‘แอลจี’ ยกทัพเอไอ ชิงตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า 82,000 ล้าน
แอลจีย้ำความพร้อมลุยตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าปี’69 ยกทัพสินค้าใหม่ทั้งเครื่องปรับอากาศ-ทีวี-เครื่องซักผ้า-ตู้เย็น เปิดตัวรวดเดียว ย้ำจุดต่างสารพัดฟังก์ชั่นอัตโนมัติพลัง AI ตามแนวคิด AI ที่ใช้ได้จริง หวังสร้างความแตกต่างยุค AI แข่งดุ พร้อมเพิ่มความถี่แคมเปญการตลาด ทั้งโปรบันเดิล-โรดโชว์ มั่นใจรายได้โต 10%
นายอำนาจ สิงหจันทร์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปี 2569 ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านขนาดใหญ่ใน 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ เครื่องซักผ้า ทีวี ตู้เย็น และเครื่องปรับอากาศ จะเติบโตเฉลี่ยประมาณ 5% หรือมีมูลค่ารวมราว 82,000 ล้านบาท
หลังมี 3 ปัจจัยหนุนสำคัญอย่างสภาพอากาศร้อนจัดและร้อนนาน ที่หนุนดีมานด์เครื่องปรับอากาศได้ถึง 20% ตามด้วยการแข่งขันฟุตบอลโลกที่มาปลุกตลาดทีวีได้ประมาณ 20% จากการกระตุ้นการอัพเกรดทีวีเป็นจอใหญ่ขึ้น เทคโนโลยีใหม่ขึ้น เช่นเดียวกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยน-อัพเกรดเครื่องใช้ไฟฟ้าบ่อยขึ้น จากเดิม 7-8 ปี/ครั้ง เป็น 5-6 ปี/ครั้ง
แม้จะยังมีความท้าทายด้านเศรษฐกิจและกำลังซื้อ แต่เชื่อว่าปัจจัยเหล่านี้ช่วยให้ตลาดรวมพลิกกลับจากปี 2568 ที่ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่รวมสินค้าชิ้นเล็กอย่างเตาไมโครเวฟ มูลค่า 77,000 ล้านบาท หดตัว 7% ตามการหดตัวรุนแรงของเซ็กเมนต์เครื่องปรับอากาศ แม้เครื่องซักผ้าและตู้เย็นจะยังเติบโต ส่วนทีวีทรงตัว แต่ไม่สามารถพยุงตลาดรวมไว้ได้
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการฟื้นตัวนี้ ทำให้การแข่งขันดุเดือดตามไปด้วย โดยแม้ปัจจัยการแข่งขันจะมุ่งด้านเทคโนโลยี AI, ฟังก์ชั่นและดีไซน์ แต่ในบางเซ็กเมนต์ อาทิ เครื่องปรับอากาศอาจเห็นการแข่งขันราคา
“แม้จะยังเป็นช่วงต้นปี แต่ร้านค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายแห่งเริ่มเตรียมดิสเพลย์สำหรับใช้ในช่วงบอลโลกที่จะแข่งช่วงกลางปีไว้แล้ว สะท้อนถึงความพร้อมและความคาดหวังของผู้ค้า-ดีลเลอร์ ด้านผู้บริโภคช่วงต้นเดือนมกราคมการจับจ่ายยังอยู่ในระดับปกติ ทั้งเครื่องซักผ้า ตู้เย็น และทีวี”
อุดช่องว่างสร้างเติบโต
นายอำนาจกล่าวต่อไปว่า เพื่อชิงความได้เปรียบและสร้างการเติบโตในปี’69 นี้ บริษัทมุ่งผลักดันการขายทั้งทางหน้าร้านออฟไลน์ที่มีกว่า 900 จุดจำหน่าย และออนไลน์ รวมถึงการสื่อสารย้ำจุดแตกต่างของแบรนด์ อย่างฟังก์ชั่น AI ที่สามารถใช้อำนวยความสะดวกได้จริง เพื่อรับมือการแข่งขันราคา ตามเป้าครองส่วนแบ่งตลาด 22% และรายได้เติบโต 10% แบ่งเป็นเครื่องปรับอากาศ 30%
โดยมีไฮไลต์เป็นฟังก์ชั่น AI ที่สามารถเรียนรู้พฤติกรรมผู้บริโภคในช่วงประมาณ 3 สัปดาห์แรกของการใช้งาน เพื่อให้สามารถปรับการทำงานต่าง ๆ ได้โดยอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิ, ความแรง-ทิศทางลมของเครื่องปรับอากาศ และอุณหภูมิของตู้เย็น ไปจนถึงโปรแกรมซักและปริมาณน้ำยาของเครื่องซักผ้า เป็นต้น
ร่วมกับการจัดแคมเปญ-โปรโมชั่นแนวบันเดิล หรือซื้อคู่ราคาพิเศษ เช่น เครื่องปรับอากาศกับเครื่องฟอก เครื่องซักผ้ากับเครื่องอบผ้า เป็นต้น ซึ่งช่วยผลักดันยอดใช้จ่ายต่อใบเสร็จและเพิ่มลอยัลตี้ของลูกค้าจากการได้ใช้งานสินค้าหลายชนิด เช่นเดียวกับการเพิ่มความถี่ของแคมเปญสื่อสาร อย่างเพิ่มขบวนโรดโชว์ไปยังภูมิภาคต่าง ๆ และการฝึกอบรมพนักงานให้มีความรู้ลึกซึ้งขึ้น เพื่อให้ข้อมูลลูกค้าและปิดการขายอย่างมีประสิทธิภาพ
“ฟังก์ชั่น AI ของแอลจีจะเน้นการใช้งานได้ง่ายที่สุด เพียงแค่กดปุ่มเดียว ไม่ต้องมีการตั้งค่าซับซ้อนอีก”
อีกยุทธศาสตร์สำคัญในปี 2569 นี้คือ สร้างการเติบโตจากเซ็กเมนต์ที่บริษัทไม่เคยมีสินค้ามาก่อน อาทิ ตู้เย็นมัลติดอร์ และตู้เย็นไซซ์เล็ก ซึ่งปีนี้จะนำสินค้าทั้ง 2 เซ็กเมนต์เข้ามาจำหน่ายในไทย เช่นเดียวกับสินค้าที่มุ่งเจาะกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นอีกเทรนด์มาแรง อาทิ เครื่องฟอกอากาศที่ออกแบบเป็นคอนโดฯแมว เพื่ออุดช่องว่างและเพิ่มโอกาสสร้างการเติบโต
มั่นใจสินค้าไฮไลต์แกร่ง
โดยมีสินค้าไฮไลต์ อาทิ ‘LG DUALCOOL ? AI Air ArtCool’ เครื่องปรับอากาศ ซึ่งสามารถเรียนรู้พฤติกรรมการใช้งานและวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในห้อง โดยเทคโนโลยี AI เพื่อปรับอุณหภูมิและแรงลมให้เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ใช้งานโดยเฉพาะ
ส่วนกลุ่มตู้เย็นมีระบบทำน้ำแข็ง 4 แบบ ทั้งก้อนกลม เหลี่ยม น้ำแข็งบด และน้ำแข็งขนาดเล็ก และสามารถวางชิดผนังด้านข้างได้เพียง 4 ซม.
ด้านทีวีมีรุ่นเรือธง LG OLED evo W6 ดีไซน์วอลเปเปอร์ไร้สาย และ LG OLED evo G6 ดีไซน์แนบผนัง พร้อมเทคโนโลยี ‘AI Voice ID’ ที่ไม่เพียงรับคำสั่งด้วยเสียง แต่ยังสามารถระบุตัวตนของผู้พูดได้อย่างแม่นยำ และนำผู้ใช้งานเข้าสู่หน้า My Page พื้นที่ส่วนตัวที่รวบรวมคอนเทนต์และการตั้งค่าเฉพาะบุคคลไว้เรียบร้อยแล้ว สอดคล้องกับจุดเด่นเรื่อง AI ที่ใช้งานอำนวยความสะดวกได้จริง