เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ค่าเงินบาทวันนี้ (7 ก.ค. 69) เปิดตลาด 33.32 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (7 ก.ค. 69) เปิดตลาด 33.32 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
จับตา ครม. ไฟเขียวดีลการเกษตรไทย-มาเลเซีย คลายเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
Politics จับตา ครม. ไฟเขียวดีลการเกษตรไทย-มาเลเซีย คลายเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
ผลตรวจน้องใหม่ มมส พบติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ 33% มหาสารคามเร่งคุมร้านส้มตำ
News ผลตรวจน้องใหม่ มมส พบติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ 33% มหาสารคามเร่งคุมร้านส้มตำ
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (7 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 0.71% อยู่ที่ 64,030 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (7 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 0.71% อยู่ที่ 64,030 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (7 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (7 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
พยากรณ์อากาศ (7 ก.ค.) เตือนเหนือ อีสาน ตะวันออก ฝนตกหนักบางแห่ง
News พยากรณ์อากาศ (7 ก.ค.) เตือนเหนือ อีสาน ตะวันออก ฝนตกหนักบางแห่ง
ตกขบวน AI แต่ไม่ร่วงตามขบวน
Finance ตกขบวน AI แต่ไม่ร่วงตามขบวน
ยศชนัน กางพิมพ์เขียว “เศรษฐกิจอวกาศ”ดันโมเดล PPP ท่าอวกาศยานไทย
Politics ยศชนัน กางพิมพ์เขียว “เศรษฐกิจอวกาศ”ดันโมเดล PPP ท่าอวกาศยานไทย
SONY กับอนาคตของ Blu- Ray
Tech SONY กับอนาคตของ Blu- Ray
อย.เตรียมปลดล็อก ‘ยาสีฟันฟลูออไรด์ 5,000 ppm’ ใช้ภายใต้คำแนะนำทันตแพทย์
News อย.เตรียมปลดล็อก ‘ยาสีฟันฟลูออไรด์ 5,000 ppm’ ใช้ภายใต้คำแนะนำทันตแพทย์
ดูทั้งหมด

นับถอยหลัง 14 วัน ส่อดันน้ำมันพุ่ง 175 ดอลลาร์

24 มี.ค. 2569 | 13:46น.

จากห้องประชุม CFO ถึงสมรภูมิฮอร์มุซ เมื่อราคาน้ำมัน 100 ดอลลาร์ อาจไม่ใช่จุดสูงสุด แต่คือ ‘ฐานใหม่’ ของโลก และอาจสูงแตะเพดานที่ 175 ดอลลาร์ภายใน 2 สัปดาห์ต่อจากนี้

ในที่ประชุม CNBC CFO Council 3 ฉากทัศน์ที่บริษัทยักษ์ใหญ่กำลังใช้วางแผนรับมือสถานการณ์เลวร้ายที่สุด อาจลากยาวไปจนถึงสิ้นปี 2026 ด้วยราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นสู่ระดับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในรอบหลายปี และห่วงโซ่อุปทานธุรกิจทั่วโลกในทุกภาคส่วนถูกตัดขาดจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา สก็อตต์ เคอร์บี้ ซีอีโอของ United Airlines ระบุว่า กำลังวางแผนรับมือราคาน้ำมันที่ราคาพุ่งสูงถึง 175 ดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าราคาน้ำมันจะยังคงยืนเหนือที่ 100 ดอลลาร์ไปจนถึงปี 2027 เขากล่าวว่าแม้การคาดการณ์นี้อาจไม่เกิดขึ้นจริง แต่ก็มีเหตุผลเพียงพอที่จะเริ่มวางแผนรับมือ หากสุดท้ายแล้วมันจะกลายเป็นความจริงหรือไม่ก็ตาม

หลาย ๆ ผู้บริหารและองค์กร ต้องปรับตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากสงครามระหว่างสหรัฐ-อิหร่าน ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงให้กรอบเวลาการสิ้นสุดที่ไม่ชัดเจน ทำให้ตลาดและผู้บริหารจำนวนมากตกอยู่ในสภาวะตึงเครียด

ดัชนี Nasdaq เข้าสู่สภาวะปรับฐานเมื่อวันศุกร์ ซึ่งถือเป็นสัปดาห์ที่ 4 ติดต่อกัน ที่ตลาดหุ้นปิดลบ และไม่ใช่เพียงสินทรัพย์เสี่ยงเท่านั้นที่ร่วงลง แต่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำและพันธบัตรก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน

เมื่อวันพฤหัสบดี ประธานคณะเสนาธิการระบุว่า กองทัพกำลัง “ตามล่าและทำลาย” เรือที่อิหร่านใช้ในการปิดกั้นการจราจรในช่องแคบ

ขณะที่คำขู่ของประธานาธิบดีทรัมป์เกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซรุนแรงขึ้น ทรัมป์กล่าวเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า อิหร่านมีเวลา 48 ชั่วโมงในการเปิดช่องแคบ มิเช่นนั้นสหรัฐจะทำลายโรงไฟฟ้าในประเทศ ในขณะเดียวกัน พันธมิตรของสหรัฐจำนวนมากเริ่มแสดงความเต็มใจสนับสนุนความพยายามในการรักษาความปลอดภัยเส้นทางเดินเรือ แม้ว่าจะยังไม่มีแผนการเฉพาะเจาะจงถูกนำมาใช้ก็ตาม ทรัมป์ยังกล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า ช่องแคบฮอร์มุซ “จะต้องได้รับการดูแลและควบคุมเท่าที่จำเป็นโดยประเทศอื่น ๆ ที่ใช้งานมัน แต่ไม่ใช่สหรัฐ !

ด้านอิหร่านระบุเมื่อวันอาทิตย์ว่า ช่องแคบจะถูกปิดโดยสมบูรณ์ หากโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของตนถูกตกเป็นเป้าหมาย

ณ ขณะนี้ กลุ่มผู้บริหารมองว่าเหลือเวลาอีกประมาณ 2 สัปดาห์สำหรับรัฐบาลทรัมป์และพันธมิตรเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ มิเช่นนั้นความขัดแย้งจะลากยาวไปจนถึงช่วงกลางปี พร้อมกับผลกระทบเชิงลบที่จะตามมาต่อเศรษฐกิจโลก

ข้อสรุปจากการหารือระหว่างสมาชิก CNBC CFO Council เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา จอห์น คิลดัฟฟ์ จาก Again Capital ร่วมแบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับแนวโน้มราคาน้ำมันจากฝั่งเทรดเดอร์และนักลงทุนเช่นเดียวกันว่า

ในกลุ่มอุตสาหกรรมภาคพลังงาน ถือเป็นภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสงคราม โดย CFO จากบริษัทพลังงานรายหนึ่งในการประชุมเมื่อเช้าวันอังคาร (ซึ่ง CFO ได้รับการปกปิดชื่อเพื่อให้สามารถพูดคุยได้อย่างอิสระ) กล่าวว่า บริษัทกำลังวางแผนรับมือสถานการณ์ในอนาคต 3 รูปแบบ ได้แก่ : การเปิดช่องแคบฮอร์มุซภายในสิ้นเดือนมีนาคม, การเปิดในช่วงใกล้กลางปี หรือในกรณีเลวร้ายที่สุด คือการปิดต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี

อย่างไรก็ตาม CFO รายนี้ยอมรับว่าเป็นเรื่องยาก หากต้องประเมินว่าสถานการณ์ใดมีความเป็นไปได้มากกว่ากัน ทำให้ทีมบริหารไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้อง “กังวลเกี่ยวกับสิ่งเลวร้ายที่สุดที่อาจเกิดขึ้น”

ความกังวลเรื่องเวลาที่เหลือน้อยลง ออกมาโดยตรงจากปากของ CFO ของภาคส่วนอื่น ๆ เช่นกัน CFO จากกลุ่มเทคโนโลยีระบุว่า แม้บริษัทจะไม่ต้องกังวลเรื่องราคาน้ำมันโดยตรง แต่เขากังวลถึงผลกระทบทางอ้อมต่อธุรกิจทั่วทุกทวีป ซึ่งหมายถึงแรงกดดันจากทั่วโลก รวมถึงในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะในระบบเศรษฐกิจที่กำลังเฟื่องฟูอย่างซาอุดีอาระเบียและดูไบ แม้ธุรกิจในกลุ่มเครือเทคโนโลยีจะเน้นการขายระดับองค์กร แต่ “ความต้องการของผู้บริโภคส่งผลต่อความต้องการของภาคธุรกิจในที่สุด ซึ่งจะกระทบต่อธุรกิจของเราโดยตรง”

ทั้งตั้งคำถามว่า “สถานการณ์นี้จะลากยาวไปได้นานแค่ไหน ?

คิลดัฟฟ์กล่าวว่า การวางแผนรับมือในห้องประชุมของบริษัทพลังงาน ตรงกับสิ่งที่เทรดเดอร์ในตลาดกำลังทำอยู่เช่นกัน “การเปิดช่องแคบปลายเดือนมีนาคมที่คุณพูดถึง คืออีกประมาณ 2 สัปดาห์นับจากนี้ นั่นคือสิ่งที่ผมพยายามบอก” เขากล่าวกับ CFO สายพลังงานว่า

“เรากำลังอยู่ในช่วงเวลาที่สำคัญ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกองกำลังทหารบอกเราว่า พวกเขากำลังเบนความสนใจไปที่ช่องแคบ เแล้วเราก็ไม่มีทางรู้ว่ามันจะจบลงอย่างไร แต่แน่นอนว่าหลังวันที่ 1 เมษายน หากเรามองว่าเรื่องนี้จะลากยาวไปจนถึงกลางปี นั่นคือช่วงที่จะเกิดการปรับราคาในระยะถัดไป ซึ่งในความเห็นของผม ราคาน้ำมัน WTI จะพุ่งสูงกว่า 100 ดอลลาร์อย่างมาก และเราจะเริ่มกังวลเรื่องการขาดแคลน โดยเฉพาะในเอเชีย”

มาตรการสำรองน้ำมันอาจไม่เพียงพอ

การประกาศใช้คลังน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ (SPR) จากญี่ปุ่นถึงสหรัฐ และความสามารถของสหรัฐ ในการปล่อยน้ำมันมากกว่าหนึ่งล้านบาร์เรลต่อวัน อาจช่วยบรรเทาความกลัวเรื่องอุปทานขาดแคลนได้ชั่วคราว แต่คิลดัฟฟ์เตือนว่า “ตัวเลขความเสียหายนั้นใหญ่เกินไป”

สำหรับวิธีนี้ “นี่คือการขาดดุลน้ำมันระดับ 10-12 ล้านบาร์เรลต่อวัน… ซึ่งเป็นเรื่องยากให้ก้าวผ่านไป ไม่มีมาตรการเชิงนโยบายไหนที่จะแก้ไขได้ ไม่มีกลไกใดที่จะชดเชยส่วนที่หายไปนี้ได้”

นั่นคือเหตุผลที่เขาเน้นย้ำไปที่วันที่ 1 เมษายน “หากไม่มีข้อยุติ ไม่มีแผนการ หรือไม่มีแม้แต่ความหวังว่าจะเปิดช่องแคบได้ ไม่ว่าจะด้วยการสะสมกำลังทหารหรืออะไรก็ตามที่กองทัพต้องทำ เมื่อนั้นมันจะกลายเป็นวิกฤตพลังงาน”

คิลดัฟฟ์กล่าวเพิ่ม “ภายในกลางปี คุณจะเห็นการขาดแคลนในอินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ พวกเขาจะเริ่มลดกำลังการผลิตในภาคอุตสาหกรรม และจะต้องเริ่มประหยัดพลังงานเพื่อให้มีไฟฟ้าใช้” 

หากจะมีข่าวดีอยู่บ้าง ก็มองว่าในขณะนี้ยังไม่มีเหตุผลให้ต้องกังวลเกี่ยวกับสหรัฐมากเกินไป แม้ตลาดดีเซลจะเริ่มมีการแย่งชิงและราคากระโดดสูงขึ้น เมื่อเทียบกับน้ำมันดิบหรือเบนซิน แต่อุปทานในระยะสั้นยังคงค่อนข้างเพียงพอ ทว่าภายในสิ้นปี แม้แต่ในสหรัฐ “เราจะต้องเผชิญกับวิกฤตพลังงานครั้งใหญ่… ผมคิดว่าการขาดแคลนจะลุกลามไปถึงแคลิฟอร์เนียภายในตอนนั้น”

เขายังตั้งข้อสังเกตว่า มาตรการนโยบายเพื่อกดราคาหน้าปั๊ม เช่น การงดเก็บภาษีชั่วคราว อาจเป็นมาตรการที่ส่งผลเสียในทางกลับกัน เพราะมันเป็นการสนับสนุนความต้องการ 

“ในสถานการณ์เช่นนี้ เราต้องการให้ความต้องการลดลง เพื่อให้ราคามีเสถียรภาพ หรืออาจจะลดลงบ้าง เนื่องจากสถานการณ์นี้สร้างปัญหาอย่างมากต่อผู้บริโภค”

ข้อมูลตลาดน้ำมันดิบ WTI (พฤษภาคม ’26) ค่าปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลง
ราคาล่าสุด (03:40 น. EDT) 101.42 +3.19 (+3.25%)


ในมุมมองของ Kilduff เหตุผลที่ WTI ยังคงเพดานราคาอยู่ที่ประมาณ 100 ดอลลาร์ และ Brent อยู่ในช่วง 105-110 ดอลลาร์ เป็นเพราะ “สถานการณ์นี้อาจคลี่คลายได้ค่อนข้างเร็ว…
เรากำลังตรึงราคา เพื่อดูว่าราคาจะพุ่งขึ้นไปอีกขั้นหรือไม่ เพราะถ้าเรื่องนี้ลากยาวเกิน 2 สัปดาห์ เราจะต้องประเมินราคาน้ำมันใหม่ในระดับที่สูงขึ้นกว่าเดิมมาก”

เศรษฐกิจสหรัฐในปัจจุบันได้รับความเสียหายน้อยกว่าในช่วงปี 1970 แม้ราคาน้ำมันจะสูง เนื่องจากมีกำลังการผลิตที่แข็งแกร่งและเศรษฐกิจใช้พลังงานน้อยลง นอกจากนี้สหรัฐยังนำเข้าน้ำมันส่วนใหญ่จากแคนาดา และได้แหล่งทรัพยากรที่ค้นพบใหม่ จากเวเนซุเอลา อันเหมาะกับโรงกลั่นแถบกัลฟ์โคสต์ “ราคาน้ำมันในตลาดโลกจะสูงกว่านี้มากหากไม่มีฐานการผลิตของสหรัฐ”

อย่างไรก็ตาม เขาเตือนถึงปัจจัยลบเรื่องแรงกดดันจากเงินเฟ้อตลอดห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค

ราคา 100 ดอลลาร์ อาจกลายเป็น ‘ฐานใหม่’

แม้ว่าวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซจะยุติลง ตลาดก็ยังคาดการณ์ว่าค่าความเสี่ยงจะยังคงอยู่ เนื่องจากชาติอื่น ๆ ในตะวันออกกลางเริ่มระงับการผลิต และสิ่งอำนวยความสะดวกในภูมิภาคได้รับความเสียหาย ซึ่งต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู หากอิหร่านหรืออิสราเอลโจมตีฐานส่งออกน้ำมันเพิ่มเติม คิลดัฟฟ์คาดว่า

“อิหร่านจะใช้อาวุธที่เหลืออยู่โจมตีฐานผลิตน้ำมันในประเทศเพื่อน…ยูเออีอยู่ใกล้และโจมตีได้ง่ายที่สุด นั่นคือเหตุผลที่พวกเขาทำเช่นนั้น”

หากเปรียบเทียบอิหร่านกับ “คนกำลังจมน้ำ” ที่พยายามจะดึงทุกคนให้จมลงไปด้วย

หากมีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของซาอุดีอาระเบีย คูเวต หรืออิรัก ราคาจะกระโดดขึ้นอีก 20 ดอลลาร์ทันที เทรดเดอร์จะอยู่ในโหมด “ซื้อก่อนค่อยถามทีหลัง”

แม้สถานการณ์จะคลี่คลายลง แต่การที่ราคาจะกลับลงไปสู่ระดับ 60-70 ดอลลาร์จะเป็นไปได้ยากขึ้น เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานและสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงสูง

แต่ในขณะนี้ 2 สัปดาห์ถัดไป คือช่วงเวลาสำคัญที่สุด

“เรากำลังยืนอยู่บนขอบหน้าผาที่ 100 ดอลลาร์จะกลายเป็นฐานใหม่ใน 1 สัปดาห์ หรือ 2 สัปดาห์หน้า หากไม่มีความคืบหน้าในการรักษาความปลอดภัยช่องแคบ ตลาดจะเลิกให้ประโยชน์จากความไว้วางใจ สูญเสียอุปทานจะเริ่มส่งผลกระทบอย่างรุนแรง…ตอนนี้บททดสอบอยู่ที่ตลาด ว่าเราจะผ่านพ้นเรื่องนี้ไปได้ใน 2 สัปดาห์หรือไม่ เรากำลังกลั้นใจรอ เหมือนคนในหนังภัยพิบัติที่กำลังจ้องมองคลื่นยักษ์ที่กำลังซัดเข้ามาหาเราก่อนที่ทุกอย่างจะจบลงด้วยความเลวร้าย”

ที่มา : Trump’s Deadline for Reopening the Strait of Hormuz : Two Weeks !