เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

จับตา 2 ยักษ์โรงแรมจีนบุกอาเซียน ปูพรม 180 โครงการ ไร้เงาประเทศไทย

31 ต.ค. 2568 | 09:12น.
คอลัมน์​ : Market Move

ธุรกิจท่องเที่ยวของไทยอาจต้องเผชิญความท้าทายที่หนักหน่วงยิ่งขึ้น เมื่อ 2 เชนโรงแรมสัญชาติจีนรายใหญ่อย่าง จินเจียง อินเตอร์เนชั่นแนล (Jin Jiang International) และ เอช เวิลด์ อินเตอร์เนชั่นแนล (H World International) ไม่เพียงประกาศแผนลงทุนเปิดสาขาระดับมากกว่าร้อยแห่งในหลายประเทศของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ในแผนนี้ยังไม่มีชื่อประเทศไทยอยู่อีกด้วย

สถานการณ์นี้อาจกลายเป็นความเสี่ยงที่อาจทำให้ไทยตกขบวนการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

สำนักข่าวนิกเคอิ เอเชีย รายงานว่า เมื่อปลายเดือนสิงหาคม 2568 จินเจียง อินเตอร์เนชั่นแนล บริษัทผู้บริหารโรงแรมรายใหญ่ที่สุดของจีน ด้วยโรงแรมในมือถึง 13,513 แห่ง และมีรัฐบาลจีนเป็นเจ้าของ เซ็นสัญญาพันธมิตรกับริยาซ อินเตอร์เนชั่นแนล เพื่อเปิดโรงแรมในมาเลเซีย เวียดนาม ลาว กัมพูชา และฟิลิปปินส์ รวมกว่า 180 แห่ง ภายในปี 2030

โดยโรงแรมที่จินเจียงฯวางแผนเปิดให้บริการนี้จะมีหลากหลายระดับ ตั้งแต่โรงแรมราคาประหยัด ไปจนถึงโรงแรมหรู ภายใต้ชื่อแบรนด์ต่าง ๆ จาก 5 แบรนด์ที่บริษัทมีอยู่ อาทิ จินเจียง อินน์ และ ลาเวนเดอร์ (Lavande)

ทั้งนี้ จินเจียงฯยืนยันว่าการขยายธุรกิจครั้งนี้นับเป็นการบุกตลาดต่างประเทศครั้งใหญ่ที่สุดของผู้บริหารโรงแรมสัญชาติจีน

ด้าน เอช เวิลด์ อินเตอร์เนชั่นแนล หนึ่งในผู้ประกอบการโรงแรมเอกชนรายใหญ่ที่สุดในจีน ด้วยสาขากว่า 11,685 แห่ง จะมุ่งขยายสาขาด้วยแบรนด์โรงแรมระดับกลาง โดยจะปักธงสาขาที่ 3 ที่มาเลเซียในปี 2026 หลังเปิดสาขานำร่องซึ่งทดลองเปิดในสิงคโปร์เมื่อปี 2019 ก่อน ตามด้วยสาขา 2 ในกรุงพนมเปญของกัมพูชาไปเมื่อปี 2024

ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมิถุนายน 2568 เอช เวิลด์ฯ ประกาศแผนขยายสาขาเพิ่มกว่า 9,000 แห่ง ภายในปี 2030 โดยส่วนใหญ่จะอยู่ในจีนแผนดินใหญ่ ซึ่งเพียงในปี 2025 นี้ บริษัทวางแผนขยายสาขา 2,300 แห่ง และปิดสาขาประมาณ 500-600 แห่ง

ทั้งนี้ กลยุทธ์สำคัญที่ทำให้สามารถขยายสาขาจำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว มาจากโมเดลธุรกิจที่บริษัทเรียกว่า “Manachized” ซึ่งโรงแรมมากกว่า 90% ของ เอช เวิลด์ฯ นั้น ผู้รับสิทธิแฟรนไชส์เป็นฝ่ายลงทุนสร้าง ?? แต่จะดำเนินการโดยผู้จัดการทั่วไปที่บริษัทจ้างและฝึกอบรมมา เพื่อคุมมาตรฐานการบริการ

“จีหง เหอ” หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ของ เอช เวิลด์ฯ อธิบายเหตุผลเบื้องหลังแผนบุกตลาดอาเซียนว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้นับเป็นตลาดที่น่าตื่นเต้นสำหรับบริษัทเนื่องจากทำเลที่ใกล้กับจีนซึ่งเป็นตลาดบ้านเกิด ทำให้มีความเชื่อมโยงลึกซึ้งกับการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศของชาวจีน

ความเห็นของยักษ์ธุรกิจโรงแรมในเรื่องจุดเด่นด้านระยะทางของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นี้ สอดคล้องกับรายงานของ Trip.com ผู้ให้บริการเว็บไซต์จองที่พักและสถานที่ท่องเที่ยวของจีน ซึ่งเปิดเผยว่าในบรรดาประเทศที่เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของชาวจีนเมื่อช่วงหยุดยาววันชาติที่ผ่านมานั้น ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ อยู่ในอันดับใกล้เคียงกับญี่ปุ่นและเกาหลีใต้

นอกจากปัจจัยเรื่องระยะทางแล้ว การที่ธุรกิจของชาวจีนยกขบวนเข้ามาปักหลักให้บริการในภูมิภาคนี้มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นอีกแรงผลักดันกลุ่มโรงแรมกล้าตัดสินใจขยายสาขาเข้ามาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยความหวังว่าปริมาณการเดินทางเพื่อธุรกิจจากจีนจะเพิ่มมากขึ้น เช่นเดียวกับการเดินทางของครอบครัวและเพื่อนของพนักงานในธุรกิจที่ถูกส่งมาประจำประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคนี้ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ตามข้อมูลของสำนักเลขาธิการอาเซียน (ASEAN Secretariat) เมื่อปี 2024 มีนักท่องเที่ยวจากจีนเดินทางไปเยือนประเทศสมาชิกอาเซียนประมาณ 20.4 ล้านคน เพิ่มขึ้น 56% จากช่วงทศวรรษก่อน

ตัวเลขนี้นับว่าสูงมากเมื่อเทียบกับการเติบโตของนักท่องเที่ยวจากประเทศ และภูมิภาคอื่น ๆ ในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งเพิ่มขึ้นเพียง 16% เท่านั้น สะท้อนถึงศักยภาพของตลาดนักท่องเที่ยวจีน และโอกาสของธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวในอาเซียน

อย่างไรก็ตาม การที่แผนขยายสาขาครั้งนี้ไม่มีชื่อประเทศไทยอยู่ ทำให้ต้องจับตาดูกันว่าแนวทางการลงทุนของ 2 ยักษ์โรงแรมแดนมังกรนี้ จะส่งผลอย่างไรกับกระแสการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนที่มายังภูมิภาคอาเซียน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธุรกิจโรงแรม