จับวาระ ศบค.ขยายระยะเวลาพำนัก Tourist Visa และ Visa on Arrival สูงสุด 45 วัน ถึง 31 ธ.ค. 2565
วันที่ 19 สิงหาคม 2565 ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 (ศบค.) ครั้งที่ 11/2565 โดยมีระเบียบวาระการประชุม ดังนี้
ระเบียบวาระที่ 1 เรื่องประธานแจ้งที่ประชุมทราบ
ระเบียบวาระที่ 2 รับรองรายงานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ครั้งที่ 10/2565 เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2565
ระเบียบวาระที่ 3 เรื่องเพื่อทราบ 3.1 รายงานสถานการณ์และแนวโน้มการแพร่ระบาดและผู้ติดเชื้อ โดยศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีโรคติดเชื้อโควิด-19 กระทรวงสาธารณสุข (สธ.)
3.2 ความคืบหน้าในการจัดทำกรอบนโยบายแนวทางปฏิบัติและห้วงเวลาในการดำเนินการเปลี่ยนผ่านสู่ภาวะ Post-Pandemic เพื่อการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 โดยศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีโรคติดเชื้อโควิด-19 สธ.
3.3 ความก้าวหน้าการวิจัยพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ในประเทศจากแหล่งงบประมาณต่าง ๆ โดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม
ระเบียบวาระที่ 4 เรื่องเพื่อพิจารณา
4.1 แผนการให้บริการวัคซีนโควิด-19 เดือนกันยายน 2565 โดยศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีโรคติดเชื้อโควิด-19/สธ.
4.2 การขยายระยะเวลาการพำนักของผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักร เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและเยียวยาผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 โดยศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (กก.)
ทั้งนี้ กก.เสนอ ศบค.ให้พิจารณาขยายระยะเวลาพำนักของวีซ่านักท่องเที่ยว (Tourist Visa) จากไม่เกิน 30 วัน เป็นไม่เกิน 45 วัน และขยายระยะเวลาพำนักของวีซ่าหน้าด่าน (Visa on Arrival) หรือ VOA จากไม่เกิน 15 วัน เป็นไม่เกิน 45 วัน โดยให้มาตรการสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม 2565