พีเจวู้ด เดินหน้าซื้อกิจการบริษัทไม้ยางพม่า พร้อมเปลี่ยนเป็นศูนย์กลางการผลิตในอนาคต
หลังจากที่ได้ขยายฐานการผลิตในสำนักงานใหญ่ที่จังหวัดชลบุรีไปเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ล่าสุด บริษัท พีเจ ชลบุรี พาราวู้ด หรือ พีเจวู้ด (PJ Wood) ผู้ส่งออกสินค้าเครื่องใช้ในบ้านชั้นนำของประเทศไทย ได้เดินหน้าขยายฐานการผลิตเพื่อก้าวสู่การเป็นบริษัทระดับภูมิภาคอีกครั้ง ด้วยการซื้อกิจการบริษัทไม้ยางที่ใหญ่ที่สุดของพม่า เตรียมพร้อมเป็นศูนย์กลางการผลิตที่ยั่งยืนในอนาคต
นายแอนดรู เด เฮซูส CEO พีเจกรุ๊ป เปิดเผยว่า เมื่อไม่นานมานี้ พีเจวู้ด ได้เข้าซื้อบริษัทไม้ยางที่ใหญ่ที่สุดของพม่าจากกลุ่มบริษัทชั้นนำของญี่ปุ่น ซึ่งมีสวนยางพาราขนาดใหญ่ที่สุดล้อมรอบอยู่ ในพื้นที่เมาะลำใย หรือ มะละแหม่ง (Mawlamyine) เมืองหลักของรัฐมอญ ด้วยเป้าหมายที่จะเปลี่ยนเป็นศูนย์กลางการผลิตที่ยั่งยืนภายในไม่กี่ปีข้างหน้า เพื่อขยายการดำเนินงานของธุรกิจให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีจุดประสงค์เพื่อแบ่งปันความรู้ และวิธีการสร้างองค์กรที่จะสามารถมอบความสุขให้กับลูกค้าและพนักงานตามมาตรฐานของบริษัท เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับพีเจวู้ด คือ การเป็นผู้นำในมาตรฐานด้านจริยธรรมและความยั่งยืน ทั้งนี้รัฐมอญอยู่ห่างจากย่างกุ้งเพียง 4 ชั่วโมง อยู่ในทางหลวงสายเอเชีย และใช้เวลาเดินทางไม่กี่ชั่วโมงจากชายแดนไทยแม่สอด จึงเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญในอนาคต
“การซื้อกิจการครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างและจัดการความเสี่ยงด้านปฏิบัติการตามการเปลี่ยนแปลงของกลุ่มบุคคลในประเทศไทยในด้านอุตสาหกรรมที่ต้องใช้แรงงาน โดยพีเจวู้ดจะค่อย ๆเปลี่ยนการดำเนินงานในไทยเป็นระบบอัตโนมัติ และเปลี่ยนระบบแรงงานให้ไปเน้นที่ประเทศพม่าอย่างช้า ๆ ซึ่งช่วงแรกจะมุ่งเน้นไปที่การสนับสนุนตลาดไทยก่อน”
ทางด้านนางบุษยากรณ์ เด เฮซูส ผู้อำนวยการพีเจวู้ด กล่าวเพิ่มเติมว่า ในฐานะผู้มาเยือนพม่าเป็นประจำทุกเดือนในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา พบว่าประเทศพม่าและผู้คนในประเทศพม่ามีวัฒนธรรมที่คล้ายคลึงกับคนไทยเป็นอย่างมาก ช่วงแรกจึงอาจมีอุปสรรคในการดำเนินงานอยู่บ้าง แต่เชื่อมั่นว่าแนวโน้มในระยะยาวจะทำให้การลงทุนครั้งนี้สดใสอย่างแน่นอน