ผอ.โรงเรียนดัง แจงแล้ว ภาพอาหารกลางวันสุดน้อยในโซเชียลมาจากไหน

ผอ. โรงเรียนดัง
ภาพจาก มติชน

ผอ. โรงเรียนดัง แจงภาพอาหารกลางวัน อันน้อยนิด ในโลกโซเชียล เป็นภาพเก่า อาหารเด็กอนุบาล

วันที่ 20 มิถุนายน 2566 จากกรณีที่มีเพจดังได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับโครงการอาหารกลางวันของเด็กนักเรียน โรงเรียนวัดเทพนรรัตน์ (อู๋ไพจิตร เรียบร้อยเจริญ) โดยระบุข้อความว่า อาหารมีปริมาณน้อย เมนูซ้ำ รสจืด และ ผอ.บอกว่า “ไม่อิ่มไม่ให้เติม จัดให้ตามโภชนาการ ถ้าไม่อิ่มให้ไปซื้อขนมที่แม่ครัวกิน”

ซึ่งที่โรงเรียนนี้มีนักเรียน 303 คน ได้เงินอุดหนุนค่าอาหารกลางวันหัวละ 22 บาท รวม 6,666 บาท ต่อวัน หนึ่งปีการศึกษามี 200 วัน คิดเป็นเงิน 1,332,200 บาทต่อปี พร้อมกันนี้ก็มีรูปประกอบเป็นรูปถาดหลุมใส่อาหารที่มีอาหารอยู่ภายในแต่ละหลุม ลักษณะคล้ายกับขนมจีนหรือเส้นก๋วยเตี๋ยว แกงจืดลูกชิ้นหมูสับ และโดนัทชิ้นเล็ก ๆ อีก 2 ชิ้น

โดยเมื่อเรื่องราวเหล่านี้เผยแพร่ออกไป ก็กลายเป็นกระแสดราม่าในโลกโซเชียล ซึ่งก็มีทั้งผู้คนที่ออกมาแสดงความคิดเห็นในเชิงบวก และเชิงลบ เป็นจำนวนมากนั้น

มติชน รายงาน ที่โรงเรียนวัดเทพนรรัตน์ (อู๋ไพจิตร เรียบร้อยเจริญ) โรงเรียนที่ถูกระบุชื่อในสื่อโซเชียลดังกล่าว โดยได้พบกับนางสาวสุกัญญา จาดี ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดเทพนรรัตน์ และสอบถามข้อมูลในเรื่องดังกล่าว

นางสาวสุกัญญากล่าวว่า กระแสดราม่าในเรื่องดังกล่าวนั้น ไม่เป็นความจริง โดยทางโรงเรียนได้จัดอาหารกลางวันให้แก่เด็กนักเรียนทุกคนเป็นไปตามมาตรฐานและหลักโภชนาการที่ระบุไว้ในโปรแกรม Thai School Lunch ซึ่งเป็นระบบแนะนำสำหรับอาหารกลางวันแบบอัตโนมัติที่ใช้กับโรงเรียนต่าง ๆ ทั่วประเทศ ทั้งนี้ภายหลังจากที่เกิดเรื่องนี้ ก็มีทาง สำนักงาน ป.ป.ช.ได้ลงพื้นที่มาตรวจเรื่องนี้แล้วเช่นกัน

ซึ่งก็พบว่าการดำเนินการด้านอาหารกลางวันเป็นไปด้วยความเรียบร้อยแล้ว และไม่เป็นอย่างที่เผยแพร่ในโลกโซเชียล ส่วนทางด้านของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานั้น ตนเองก็ได้ทำหนังสือชี้แจงในเบื้องต้นไปแล้ว พร้อมกันนี้จะนำคณะครูผู้ดูแลโครงการอาหารกลางวัน และแม่ครัว เข้าพบกับทางผู้บริหารระดับสูง เพื่อนำหลักฐานชี้แจงและยืนยันความโปร่งใสในเรื่องนี้อีกครั้ง

ผอ.โรงเรียนยังบอกอีกว่า สำหรับโครงการอาหารกลางวันที่ทางโรงเรียนจัดให้แก่เด็กนักเรียนนั้น ยืนยันว่า ได้มาตรฐานถูกหลักโภชนาการและไม่ได้มีปริมาณน้อยอย่างที่เข้าใจ ใครไม่อิ่มเติมได้ อีกทั้งไม่เคยพูดว่า ถ้าใครไม่อิ่มให้ไปซื้อขนมที่แม่ครัว แต่อย่างใดทั้งสิ้น

ส่วนภาพที่ปรากฏนั้น ยอมรับว่าเป็นภาพอาหารของโรงเรียนจริงแต่เป็นภาพเก่า และเป็นอาหารของเด็กชั้นอนุบาลที่จะได้ปริมาณที่ไม่มากเหมือนพี่ชั้นที่สูง ๆ ขึ้นไป ซึ่งปริมาณอาหารนั้นในระบบ Thai School Lunch ก็ได้กำหนดไว้แล้วว่าแต่ละช่วงนั้นจะได้ปริมาณแค่ไหนที่เป็นไปตามหลักโภชนการและเหมาะสมกับสภาพการเจริญเติบโตของร่างกาย ส่วนหากเด็กคนไหนไม่อิ่ม

สามารถเติมได้ไม่อั้น เรื่องไม่ให้เติม ให้ไปซื้อขนมกิน ไม่เป็นความจริงแน่นอน เพราะตนเองย้ำกับครูประจำชั้นว่า ต้องให้เด็กรับประทานให้อิ่ม ไม่อิ่มตักเพิ่มได้ และต้องทานให้หมด ดังนั้น เด็กอนุบาลที่ตักให้จำนวนน้อย ถ้าไม่อิ่มก็มาเพิ่มได้ อีกทั้งในแต่ละวัน ทางครูที่รับผิดชอบอาหารกลางวันก็จะมีการถ่ายภาพเก็บไว้เป็นข้อมูลประจำทุกวัน

ซึ่งไม่ใช่แต่เฉพาะเพียงแค่วันที่มีการตรวจเท่านั้น อาหารกลางวันจะมีคุณภาพเหมือนกันทุกวันแน่นอน สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นตนมองว่าอาจจะมาจากการที่มีบุคคลใดบุคคลหนึ่งในโรงเรียนถูกตรวจสอบถึงความไม่โปร่งใสในการทำงาน จนสร้างความไม่พอใจให้แก่บุคคลนั้น ถึงได้มีการสร้างเรื่องทำให้ตนและผู้ที่เกี่ยวข้องกับโครงการอาหารกลางวันของเด็กนักเรียนเสื่อมเสียอย่างที่เห็นโพสต์ในโซเชียล

ด้านนางสาวสุวพร เดชเกตุ แม่ครัวของโรงเรียนก็บอกว่า เรื่องนี้กระทบมาถึงตนเองด้วย ไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์ของโรงเรียน หรือ ผอ. เท่านั้น เพราะตนเองรับผิดชอบด้านการทำอาหารกลางวันโดยตรง จึงขอยืนยันความจริงว่า อาหารกลางวันของโรงเรียนวัดเทพนรรัตน์ไม่ได้ขาดมาตรฐานอย่างแน่นอน

ทั้งเรื่องปริมาณ คุณภาพ เมนูก็ไม่ซ้ำ อีกทั้งเรื่องสุขอนามัยก็ใส่ใจ ถาดหลุมมีฝาปิดมิดชิด ซึ่งเงินอุดหนุนที่ทางโรงเรียนได้รับ สามารถจัดสรรซื้อวัตถุดิบได้อย่างเพียงพอ และตนเองจะเป็นผู้จ่ายตลาด นำมาประกอบอาหารเอง พร้อมกับมีลูกมืออีก 3 คน ดังนั้นจึงขอย้ำว่า ปริมาณอาหารไม่ได้น้อยจนเด็กกินไม่อิ่ม และภาพที่ปรากฎนั้น นอกจากจะเป็นภาพเก่าแล้ว ยังเชื่อว่าเป็นภาพที่จัดฉากจงใจสร้างเรื่องขึ้นมาอีกด้วย

ขณะที่ทางครูฝ่ายรับผิดชอบยังได้เปิดภาพอาหารกลางวันของโรงเรียนในแต่ละวัน ซึ่งดูแล้วก็ไม่ได้น้อย มีเมนูหลากหลาย และถูกจัดในภาชนะที่สะอาด ถูกหลักมาตรฐานความสะอาดด้านโภชนาการ แต่อย่างไร เมื่อเป็นข่าวก็ต้องมีการตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษ

โดยจากการสอบถามไปยัง ดร.ภัทรนันฐ์ ไหลงาม รอง ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร ก็ชี้แจงว่า ทางเขตได้ทราบเรื่องนี้แล้ว ตอนนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากทางโรงเรียนเป็นกรณีพิเศษ แต่ที่ผ่านมานั้น ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร ก็ได้มีการจัดชุดเจ้าหน้าที่ออกตรวจอาหารกลางวันเป็นประจำอยู่แล้ว

ซึ่งทางโรงเรียนวัดเทพนรรัตน์ก็ได้รับการตรวจเป็นประจำ แล้วก็ไม่พบความผิดปกติ แต่สำหรับกรณีที่เป็นข่าว ก็จะไม่นิ่งนอนใจ จะต้องตรวจสอบอย่างชัดเจนว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นเนื่องจากสาเหตุใด โดยคาดว่าภายในสิ้นเดือนนี้ก็จะได้ไขปมปัญหากรณีดังกล่าวให้เป็นที่ชัดเจน


ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า สำหรับเงินค่าอุดหนุนอาหารกลางวันในแต่ละโรงเรียนนั้น จะได้ไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับจำนวนนักเรียน โรงเรียนที่มีนักเรียน 0-40 คน จะได้ 36 บาท/คน/วัน, นักเรียน 41-100 คน จะได้ 27บาท/คน/วัน, นักเรียน 101-120 คน จะได้ 24 บาท/คน/วัน และนักเรียนตั้งแต่ 121 คนขึ้นไป จะได้ 22 บาท/คน/วัน