เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ศุภชัย ศรีศุภอักษร ผู้ต้องขังในคดีฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฯ เสียชีวิต
Biz Movement ศุภชัย ศรีศุภอักษร ผู้ต้องขังในคดีฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฯ เสียชีวิต
เมื่อความเชื่อใจ แพงกว่าเทคโนโลยี
Columns เมื่อความเชื่อใจ แพงกว่าเทคโนโลยี
“นก นิรมล” ภูมิใจ “ทุ่งแสงตะวัน” รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ
Biz Movement “นก นิรมล” ภูมิใจ “ทุ่งแสงตะวัน” รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ
รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
Economic รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
Politics ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
Real Estate กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
SD ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
Automotive ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
“ชัชชาติ” พลิกหลุมฝังกลบ “โรงขยะอ่อนนุช” สู่ผืนป่า 580 ไร่ เร่งแก้ปัญหากลิ่น พัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรล
Real Estate “ชัชชาติ” พลิกหลุมฝังกลบ “โรงขยะอ่อนนุช” สู่ผืนป่า 580 ไร่ เร่งแก้ปัญหากลิ่น พัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรล
แม่ทัพ ThaiBMA ชูภารกิจ ยกระดับคุ้มครอง ‘ผู้ถือหุ้นกู้’ ผลักดันอุดช่องโหว่ พ.ร.บ.ล้มละลาย
Finance แม่ทัพ ThaiBMA ชูภารกิจ ยกระดับคุ้มครอง ‘ผู้ถือหุ้นกู้’ ผลักดันอุดช่องโหว่ พ.ร.บ.ล้มละลาย
ดูทั้งหมด

‘รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์’ รีแบรนด์ดิ้งครั้งใหญ่ครบรอบ 22ปี ตั้งเป้า 5 ปี ก้าวสู่ศูนย์การแพทย์เต็มรูปแบบ

08 ก.พ. 2564 | 09:00น.

“รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์” ก้าวสู่ปีที่ 22 รีแบรนด์ดิ้งครั้งใหญ่ พร้อมปรับโมเดลธุรกิจจากคลินิกศัลยกรรมเสริมความงามสู่ศูนย์การแพทย์ ตั้งเป้า 5 ปี เสริมทัพทีมแพทย์เฉพาะทาง ขยายไลน์ผลิตภัณฑ์สู่การรักษาโรคและการผ่าตัดเฉพาะทาง ผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง มั่นใจสิ้นปี 64 รายได้จะกลับมาเติบโตหลังจากปี 63 โดนโควิด-19ทำพิษ ลูกค้าต่างชาติหายไปกว่า 25%

นพ.สุทธิพงษ์ ตรีรัตน์ ผู้อำนวยการแพทย์ รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ กล่าวว่า ธุรกิจเสริมความงามของรัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ ได้เปิดให้บริการมานานแล้วกว่า 22 ปี ซึ่งในปี 2564 ถือเป็นปีที่ตนเองมองว่าสมควรแก่การรีแบรนด์ดิ้งครั้งใหญ่ จากเดิมใช้ชื่อแบรนด์ว่า “Rattinan Clinic” เปลี่ยนเป็นแบรนด์ใหม่ “Rattinan Medical Center” เนื่องจากต้องการขยายขอบเขตการให้บริการ จากศัลยกรรมเสริมความงาม สู่การเป็นศูนย์การแพทย์เฉพาะทางที่มีมาตรฐานระดับสากล เพื่อให้การดูแลรักษาอย่างครบวงจรภายใต้การบริหารที่ยึดหลักจริยธรรมทางการแพทย์ (Medical Ethics) ในการดำเนินงาน

สำหรับแผนกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของ Rattinan Medical Center ในปี 2564 นี้ จะมุ่งเน้นเรื่องของ การนำนวัตกรรมทางการแพทย์ล่าสุดมาใช้เพื่อรักษาโรคเฉพาะทาง อาทิ การส่องกล้องรักษากรดไหลย้อน การลดขนาดกระเพาะโดยไม่ต้องผ่าตัด (Overstitch) การรักษาไซนัสด้วยการทำบอลลูน รวมถึง นำเทคโนโลยีล่าสุดมาใช้ควบคู่ไปกับการทำศัลยกรรมตกแต่งความงามที่เป็นธุรกิจหลักในปัจจุบันอีกด้วย

นอกจากนี้ รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ ยังได้รับใบรับรอง Certified Operating Room มาตรฐานห้องผ่าตัดใหญ่ จากกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งทำให้เรากลายเป็นสถานพยาบาลที่มีความพร้อมในด้านการให้บริการทั้งการผ่าตัดขนาดใหญ่ การดมยาสลบ รวมถึง การผ่าตัดส่องกล้อง ทั้งนี้ บริษัทฯยังได้เตรียมปรับปรุงระบบภายในของทั้งองค์กรเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต ทั้งการปรับผังองค์กร การเพิ่มจำนวนพนักงาน การจัดทำระบบ CRM เพื่อส่งมอบบริการที่น่าประทับใจสูงสุดให้กับผู้เข้ารับบริการ รวมถึงการเตรียมระบบการให้บริการเพื่อรับรองคุณภาพตามมาตรฐานสากลระดับโลก American Accreditation Commission International – AACIโดยการพัฒนาดังกล่าวถือเป็นก้าวที่สำคัญในการสร้างตอกย้ำแบรนด์รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ Rattinan Medical Center ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากลและช่วยให้ผู้เข้ารับบริการไม่ว่าจะเป็นชาวไทยหรือชาวต่างชาติมั่นใจในคุณภาพของบริการที่จะได้รับมากยิ่งขึ้น

ขณะที่แผนการสื่อสารเพื่อสร้างการรับรู้ให้กับลูกค้านั้น รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ เน้นการให้ข้อมูลกับลูกค้าอย่างถูกต้องและเหมาะสม ไม่มีการชี้ชวนหรือโฆษณาเกินจริงเพื่อให้ลูกค้าเกิดความหลงเชื่อและเข้ามาใช้บริการโดยไม่สมัครใจ เนื่องจากผู้บริหารและทีมแพทย์ของรัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์หลายท่านมีประวัติการทำงานที่ดีกับโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง ดังนั้นการสร้างแบรนด์จึงเน้นไปที่เรื่องความน่าเชื่อถือ และการรักษาที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้บริหารยึดถือเป็นแนวทางการทำงานตลอดระยะเวลา 22 ปีที่ผ่านมา

นพ.สุทธิพงษ์ ยังเปิดเผยอีกว่า สำหรับกลุ่มลูกค้าในช่วงหลายปีที่ผ่านมานั้น จะแบ่งเป็นลูกค้าในประเทศ 75% และลูกค้าต่างชาติ 25% ซึ่งลูกค้าต่างชาติส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มทางทวีปยุโรป ออสเตรเลีย รวมไปถึงจีน โดยส่วนใหญ่บินมาเพื่อทำการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะเพื่อรักษาโรคอ้วน และบรรเทาโรคแทรกซ้อนจากโรคอ้วน อาทิ เบาหวาน กรดไหลย้อน โรคหยุดหายใจขณะหลับ โดยไม่ได้เป็นการรักษาเพื่อความงาม แต่เป็นการรักษาโรคอ้วน โดยทางรัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ ได้มีทีมแพทย์สหสาขาวิชาชีพ (multidisciplinary teamwork) เข้ามาดูแลและร่วมรักษา อย่างเช่น แพทย์รักษาต่อมไร้ท่อ วิสัญญีแพทย์ และมีการดูแลเรื่องเบาหวานและความดัน ทั้งก่อนและหลังการผ่าตัด พร้อมกับมีการนำเทคโลยีสมัยใหม่เข้ามาร่วมใช้ในการรักษาอีกด้วย

นพ.สุทธิพงษ์ กล่าวต่อว่า แต่หลังจากที่การระบาดของโรคโควิด-19 กลับมาระบาดระลอกใหม่อีกครั้ง ส่งผลให้ลูกค้าต่างชาติที่ต้องการเดินทางมาเพื่อทำการรักษากับทางรัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์โดยเฉพาะหายไปทั้งหมด เหลือเพียงแต่ลูกค้าต่างชาติที่ทำงานอยู่ในประเทศไทยเท่านั้น ที่ยังคงมาเข้ามาใช้บริการอยู่บ้าง แต่ถือว่าน้อยมาก ดังนั้นจึงมองว่าปี 2564 นี้เป็นปีที่ยากลำบากอีก 1 ปี แต่อย่างไรก็ตามคิดว่าในปี 2563 ที่ผ่านมาทางรัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ ยังสามารถก้าวข้ามผ่านมาได้ ในปี 64 นี้คาดว่าจะสามารถก้าวข้ามผ่านไปได้ไม่ยากนัก เพราะขณะนี้รัฐบาลได้คลายล็อกดาวน์ให้ธุรกิจด้านบริการสามารถกลับมาเปิดให้บริการได้แล้ว ซึ่งถือว่าดีกว่าในปีที่ผ่านมาที่ธุรกิจกลุ่มความงามต้องปิดไปถึง 3 เดือนทำให้รายได้ในปี 63 นั้นมีอัตราการเติบโตลดลงไปแต่คาดว่าในปี 64 รายได้จะมีอัตราการเติบโตกลับมาอย่างแน่นอน

สำหรับภาพรวมของธุรกิจศัลยกรรมความงามในปี 64 มองว่า ยังคงมีการเติบโต โดยปัจจัยมาจากคนทำศัลยกรรมมีอายุน้อยลง จากเดิมคนที่ทำศัลยกรรมอายุจะอยู่ระหว่าง 35-60 ปี ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงคิดสัดส่วนอยู่ที่ 25% ของประชากร แต่ปัจจุบันกลุ่มที่ทำศัลยกรรมความงามไม่ได้มีแต่เพียงผู้หญิงอย่างเดียวแต่จะมีทั้งผู้หญิงและผู้ชาย โดยแบ่งได้ตามกลุ่มอายุ 3 กลุ่มโดยกลุ่มแรกเป็นกลุ่มที่มีอายุน้อยกว่า 35 ปีลงมา กลุ่มต่อมาคือ กลุ่มที่มีอายุระหว่าง 35-55 ปีขึ้นไป และกลุ่มสุดท้ายคือผู้ที่มีอายุมากกว่า 55 ปีขึ้น ส่งผลให้ตลาดมีการเติบโตเป็น 2 เท่า ดังนั้นจึงทำให้ธุรกิจศัลยกรรมเสริมความงามจึงยังเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมในอนาคต (New S Curve) ของประเทศที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง