เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
Biz Movement เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
‘สายการบิน’ เดือดโค้งท้าย อัดเพิ่มความถี่ไฟลต์บินชิงไฮซีซั่น
Business ‘สายการบิน’ เดือดโค้งท้าย อัดเพิ่มความถี่ไฟลต์บินชิงไฮซีซั่น
ทุบสถิติใหม่ มหกรรมหนังสือฯ ยอดขายนิวไฮทะลุ 500 ล้านบาท
Biz Movement ทุบสถิติใหม่ มหกรรมหนังสือฯ ยอดขายนิวไฮทะลุ 500 ล้านบาท
มูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ เตรียมจัดโบว์ลิ่งการกุศล ส่งต่อมื้ออาหารให้เด็ก
Biz Movement มูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ เตรียมจัดโบว์ลิ่งการกุศล ส่งต่อมื้ออาหารให้เด็ก
พลิกโฉม All for Education ‘โลกเปลี่ยน การศึกษาต้องเปลี่ยน’
Biz Movement พลิกโฉม All for Education ‘โลกเปลี่ยน การศึกษาต้องเปลี่ยน’
ทิศทางเงินบริจาค Next Step ศุภนิมิตฯงานเพื่อเด็กในสังคมเปราะบาง
SD ทิศทางเงินบริจาค Next Step ศุภนิมิตฯงานเพื่อเด็กในสังคมเปราะบาง
Makro ขยายลูกค้า HORECA ลุ้นปี’69 ยอดขายออนไลน์ทะลุแสนล้าน
Business Makro ขยายลูกค้า HORECA ลุ้นปี’69 ยอดขายออนไลน์ทะลุแสนล้าน
SOAR โอเชี่ยนคลับ หนุนท่องเที่ยวไทยสู่คุณภาพ
Business SOAR โอเชี่ยนคลับ หนุนท่องเที่ยวไทยสู่คุณภาพ
ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 1 พ.ย. 2569
News ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 1 พ.ย. 2569
ดูทั้งหมด

JETRO เผยร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยลดลง 2.2% ครั้งแรกตั้งแต่ปี 2550

20 ม.ค. 2569 | 12:03น.
ร้านอาหารญี่ปุ้น

ร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยลดลงเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เริ่มสำรวจเมื่อปี 2550 โดยมี 5,781 ร้าน ลดลง 135 ร้าน หรือ ลด 2.2%

องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) กรุงเทพฯ เผยผลสำรวจร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยปี 2568 มีจำนวน 5,781 ร้าน ลดลง 135 ร้าน มีอัตราลดลง 2.2% จากการสำรวจครั้งก่อน เป็น การลดลงครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มการสำรวจร้านอาหารญี่ปุ่นในปี 2550 โดยจำนวนร้านในกรุงเทพฯ ลดลง 2.3% ร้านใน 5 จังหวัดปริมณฑลลดลง 3.1% และร้านในต่างจังหวัดลดลง 1.9%

ประเภทร้านอาหารที่มีจำนวนร้านเพิ่มขึ้น ได้แก่ “ร้านราเมง” และ “ร้านคาเฟ่” ประเภทร้านที่มีจำนวนคงที่ได้แก่ “ร้าน Teppanyaki” (การบริการอาหารแบบย่างบนเตา) สำหรับประเภทอื่น ๆ ที่เหลือพบว่ามีจำนวนร้านลดลงทุกประเภท

เมื่อวิเคราะห์ตามจำนวนสาขา พบว่าแบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีสาขาเดียวและแบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีหลายสาขา โดยเฉพาะแบรนด์ขนาดเล็กที่มีร้าน 2 – 5 สาขามีจำนวนลดลง ส่วนแบรนด์ขนาดใหญ่ที่มีสาขามากกว่า 51 สาขามีจำนวนคงที่

ราคาเฉลี่ยต่อหัว ส่วนใหญ่รวมอยู่ที่กลุ่มราคากลางถึงต่ำที่ 101 – 500 บาท โดยราคาเฉลี่ยต่อหัวของกรุงเทพฯ สูงกว่าใน จังหวัดอื่น ๆ

ตลาดเข้าสู่ระยะเติบโตเต็มที่และรสนิยมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป

ผู้เกี่ยวข้องกับธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นหลายท่านให้ความเห็นว่า สถานการณ์เศรษฐกิจประเทศไทยโดยรวมยังคงชะลอตัว ส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของธุรกิจร้านอาหาร รวมทั้งผู้บริโภคชาวไทยมีความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับอาหารญี่ปุ่นมากขึ้น ทำให้ตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยเข้าสู่ระยะเติบโตเต็มที่ ส่งผลให้การขยายตลาดด้วยการเพิ่มสาขาเพียงอย่างเดียวเป็น

เรื่องยากอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้การบริโภคอาหารญี่ปุ่นชะลอตัวลงสำหรับกรุงเทพฯ ซึ่งมีร้านอาหารกระจุกตัวหนาแน่นคือ จำนวน ชาวญี่ปุ่นที่อยู่อาศัยอยู่ในประเทศไทยรวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง

ด้วยเหตุนี้ ความเป็น “ร้านอาหารญี่ปุ่น” เพียงอย่างเดียวจึงไม่สามารถนำมาสร้างความแปลกใหม่และดึงดูดผู้บริโภคได้ ซึ่ง กลุ่มผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับ แหล่งที่มา คุณภาพ รวมทั้งการบอกเล่าเรื่องราว (Story) มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น

ผู้บริโภคมีแนวโน้มให้ความสำคัญกับความคุ้มราคา (Value for Money) และคุณค่าทางประสบการณ์ มากกว่าการเลือก โดยให้คุณค่าแก่ความ “พรีเมียม” เพียงอย่างเดียว สำหรับผู้บริโภคกลุ่มคนรุ่นใหม่มีแนวโน้มเลือกตามเทรนด์และความเป็นกระแส ในสังคมออนไลน์

ความสนใจในอาหารเฉพาะทางเพิ่มขึ้น

ผู้บริโภคมีแนวโน้มให้ความสนใจร้านที่มีเมนูอาหารญี่ปุ่นเฉพาะทางเพิ่มมากขึ้น เช่น ร้านราเมง ร้านคาเฟ่ ร้านหมู ทอดทงคัตสึ ร้านแฮมเบิร์ก รวมทั้งร้านที่มีความพิถีพิถันเป็นพิเศษ เช่น ร้านที่เลือกใช้วัตถุดิบอย่างข้าวญี่ปุ่น นอกจากนี้ กระแส ความนิยมมัทฉะยังทำให้ร้านประเภทคาเฟ่มีจำนวนเพิ่มขึ้น

ผลกระทบจากความนิยมท่องเที่ยวญี่ปุ่นของคนไทย

จากการสัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้องกับธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นพบว่า ค่าเงินเยนที่อ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่องส่งผลให้นักท่องเที่ยว ชาวไทยเดินทางไปเยือนประเทศญี่ปุ่นเพิ่มมากขึ้น จึงเริ่มเห็นแนวโน้มผู้บริโภคที่ชะลอการบริโภควัตถุดิบอาหารญี่ปุ่นที่มีราคาสูง ภายในประเทศไทย เช่น โอมากาเสะซูชิ เนื้อวัววากิว และสาเกญี่ปุ่น เพื่อไปบริโภคในประเทศญี่ปุ่นที่เป็นแหล่งกำเนิด

แนวโน้มในอนาคต

ผู้เกี่ยวข้องกับธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นหลายท่านให้ความเห็นว่า ตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยจะยังคงมีร้านที่เปิด ใหม่และปิดตัวลงอย่างต่อเนื่องโดยคาดการณ์ว่าจะเห็นการเติบโตของร้านอาหารญี่ปุ่นที่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน มีเมนูเฉพาะทาง (Specialty) มีการเล่าเรื่องราว (Story) และสามารถมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจ (Experience) ให้กับผู้บริโภคได้

นอกเหนือจาก “อาหารญี่ปุ่นต้นตำรับ” และ “อาหารญี่ปุ่นที่มีมูลค่าเพิ่ม” แล้ว คาดว่าจะมี “ร้านอาหารญี่ปุ่นที่เป็นกระแส” และ “อาหารญี่ปุ่นที่มีการปรับให้เข้ากับผู้บริโภคชาวไทย (Localized)” มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น

นอกจากนี้ เนื่องจากเทรนด์การบริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การประชาสัมพันธ์ข้อมูลผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียจึง ยังคงมีความสำคัญต่อไป