จากงานฝีมือสู่อุตสาหกรรมระดับโลก! เจียงซู ปั้น ‘เมืองไวโอลิน’ สร้างงานให้คนนับหมื่น
สวี เสี่ยวเฟิง (ซ้าย) กำลังสอนช่างประกอบไวโอลิน (ภาพ: People’s Daily)
ตำบลหวงเฉียว นครไท่ซิง มณฑลเจียงซู ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น “เมืองหลวงแห่งอุตสาหกรรมไวโอลินของจีน” กำลังใช้ภูมิปัญญาการทำเครื่องดนตรีเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการจ้างงานในท้องถิ่น จนกลายเป็นต้นแบบการพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่สร้างรายได้ให้ประชาชนจำนวนมาก
ปัจจุบัน ไวโอลินราว 70% ของจีน และ 40% ของโลก ผลิตจากที่นี่ แต่เมื่อกว่า 60 ปีก่อน พื้นที่แห่งนี้เป็นเพียงแหล่งผลิตชิ้นส่วนส่งให้โรงงานทำไวโอลินในนครเซี่ยงไฮ้เท่านั้น ต่อมาในทศวรรษ 1980 ชาวบ้านเริ่มพัฒนาทักษะการทำไวโอลินอย่างจริงจัง จนกลายเป็นอาชีพสำคัญของคนในพื้นที่
อย่างไรก็ตาม ช่วงต้นศตวรรษที่ 21 แม้หวงเฉียวจะผลิตไวโอลินได้หลายแสนตัวต่อปี แต่ส่วนใหญ่เป็นสินค้าราคาต่ำ ขาดมูลค่าเพิ่มและไม่สามารถแข่งขันกับไวโอลินระดับสูงจากต่างประเทศได้

หนึ่งในขั้นตอนการผลิตไวโอลินของบริษัท Jiangsu Fengling Musical Instrument Co., Ltd. (ภาพ: People’s Daily)
สวี เสี่ยวเฟิง อดีตทหารที่ผันตัวมาเป็นช่างทำไวโอลิน หลังศึกษาด้านการทำเครื่องดนตรีที่สถาบันดนตรีชั้นนำของจีน ได้กลับมาพัฒนาวงการไวโอลินในบ้านเกิด เขาเป็นผู้ผลักดันการผลิตไวโอลินแบบครบทุกขั้นตอน และคิดค้นเทคนิคการใช้จุลินทรีย์ปรับสภาพไม้เพื่อยกระดับคุณภาพเสียง ส่งผลให้ไวโอลินจากหวงเฉียวคว้ารางวัลในการประกวดระดับนานาชาติหลายครั้ง
ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา สวี เสี่ยวเฟิงได้เปิดสตูดิโอส่วนตัว ถ่ายทอดความรู้ให้ช่างฝีมือเกือบ 60 คน และฝึกอบรมชาวบ้านกว่า 2,500 คน รวมถึงช่วยเหลือครอบครัวรายได้น้อยให้มีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง

ภาพมุมสูงอุทยานวัฒนธรรมอุตสาหกรรมเครื่องดนตรีหวงเฉียว
(ภาพ: ศูนย์สื่อบูรณาการเมืองไท่ซิง)
ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ตำบลหวงเฉียวมีบริษัทผู้ผลิตเครื่องดนตรีและธุรกิจที่เกี่ยวข้องมากกว่า 220 แห่ง ผลิตไวโอลินมากกว่า 1 ล้านตัวต่อปี พร้อมชิ้นส่วนอีกกว่า 1 ล้านชุด ในปี 2025 อุตสาหกรรมเครื่องดนตรีของตำบลสร้างรายได้จากการจำหน่ายรวม 2,453 ล้านหยวน และมีประชาชนเกือบ 30,000 คนทำงานในห่วงโซ่อุตสาหกรรมไวโอลิน คิดเป็นประมาณ 30% ของกำลังแรงงานทั้งหมดในเมือง
จากงานหัตถกรรมท้องถิ่นสู่ศูนย์กลางการผลิตไวโอลินระดับโลก หวงเฉียวกำลังพิสูจน์ให้เห็นว่าเสียงดนตรีไม่เพียงสร้างสุนทรียะ แต่ยังสามารถสร้างอาชีพ รายได้ และความเจริญให้กับทั้งชุมชนได้อย่างยั่งยืน
ที่มา People’s Daily