พยากรณ์อากาศ 13-18 พ.ย. อุณหภูมิลด 3-5 องศา ชี้หนาวยาวถึง 27 พ.ย.
พยากรณ์อากาศ-ดอยอินทนนท์
พยากรณ์อากาศช่วง 12-8 พ.ย. 68 กรมอุตุฯคาดอุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส เหตุมวลอากาสเย็นกำลังแรงจากจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมตอนบนและทะเลจีนใต้ ด้านเพจฟ้าฝนบอกยิงยาว เสื้อกันหนาวพร้อม คาดหนาวเย็นถึง 27 พ.ย. วางแผนเที่ยว แคมป์ปิ้งกันได้เลย เฉพาะคนกทม.อาจได้สัมผัสอากาศเย็นสุดถึง 18-19 องศาเซลเซียส
กรมอุตุนิยมวิทยา คาดหมายอากาศทั่วไป 7 วันข้างหน้า หรือระหว่างวันที่ 12 – 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 ว่า ในช่วงวันที่ 13 – 15 พ.ย. บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน และทะเลจีนใต้ ทำให้ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลง กับมีอากาศเย็นในตอนเช้า โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิจะลดลง 2 – 4 องศาเซลเซียสกับมีลมแรง ส่วนภาคเหนือภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลง 1 – 2 องศาเซลเซียส
สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยตอนบน และภาคใต้ตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับจะมีร่องมรสุมพาดผ่านภาคใต้ตอนกลาง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยอ่าวไทยตอนบนและห่างฝั่งบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 16 – 18 พ.ย. บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน และทะเลจีนใต้ ทำให้ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะแรก และหลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลงอีกกับมีลมแรง โดยมีอากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้า
สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิจะลดลงอีก 3 – 5 องศาเซลเซียสและภาคเหนืออุณหภูมิจะลดลง 2 – 4 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลง 1 – 3 องศาเซลเซียส
ส่วนภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมอ่าวไทยตอนบน และภาคใต้ตอนบน ประกอบกับจะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันออกเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคใต้ สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้นอีก โดยอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ข้อควรระวัง
ในช่วงวันที่ 13 – 18 พ.ย. ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงและหนาวเย็นลง กับมีลมแรง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตร
ส่วนในช่วงวันที่ 17 – 18 พ.ย. ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และพื้นที่น้ำท่วมขัง สำหรับชาวเรือบริเวณอ่าวไทย และทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ตลอดช่วง
สอดรับกับที่ เพจฟ้าฝน พยากรณ์อากาศประเทศไทย คาดการณ์สภาพอากาศว่า อากาศจะเริ่มเย็นในวันที่ 13 พ.ย.นี้ และจะชัดเจนขึ้นในวันที่ 14 พ.ย.2568 โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และตั้งแต่ 15พ.ย.อากาศจะเย็นต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 27 พ.ย. 2568 (ดูกราฟิกประกอบ)
พยากรณ์อุณหภูมิต่ำสุดกรุงเทพฯ วันที่ 16-27 พ.ย. ดังนี้ 20.9, 22.7, 22.5, 20.5, 20.1, 20.8, 21.7, 20.5, 22.3, 21.8, 19.7, 18.4 องศาเซลเซียส
“ยิงยาว ! เสื้อกันหนาวพร้อม ! วางแผนเที่ยว แคมป์ปิ้งกันยัง ! เล็งบริเวณสีน้ำเงิน น้ำเงินเข้ม” เพจฟ้าฝนระบุ

คาดหมายอากาศรายภาค
วันที่ 12-18 พ.ย. 2568
ภาคเหนือ
ในช่วงวันที่ 13 – 15 พ.ย. อากาศเย็นในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 – 40 ของพื้นที่ในวันที่ 13 พ.ย. และอุณหภูมิจะลดลง 1 – 2 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 20 – 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28 – 33 องศาเซลเซียส
บริเวณยอดดอยอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10 – 16 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10 – 15 กม./ชม.
ส่วนในช่วงวันที่ 16 – 18 พ.ย. อากาศเย็นในตอนเช้า และอุณหภูมิจะลดลง 2 – 4 องศาเซลเซียส โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 18 – 23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29 – 32 องศาเซลเซียส
บริเวณยอดดอยอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 8 – 14 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10 – 25 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ในช่วงวันที่ 13 – 15 พ.ย. อากาศเย็นในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 30 ของพื้นที่ในวันที่ 13 พ.ย. และอุณหภูมิจะลดลง 2 – 4 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง
อุณหภูมิต่ำสุด 20 – 24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27 – 33 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 12 – 18 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10 – 30 กม./ชม.
ส่วนในช่วงวันที่ 16 – 18 พ.ย. อากาศเย็นในตอนเช้า และอุณหภูมิจะลดลง 3 – 5 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 – 40 ของพื้นที่กับมีลมกระโชกแรงในช่วงวันที่ 16 – 17 พ.ย. อุณหภูมิต่ำสุด 16 – 22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27 – 31 องศาเซลเซียส
บริเวณยอดภูอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 8 – 16 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15 – 35 กม./ชม.

ภาคกลาง
ในช่วงวันที่ 13 – 15 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 30 ของพื้นที่ และอุณหภูมิจะลดลง 1 – 2 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28 – 34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.
ส่วนในช่วงวันที่ 16 – 18 พ.ย. อากาศเย็นในตอนเช้า และอุณหภูมิจะลดลง 1 – 3 องศาเซลเซียส โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 – 40 ของพื้นที่กับมีลมกระโชกแรงในช่วงวันที่ 17 – 18 พ.ย.
อุณหภูมิต่ำสุด 19 – 24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29 – 33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10 – 30 กม./ชม.
ภาคตะวันออก
ในช่วงวันที่ 13 – 15 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 30 ของพื้นที่ และอุณหภูมิจะลดลง 1 – 2 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 – 34 องศาเซลเซียส
ส่วนในช่วงวันที่ 16 – 18 พ.ย. อากาศเย็นในตอนเช้า และอุณหภูมิจะลดลง 1 – 3 องศาเซลเซียส โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่กับมีลมกระโชกแรงในช่วงวันที่ 17 – 18 พ.ย. ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
อุณหภูมิต่ำสุด 20 – 24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 – 33 องศาเซลเซียส
ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)
ในช่วงวันที่ 13 – 15 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งในช่วงวันที่ 14 – 15 พ.ย.
ตั้งแต่จังหวัดสุราษฏร์ธานีขึ้นมา ลมแปรปรวน ความเร็ว 15 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราช ลงไป ลมแปรปรวน ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 16 – 18 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 – 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากส่วนมากทางตอนล่างของภาคในช่วงวันที่ 17 – 18 พ.ย.
ตั้งแต่จังหวัดสุราษฏร์ธานีขึ้นมา ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราช ลงไป ลมแปรปรวน ความเร็ว 15 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29 – 34 องศาเซลเซียส
ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)
มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ตลอดช่วง
ในช่วงวันที่ 13 – 18 พ.ย.
ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 15 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดตรังลงไป ลมแปรปรวน ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28 – 34 องศาเซลเซียส
กรุงเทพและปริมณฑล
ในช่วงวันที่ 13 – 15 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 30 ของพื้นที่ และอุณหภูมิจะลดลงเล็กน้อย
อุณหภูมิต่ำสุด 24 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 – 34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.
ส่วนในช่วงวันที่ 16 – 18 พ.ย. อากาศเย็นในตอนเช้า และอุณหภูมิจะลดลงอีก 1 – 2 องศาเซลเซียส โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่กับมีลมกระโชกแรงในช่วงวันที่ 17 – 18 พ.ย.
อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 – 33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10 – 30 กม./ชม.

(ออกประกาศ 12 พฤศจิกายน 2568)