เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

‘ชัชชาติ’ สั่ง 7 มาตรการเร่งด่วน หลังถนนทรุดหน้าวชิรพยาบาล เหตุอุโมงค์รถไฟฟ้าสีม่วงใต้รั่ว

24 ก.ย. 2568 | 11:30น.
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์

‘ชัชชาติ’ ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุดินยุบและน้ำรั่วไหลเข้าพื้นที่ก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าวชิรพยาบาล พร้อมประสาน กปน.-MEA ตัดน้ำไฟชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย ยืนยันไม่มีผู้บาดเจ็บ แต่ยานพาหนะเสียหาย 3 คัน โรงพยาบาลงดบริการผู้ป่วยนอก 2 วัน และตั้งศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด

ที่หน้าวชิรพยาบาล ถนนสามเสน เขตดุสิต นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงเหตุผิวจราจรทรุดตัว บริเวณหน้าวชิรพยาบาล ถ.สามเสน เขตดุสิต ว่า จุดเกิดเหตุคือบริเวณไซต์งานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ บริเวณสถานีโรงพยาบาลวชิระ ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างอุโมงค์รถไฟฟ้ากับสถานี ส่งผลให้เกิดการยุบตัวของดิน และท่อประปาขนาดใหญ่ชำรุด มีดินไหลเข้าพื้นที่ก่อสร้าง และมีน้ำรั่วไหลเข้าสถานี เบื้องต้น กทม. การประปานครหลวง (กปน.) และการไฟฟ้านครหลวง (MEA) ได้ตัดน้ำ-ไฟ เพื่อควบคุมสถานการณ์และป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นแล้ว

นอกจากนี้ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินมาตรการเร่งด่วน 7 ข้อ ประกอบด้วย 1.ตัดน้ำประปาและจัดระบบจ่ายน้ำสำรองให้ประชาชนในพื้นที่ 2.ตัดกระแสไฟฟ้าและสายไฟโดยรอบเพื่อความปลอดภัย 3.อุดรอยรั่วของอุโมงค์ที่ทำให้ดินไหลเข้าสถานี 4.ประเมินความปลอดภัยของอาคารโดยรอบ 5.ติดตั้งระบบมอนิเตอร์ ติดตั้งกล้อง CCTV รอบพื้นที่ และตรวจสอบการเคลื่อนตัวของดิน 6.ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของอาคารหลักใกล้เคียง และ 7.จัดการจราจรโดยประสานตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์

นายชัชชาติกล่าวต่อว่า ข้อสำคัญอีกข้อคือเรื่องฝนตก ถ้ามีฝนตกจะทำให้มีน้ำเพิ่มในระบบ อาจจะชะดินลงไปในช่องที่เปิด ซึ่งได้สั่งให้ตั้งทีมงานขึ้นมาพิจารณาตอนฝนตกว่าจะดำเนินการอย่างไร เพื่อป้องกันการไหลของดินเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว มีเพียงความเสียหายต่อยานพาหนะจำนวน 3 คัน โดยพื้นที่ที่เสี่ยงอันตรายได้ถูกประกาศเป็นเขตห้ามเข้าแล้ว

สำหรับโรงพยาบาลวชิระ ได้ปรับรูปแบบการให้บริการ โดยงดบริการผู้ป่วยนอกชั่วคราวเป็นเวลา 2 วัน เพื่อความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ส่วนการรักษาผู้ป่วยในยังคงดำเนินการตามปกติ และมีโรงพยาบาลเครือข่ายในสังกัดกรุงเทพมหานครรองรับผู้ป่วยนอกในช่วงเวลาดังกล่าว ขณะเดียวกัน กทม. และ รฟม. ได้ตั้งศูนย์บัญชาการในพื้นที่เพื่อบริหารจัดการสถานการณ์ และจะมีการประชุมในเวลา 12.00 น. และ 18.00 น. เพื่อติดตามความคืบหน้า โดยขอย้ำว่า ความปลอดภัยของประชาชนและความมั่นคงของโครงสร้างเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด