“Guss Damn Good” แบรนด์คราฟต์ไอศกรีมชื่อดัง ฉลอง 10 ปี ประกาศแผนธุรกิจเชิงรุก ปูพรมขยายสาขา Guss Damn Good และแบรนด์ในเครือ Adam n Eve เพิ่มอีกกว่า 10 สาขา พร้อมเตรียมส่งโมเดลแฟรนไชส์บุก “เขาใหญ่” ที่แรก ควบคู่กับการจับมือพันธมิตรยักษ์ใหญ่รุกหนักตลาด B2B ล่าสุดจับมือ COPPER BEYOND BUFFET เสิร์ฟไอศกรีมแบบไม่อั้น 7 รสชาติ เริ่ม 1 ก.ย.นี้ ตั้งเป้าภายใน 2-3 ปี รายได้แตะ 200 ล้านบาท
นายนที จรัสสุริยงค์ และนางสาวระริน ธรรมวัฒนะ Co-Founder บริษัท กัสส์ แดมน์ กู๊ด จำกัด หรือผู้ก่อตั้งแบรนด์คราฟต์ไอศกรีม Guss Damn Good เปิดเผยว่า ตลาดไอศกรีม โดยเฉพาะกลุ่มพรีเมี่ยมแมส ราคา 80-90 บาทต่อ 1 สกู๊ป ยังมีช่องว่างในการเติบโตได้อีกมาก หลังผู้บริโภคให้ความสำคัญกับคุณภาพและประสบการณ์มากกว่าราคา โดยพร้อมจ่ายมากขึ้นเพื่อแลกกับสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการ
สะท้อนจากผลประกอบการของบริษัทในปี 2567 นั้นสามารถสร้างยอดขายทะลุ 100 ล้านบาทได้สำเร็จ โดยปัจจุบันฐานลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม First Jobber และวัยทำงาน อายุตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไป ซึ่งนอกจากชาวไทยแล้ว เริ่มมีต่างชาติเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากสิงคโปร์ มาเลเซีย ฮ่องกง และญี่ปุ่น
“ยุทธศาสตร์ที่เน้นคุณภาพและการเล่าเรื่องของแบรนด์ กระตุ้นการบอกต่อ เป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้สามารถชิงโพซิชั่น Top of Mind ของคนไทยและต่างชาติได้สำเร็จ และมียอดขายเพิ่มจาก 1 แสนบาท เป็น 100 ล้านบาท เนื่องจากย้อนกลับไปสมัยที่เริ่มต้นทำแบรนด์ Guss Damn Good เมื่อ 10 ปีก่อนนั้น แม้ในตลาดจะมีผู้เล่นทั้งรายเล็กและรายใหญ่หลายแบรนด์ แต่ยังไม่ได้มีผู้เล่นรายใดที่สร้างความชัดเจนในด้านเอกลักษณ์รสชาติและแบรนด์สตอรี่อย่างแท้จริง”
ปักธงโมเดลแฟรนไชส์
สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจจากนี้ไป จะมุ่งเน้นการขยายฐานลูกค้าและช่องทางการขายให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยจะทดลองเปิดโมเดลแฟรนไชส์ของ Guss Damn Good สาขาแรกที่บริเวณเขาใหญ่ ในรูปแบบร้านนั่งทาน ด้วยงบฯลงทุนประมาณ 1-2 ล้านบาท โดยผู้ซื้อแฟรนไชส์จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง ส่วนบริษัทจะสนับสนุนการฝึกอบรม การจัดหาสินค้า และการทำตลาด รวมถึงแบรนดิ้ง
ทั้งนี้ ร้าน Guss Damn Good โมเดลแฟรนไชส์สาขาแรกนี้อยู่ระหว่างการออกแบบ และคาดว่าจะพร้อมเปิดให้บริการได้ในช่วงต้นปี 2569

“สาขาทดลองนี้นอกจากเป็นแฟรนไชส์สาขาแรกแล้ว ยังเป็นการบุกต่างจังหวัดครั้งแรกด้วย โดยเป็นการร่วมมือกับพันธมิตรก่อน หากผลการดำเนินงานเป็นไปตามที่ประเมินไว้ จะต่อยอดการขยายธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์ คาดว่าจะเห็นความชัดเจนในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 เบื้องต้นจะเน้นการคัดเลือกผู้ร่วมธุรกิจที่สนใจจริง ๆ และมีแนวคิดที่สอดคล้องกัน ทั้งนี้จะไม่มีการประชาสัมพันธ์ว่าเปิดขายแฟรนไชส์อย่างเป็นทางการ แต่จะให้ผู้ที่สนใจเข้ามาพูดคุยรายละเอียดเป็นราย ๆ ไป”
ส่งสินค้าใหม่บุกเซเว่นฯ
นายนทีกล่าวต่อไปว่า บริษัทยังเห็นโอกาสในช่องทางโมเดิร์นเทรด และร้านสะดวกซื้อด้วย โดยมีแผนนำสินค้ารูปแบบใหม่ที่แตกต่างจากปัจจุบันเข้าไปวางขายในเซเว่นอีเลฟเว่น คาดว่าจะได้เห็นความชัดเจนในช่วงปลายปี 2568 หรือต้นปี 2569
พร้อมกันนี้ ยังศึกษาโอกาสขยายไปต่างประเทศ โดยอยู่ระหว่างเจรจากับคู่ค้าในจีน เพื่อเปิด Pop-up Store ซึ่งจะเป็นก้าวแรกในการพัฒนาเครือข่ายพันธมิตรนอกประเทศ
ปูพรมสาขาต่อเนื่องปี’68-69
ด้านการลงทุนขยายสาขานั้น ช่วงครึ่งหลังของปี 2568 มีแผนขยายสาขา Guss Damn Good เพิ่มอีก 2 สาขา ที่ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต และอีกแห่งยังอยู่ระหว่างพิจารณา หลังจากที่ต้นปีเปิดที่เดอะมาร์เก็ต แบงค็อก และเทอร์มินอล 21 อโศก ทำให้ ณ สิ้นปี 2568 จะมีสาขาครบ 20 สาขา จากปัจจุบันมีอยู่ 18 สาขาในกรุงเทพฯ ภายใต้งบฯลงทุนราว 1.2 ล้านบาทต่อสาขา
ส่วนในปี 2569 จะเดินหน้าสร้างการรับรู้ และขยายสาขาแบรนด์ลูกอย่าง Adam n Eve ซึ่งเป็นเมนูกรีกโยเกิร์ต แบบไม่เติมน้ำตาลเพิ่ม ราคา 79-149 บาท เน้นโมเดลคีออสก์ ให้สามารถลงทุนน้อยแต่ขยายได้รวดเร็ว เพื่อให้เติบโตควบคู่กับ Guss Damn Good โดยในปี 2569 มีเป้าหมายเปิดสาขาทุกแบรนด์ในเครือเพิ่มอีก 10 สาขา แบ่งเป็น Guss Damn Good 4 สาขา และ Adam n Eve 6 สาขา
ลุยเสิร์ฟไอศกรีมบุฟเฟต์
สำหรับกลยุทธ์ในการทำตลาด บริษัทมุ่งคอลลาบอเรชั่นกับแบรนด์ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง พร้อมขยายไปสู่ตลาด B2B หรือลูกค้าธุรกิจ เช่น ร้านอาหาร เพื่อเข้าถึงฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ ประเดิมด้วยการจับมือ COPPER BEYOND BUFFET บุฟเฟต์นานาชาติระดับพรีเมี่ยม จัด “บุฟเฟต์ไอศกรีม” เป็นครั้งแรกภายใต้การจับมือกับพาร์ตเนอร์รายใหญ่
โดยการร่วมมือครั้งนี้จะนำ 7 รสชาติขายดีของ Guss Damn Good จาก 200 รสชาติ ได้แก่ Here’s Your Damn Good Chocolate, Maine Rocky Coast, Summer Smile, Greek Yogurt Biscoff Crunch, Vanilla Madagascar Blend, Uji Matcha และ Tokyo Mist มาจัดบุฟเฟต์ที่ COPPER BEYOND BUFFET สาขา GAYSORN AMARIN ในทุกวัน ทุกรอบ และทุกแพ็กเกจ ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2568 เป็นต้นไป
ยันไม่ปรับขึ้นราคา
นายนทีย้ำว่า ขณะนี้ Guss Damn Good ไม่มีแผนขึ้นราคา แม้ต้นทุนวัตถุดิบ โดยเฉพาะช็อกโกแลตจะเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า แต่หากจำเป็นอาจปรับขึ้นเฉพาะบางรสชาติในช่วงปลายปี 2568 เพื่อรักษาคุณภาพสินค้า
อย่างไรก็ตาม จากแผนการขยายสาขาและการรุกตลาดใหม่ ๆ ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการหันมาโฟกัสธุรกิจแบบ B2B มากขึ้น ทั้งกับร้านอาหารและรีเทลต่าง ๆ คาดว่าสิ้นปี 2568 บริษัทจะมีรายได้เติบโตประมาณ 20% ขณะที่ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า (2569-2571) ตั้งเป้ารายได้แตะ 200 ล้านบาท
“การก้าวสู่ทศวรรษที่สองของ Guss Damn Good จึงไม่ใช่แค่การเพิ่มจำนวนสาขา แต่คือการขยายโอกาสธุรกิจในหลายมิติ ทั้ง B2B, โมเดิร์นเทรด, แฟรนไชส์ และตลาดต่างประเทศ โดยเราก็จะยังคงรักษาตัวตนที่ชัดเจนในเซ็กเมนต์พรีเมี่ยมแมสคราฟต์ไอศกรีม ที่ยังมีพื้นที่ให้เติบโตได้อีกมากในอนาคต”