เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

Lotte-Meiji เร่งปรับยุทธศาสตร์ รับมือญี่ปุ่นเผชิญเมล็ดโกโก้ขาด

19 ม.ค. 2569 | 14:28น.

คอลัมน์ : Market Move

เมล็ดโกโก้วัตถุดิบสำคัญสำหรับขนมและเครื่องดื่มเป็นอีกหนึ่งสินค้าที่กำลังเกิดภาวะขาดแคลนในปี 2026 นี้ ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นทำให้แม้แต่ยักษ์ใหญ่ของวงการขนมอย่างลอตเต้ (Lotte) ผู้ผลิตโคอะลา มาร์ช ท็อปโป ฯลฯ, ฟูจิยะ (Fujiya) และเมจิ (Meiji) ผู้ผลิตขนมช็อกโกแลต เช่น Look และ Heart ต้องเคลื่อนไหวปรับซัพพลายเชน สูตรขนม และทิศทางการพัฒนาสินค้าของตน เพื่อรับมือกับภาวะขาดแคลนเมล็ดโกโก้

สำนักข่าวนิกเคอิ เอเชีย รายงานว่า ลอตเต้ประกาศปรับซัพพลายเชนโกโก้ หนึ่งในนั้นคือเพิ่มแหล่งวัตถุดิบเมล็ดโกโก้ โดยจัดหาเมล็ดโกโก้จากไอโวรี่โคสต์เข้ามา หลังจากที่ผ่านมาบริษัทใช้เมล็ดโกโก้จากกานามาอย่างยาวนาน จนนำมาตั้งเป็นชื่อสินค้าในกลุ่มช็อกโกแลต

พร้อมกันนี้ลอตเต้ยังขยายคลังสินค้าและระบบโลจิสติกส์ที่โรงงานอุราวะ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงโตเกียว เพื่อรองรับเมล็ดโกโก้จากไอวอรี่โคสต์ด้วย

อย่างไรก็ตาม แม้จะเพิ่มแหล่งจัดหาเมล็ดโกโก้ แต่ยักษ์ขนมหวานยืนยันว่าเมล็ดโกโก้จากแหล่งต่าง ๆ จะถูกเก็บแยกกัน เนื่องจากมีรสชาติและลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน โดยลอตเต้ตั้งเป้าจะนำเมล็ดโกโก้จากไอวอรี่โคสต์มาเข้าสายการผลิตผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลตภายในสิ้นเดือนมีนาคม 2026 ที่จะถึงนี้

โฆษกของลอตเต้กล่าวว่า การจัดหาวัตถุดิบแบบเฉพาะภูมิภาคนี้ ช่วยให้บริษัทได้วัตถุดิบคุณภาพใกล้เคียงกับของกานา พร้อมหาวิธีลดความผันแปรของคุณภาพในกระบวนการผลิตด้วย ขณะเดียวกัน ยังวางแผนระยะยาวที่จะใช้โกโก้จากไอวอรี่โคสต์อย่างสม่ำเสมอในอนาคต

ด้านบริษัทอื่นต่างกำลังมองหาวิธีรับมือกับราคาที่พุ่งสูงขึ้น อาทิ เมจิเพิ่มจำนวนผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลตที่ใช้น้ำมันจากพืชชนิดอื่นแทนเนยโกโก้ ส่วนฟูจิยะกำลังเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีส่วนผสมของช็อกโกแลต เช่น คุกกี้และลูกอม และกำลังขยายตลาดไปยังผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มและซีเรียล

สถานการณ์ขาดแคลนเมล็ดโกโก้นี้ เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกที่ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อผลผลิตโกโก้ในประเทศกานา ขณะที่รัฐบาลของกานาอยู่ในภาวะล้มละลาย ทำให้บรรดาเกษตรกรขาดการสนับสนุน

ผลกระทบต่อการผลิตเมล็ดโกโก้เห็นได้จากรายงานขององค์การโกโก้ระหว่างประเทศ (International Cocoa Organization) ที่คาดว่าผลผลิตเมล็ดโกโก้ของกานาในปี 2025 ทั้งปีจะอยู่ที่ 600,000 เมตริกตัน ลดลงถึง 40% จากปริมาณ 1.04 ล้านตัน ในปี 2021

ทั้งนี้ จากสถิติในปี 2024 ญี่ปุ่นนำเข้าเมล็ดโกโก้ 32,000 ตัน ลดลง 21% จากปี 2023 โดยสัดส่วนการนำเข้าจากกานาลดลง 27% เหลือ 22,000 ตัน และจากเอกวาดอร์ลดลง 20% เหลือ 3,784 ตัน ขณะที่โกโก้จากไอวอรี่โคสต์เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า หรือ 2,718 ตัน

ขณะเดียวกัน นอกจากผลกระทบด้านปริมาณวัตถุดิบแล้ว ราคาเป็นอีกจุดที่ถูกกระทบ โดยราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเมล็ดโกโก้ในตลาดลอนดอน ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานสากลสำหรับสินค้าโภคภัณฑ์นี้อยู่ที่ประมาณ 4,000 ปอนด์ หรือ 5,386 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ซึ่งสูงกว่าช่วงเดียวกันของปี 2022 ประมาณ 2 เท่า

ส่งผลให้บรรดาผู้ผลิตขนมในญี่ปุ่นขึ้นราคาสินค้าของตน ตามข้อมูลจาก Nikkei POS ซึ่งรวบรวมข้อมูลยอดขายจากซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้าอื่น ๆ ทั่วประเทศญี่ปุ่น พบว่าราคาเฉลี่ยของช็อกโกแลตในเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 16% เมื่อเทียบกับปี 2024 ขณะที่ลูกอมแบบแข็งและแบบเยลลี่เพิ่มขึ้น 5% และขนมขบเคี้ยวที่เพิ่มขึ้น 2%

ราคาที่สูงขึ้นนี้ส่งผลให้ผู้บริโภคบางส่วนซื้อช็อกโกแลตน้อยลง โดยในเดือนธันวาคม 2025 ยอดขายผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลตต่อประชากร 1,000 คน ลดลงไปแล้ว 16%