‘แอลจี’ ชู AI-Subscription ปั๊มยอดขาย 1.4 หมื่นล้าน
ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า 8 หมื่นล้านบาท ครึ่งหลังปี 2569 ยังแข่งเดือด รับอานิสงส์อากาศร้อนลากยาวหนุนเครื่องเย็นโตแรง แม้กำลังซื้อกดดันคนหันเน้นความคุ้มค่า “แอลจี” เดินเกมครึ่งปีหลังส่งยุทธศาสตร์ Easy Life ส่ง AI ผสานทุกไลน์อัพ พร้อมสปีด LG Subscription โตทะลุ 2 เท่า ลุยขยายบริการหลังการขายถึง 3 ทุ่ม มั่นใจปั๊มยอดขายรวมสิ้นปีทะลุ 1.4 หมื่นล้านบาทตามแผน
นายอำนาจ สิงหจันทร์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นใหญ่ในประเทศไทยปี 2569 คาดว่าจะมีมูลค่ารวมราว 80,000 ล้านบาท ขยายตัวราว 2.3% โดยกลุ่มเครื่องปรับอากาศยังคงเป็นตลาดใหญ่ที่สุดมูลค่าประมาณ 24,000 ล้านบาท ตามด้วยกลุ่มทีวี 19,000 ล้านบาท ตู้เย็น 16,200 ล้านบาท และเครื่องซักผ้า 15,000 ล้านบาทตามลำดับ
ปัจจัยขับเคลื่อนหลักในปีนี้มาจากสภาพอากาศที่ร้อนยาวนาน ซึ่งหนุนให้สินค้ากลุ่มเครื่องเย็น ทั้งเครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น และเครื่องลดความชื้น ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในระดับสองหลัก อย่างไรก็ดีพฤติกรรมผู้บริโภคยุคปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเน้นเลือกความคุ้มค่ากับเงินที่จ่าย ค้นหาข้อมูลเชิงลึกก่อนตัดสินใจ และมองหานวัตกรรมประหยัดพลังงาน รวมถึงเทคโนโลยี AI ที่เข้ามาช่วยลดภาระงานบ้าน
ขณะเดียวกันผู้ประกอบการในตลาดยังต้องรับมือกับการแข่งขันที่รุนแรงจากการเข้ามาทำตลาดเข้มข้นของแบรนด์จีน ที่เน้นทำสงครามราคา ส่งผลให้แบรนด์หลักต้องปรับตัวมุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มและประสบการณ์ใช้งานในระยะยาวแทน

แคมเปญ Easy Life ลุยครึ่งปีหลัง
นายซองฮัน จอง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจครึ่งหลังของปี 2569 มุ่งสู่การเป็น Smart Life Solution Company โดยเปิดตัวแคมเปญใหญ่ “LG Make It Yours. Make It Easy. ให้ทุกวันง่ายขึ้น เพื่อให้คุณได้เป็นตัวเองมากขึ้น”
โดยแนวคิด Easy Life ของแอลจีคือการทำให้เทคโนโลยีเข้าถึงและใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Zero Labor Home หรือบ้านที่เครื่องใช้ไฟฟ้าช่วยลดภาระงานบ้านให้อัตโนมัติ เพื่อให้ผู้บริโภคมีเวลาไปใช้ชีวิตตามที่ต้องการ
“ตลอด 38 ปีที่แอลจีดำเนินธุรกิจในประเทศไทย บริษัทมุ่งนำเสนอนวัตกรรมที่เข้าถึงง่ายและตอบโจทย์วิถีชีวิตผู้บริโภคอย่างแท้จริง”

เร่งสปีด 3 เสาหลัก
ด้านนายอำนาจกล่าวเสริมว่า กลยุทธ์การดำเนินงานในครึ่งปีหลังจะขับเคลื่อนผ่าน 3 เสาหลัก ได้แก่ 1.Easy to Live : ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนเกณฑ์เลือกซื้อจากการมองแค่ฟังก์ชั่น ไปสู่การประหยัดเวลาและบริหารจัดการชีวิต เห็นได้จากยอดขายสินค้ากลุ่มพรีเมี่ยมของแอลจีเติบโตสูงถึง 30% ในช่วงครึ่งปีแรก
โดยแอลจีใส่นวัตกรรม AI in Action เข้าไปในผลิตภัณฑ์หลักคิดเป็น 50% ของพอร์ตโฟลิโอ เช่น ระบบ AI DD? ในเครื่องซักผ้า และ AI ในตู้เย็นและเครื่องปรับอากาศ ซึ่งทำงานร่วมกับแอปพลิเคชั่น LG ThinQ? ที่ปัจจุบันมียอดผู้ใช้งานจริง Active Users ในไทยมากกว่า 1,000,000 ราย
2.Easy to Own : ทลายข้อจำกัดด้านงบประมาณก้อนใหญ่ของผู้บริโภครุ่นใหม่ ด้วยการรุกโมเดล “LG Subscription” หรือบริการสมัครสมาชิกเครื่องใช้ไฟฟ้ารายเดือน ซึ่งในครึ่งปีแรกมียอดผู้ใช้บริการเติบโตขึ้นกว่า 2 เท่าตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน ควบคู่กับการขยายช่องทาง D2C ผ่านแพลตฟอร์ม LG.com ซึ่งปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วน 10% ของยอดขายรวม และการจำหน่ายผ่านเครือข่ายดีลเลอร์กว่า 950 สาขาทั่วประเทศ
3.Easy to Trust : สร้างความมั่นใจด้านบริการหลังการขาย ภายใต้มาตรฐาน “LG Best Care” ด้วยการขยายเวลาให้บริการซ่อมถึงบ้านในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลจนถึงเวลา 21.00 น. (วันจันทร์-ศุกร์) พร้อมระบบ Smart Diagnosis วิเคราะห์ปัญหาผ่านแอป และบริการบำรุงรักษาฟรีสำหรับลูกค้าระบบ Subscription

ครึ่งปีแรกทะลุหมื่นล้าน
นายอำนาจระบุว่า ยอดขายสะสมครึ่งปีแรกเติบโตใกล้เคียง 10% ทะลุ 10,000 ล้านบาท, LG Subscription เติบโตพุ่งสูงกว่า 2 เท่าตัว, ส่วนแบ่งตลาดเครื่องซักผ้าฝาหน้าพรีเมี่ยมขยับขึ้นมาอยู่ที่ 35% ของตลาดรวม, เครื่องลดความชื้น ครองส่วนแบ่งอันดับ 1 ที่ 40% หลังยอดขายโต 30-40% และกลุ่ม B2B เติบโต 12% คิดเป็น 10% ของรายได้รวม
ขณะที่กลุ่มธุรกิจ B2B โดยเฉพาะระบบปรับอากาศเชิงพาณิชย์ และจอแสดงผลเชิงพาณิชย์ขยายตัว 12% คิดเป็นสัดส่วน 10% ของยอดขายรวม
“การเข้ามาแข่งขันของแบรนด์จีนที่เน้นสงครามราคา ถือเป็นความท้าทายที่ตลาดต้องเผชิญ แต่แอลจีเน้นตอกย้ำจุดแข็ง Korean National Branding นำเสนอคุณภาพ นวัตกรรม AI ที่ใช้งานได้จริง และการบริการที่น่าเชื่อถือ พร้อมโมเดล Subscription ที่ทำให้เป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น ซึ่งอินไซต์ครึ่งปีแรกยืนยันว่ามาถูกทาง และจะผลักดันให้ยอดขายรวมปี 2569 ของแอลจีบรรลุเป้าหมายที่ 13,000-14,000 ล้านบาทได้อย่างแข็งแกร่ง” นายอำนาจกล่าวทิ้งท้าย