธุรกิจเล็กๆ ที่เกิดจากความหลงใหลด้านวิศวกรรม ต่อมาได้ก่อร่างเป็นธุรกิจที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็น MAHLE หรือ มาห์เล หนึ่งในผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์รายสำคัญของโลก ซึ่งปัจจุบันองค์กรแห่งนี้มีพนักงานทั่วโลกกว่า 67,708 คน มีฐานการผลิตกว่า 135 แห่งใน 28 ประเทศ และถูกจัดอันดับให้เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ระดับท็อป 25 ของโลก

วันนี้ประชาชาติธุรกิจพาไปสำรวจวิสัยทัศน์ใหม่ของ MAHLE ในช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกกำลังเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและความยั่งยืน ผ่านกลยุทธ์ ‘MAHLE 2030+’ ที่มุ่งกำหนดทิศทางอนาคตของการขับเคลื่อน พร้อมเปิดมุมมองบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางสำคัญในเครือข่ายโลก และการพัฒนาเทคโนโลยีด้านการจัดการความร้อนและพลังงาน ซึ่งกำลังกลายเป็นกุญแจสำคัญของสมรภูมิยานยนต์ยุคใหม่ในเอเชีย

Joachim Baczewski, Vice President Thermal and Fluid Systems East Asia

Joachim Baczewski, Vice President Thermal and Fluid Systems East Asia เผยว่า ปี 2024 นับเป็นอีกปีที่ MAHLE ตอกย้ำความแข็งแกร่ง ด้วยยอดขายรวม 11.7 พันล้านยูโร พร้อมผลประกอบการที่เติบโตเชิงบวก โดยบริษัทได้จัดสรรงบวิจัยและพัฒนา (R&D) กว่า 5.4% ของรายได้ ต่อยอดเทคโนโลยีใหม่ให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม 

สำหรับตลาดเอเชียถือเป็นภูมิภาคยุทธศาสตร์สำคัญของ MAHLE ที่กวาดรายได้กว่า 2.3 พันล้านยูโรในปี 2024 จากตลาดสำคัญอย่างจีน อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ และไทย ทั้งยังมีเครือข่ายโรงงาน 51 แห่ง และศูนย์เทคโนโลยี 4 แห่ง ทำให้เอเชียกลายเป็นฐานที่แข็งแกร่งของบริษัท ทั้งในด้านการผลิต การวิจัย และการพัฒนานวัตกรรม

เมื่อเจาะลึกลงไปที่ระดับประเทศ ญี่ปุ่นถือเป็นฐานหลักของ MAHLE ในเอเชียตะวันออก มีโรงงาน 9 แห่ง ศูนย์เทคโนโลยี 4 แห่ง และพนักงานกว่า 2,600 คน สร้างรายได้กว่า 500 ล้านยูโรต่อปี ขณะที่เกาหลีใต้มีโรงงาน 2 แห่ง และสร้างรายได้ 228 ล้านยูโร ทำให้ทั้งสองประเทศกลายเป็นหัวใจของการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่สำคัญในภูมิภาคนี้

ขณะที่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศไทยคือศูนย์กลางของ MAHLE ในภูมิภาคนี้ ซึ่งบริษัทได้เริ่มดำเนินงานในไทยมาตั้งแต่ปี 1972 ปัจจุบันมีโรงงาน 5 แห่ง ศูนย์วิศวกรรม 1 แห่ง และสำนักงานบริการอีก 1 แห่ง สร้างรายได้กว่า 158 ล้านยูโรในปี 2024 และมีพนักงานกว่า 1,262 คน ด้วยเครือข่ายการผลิตและบุคลากรที่แข็งแรงทำให้ไทยกลายเป็นฐานที่มีน้ำหนักทั้งด้านการผลิตและพัฒนาเทคโนโลยี โดยเฉพาะในธุรกิจระบบส่งกำลังและเทคโนโลยีชาร์จพลังงาน ระบบจัดการความร้อนและการควบคุมของเหลว และโซลูชันตลอดวงจรผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมการเดินทางยุคใหม่

Jakob Ruemmler, CFO South Asia and Managing Director of MAHLE Services Thailand

ด้าน Jakob Ruemmler, CFO South Asia and Managing Director of MAHLE Services Thailand ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ภารกิจด้านนวัตกรรมของ MAHLE ในประเทศไทยยิ่งโดดเด่นขึ้นเมื่อมีการตั้ง ‘ศูนย์วิศวกรรมแห่งเอเชีย (Engineering Center Asia – ECA)’ ซึ่งเป็นฐานพัฒนานวัตกรรมด้าน Thermal & Fluid Systems ที่ขับเคลื่อนโดยทีมวิศวกรไทยรุ่นใหม่ที่ได้รับการสั่งสมประสบการณ์จากเครือข่ายระดับโลก

“ศูนย์วิศวกรรมแห่งนี้คือหัวใจของการผสานความรู้ระดับสากลเข้ากับการพัฒนาเทคโนโลยีโดยบุคลากรท้องถิ่น เพราะ ‘ธุรกิจนี้คือธุรกิจของคน’ การเติบโตของคนคือการเติบโตของบริษัท และวิศวกรไทยคือกำลังหลักที่ช่วยให้ MAHLE สร้างสรรค์เทคโนโลยีให้ตอบโจทย์ลูกค้าทั้งในญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน และไทยเอง

“ดังนั้น ศูนย์วิจัยในไทยแห่งนี้จึงมีการติดตั้งเครื่องมือทดสอบและพัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุด ทั้งยังทำงานร่วมกับทีมทั่วโลกแบบเรียลไทม์ และกำลังขยายศักยภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการด้านเทคโนโลยียานยนต์ในอนาคต” Jakob กล่าว

Shuichi Eguchi, Head of Sales MAHLE Services Thailand

นอกจากนี้ Shuichi Eguchi, Head of Sales MAHLE Services Thailand ยังชี้ให้เห็นถึงความแข็งแรงของฐานลูกค้าในไทยว่า สำหรับฐานลูกค้าของ MAHLE ในไทยครอบคลุมแทบทุกค่ายรถยนต์ของญี่ปุ่น รวมถึงผู้ผลิตรถยนต์ยุโรปบางส่วน ทำให้บริษัทมีความหลากหลายทั้งด้านผลิตภัณฑ์และตลาด โดย 90% ของยอดขายในไทยมาจากการรับจ้างผลิตสินค้าให้แบรนด์อื่น  (OEM) และกว่า 60-70% ของชิ้นส่วนทั้งหมดสามารถใช้งานกับรถยนต์ไฟฟ้าได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นชุดทำความเย็นแบตเตอรี่ ระบบจัดการอุณหภูมิสำหรับ EV และชิ้นส่วนที่รองรับการขับเคลื่อนไฟฟ้าแบบล้อ-เพลา

“MAHLE เชื่อมั่นว่าตลาดยานยนต์ของไทยจะเติบโตในกลุ่ม Hybrid และ Plug-in Hybrid ซึ่งสอดรับกับผลิตภัณฑ์ชุดปัจจุบันที่พร้อมรองรับความต้องการเหล่านี้อย่างเต็มที่”

สุดท้ายนี้ Joachim Baczewski, Vice President Thermal and Fluid Systems East Asia กล่าวว่า ปัจจุบัน MAHLE กำลังเดินหน้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยได้ประกาศทิศทางใหม่ภายใต้กลยุทธ์ MAHLE 2030+ ที่มุ่งยกระดับเทคโนโลยียานยนต์ให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลก ผ่านเป้าหมายหลักคือ ‘Efficiency in Motion’ หรือการขับเคลื่อนที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยียานยนต์สันดาปที่สะอาดขึ้น (Internal Combustion Engines – ICE) ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า (Electrification) ไปจนถึงระบบจัดการความร้อนอัจฉริยะ (Thermal Management) ทั้งหมดถูกพัฒนาด้วยแนวคิด ‘เทคโนโลยีเป็นกลาง’ ที่ไม่ยึดติดพลังงานรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง แต่ให้ความสำคัญกับการลดการสูญเสียพลังงานในทุกระบบ เพื่อสร้างการเดินทางที่ยั่งยืนในอนาคต

ด้วยกรอบกลยุทธ์นี้ MAHLE พร้อมปักหมุดอนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์ เปิดทางสู่โซลูชันที่ทั้งยั่งยืน มีประสิทธิภาพ และรองรับความต้องการของผู้ใช้รถในยุคใหม่ หนึ่งในตัวอย่างที่โดดเด่นคือ เทคโนโลยี Electric Drives และ Smart Charging ทำให้การขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าใช้งานสะดวกขึ้น ชาร์จได้รวดเร็วขึ้น และเพิ่มระยะทางวิ่งได้ไกลกว่าเดิม เปิดประตูสู่การเปลี่ยนผ่านสู่ยุค e-mobility อย่างเต็มรูปแบบ

พร้อมกันนี้ MAHLE ยังย้ำบทบาทความเป็นผู้นำในตลาดโลก ด้วยการเป็นผู้ผลิตมอเตอร์ไฟฟ้ารายใหญ่ในยุโรป มียอดผลิตสะสมมากกว่า 8 ล้านยูนิต และที่สำคัญยังมีความร่วมมือกับ Siemens ในการพัฒนาเทคโนโลยี ‘Wireless Charging’ ยิ่งช่วยผลักดันให้การชาร์จพลังงานเป็นเรื่องง่ายและเชื่อมต่ออนาคตของโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จอย่างไร้รอยต่อ นับเป็นอีกก้าวสำคัญที่เตรียมอุตสาหกรรมยานยนต์ให้พร้อมสำหรับอนาคตที่กำลังมาถึง