เบื้องหลัง DHAS สร้าง 4 เครื่องเขียนยักษ์ บันทึกสถิติโลก
เบื้องหลัง DHAS สร้าง 4 เครื่องเขียนยักษ์ บันทึกสถิติโลก
“เครื่องเขียนและอุปกรณ์สำนักงาน” หนึ่งในกลุ่มสินค้าที่คนทุกวัย ตั้งแต่เด็ก จนถึงวัยทำงาน วัยเกษียณล้วนต้องใช้งาน และเป็นหนึ่งในตลาดที่มีมูลค่าใหญ่ถึงหลักหมื่นล้านบาท
หนึ่งในบริษัทเครื่องเขียนที่ยังคงยืนระยะได้อย่างแข็งแกร่ง คือ ‘ดี.เอช.เอ. สยามวาลา (DHAS)’ ผู้เป็นเจ้าของแบรนด์เครื่องเขียนและอุปกรณ์สำนักงานที่หลายคุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็น ช้าง (Elephant) ควอนตั้ม (Quantum) มาสเตอร์อาร์ต (Master Art) และเป็นบริษัทที่อยู่คู่กับคนไทยมาแล้วถึง 119 ปี
และ DHAS ถือโอกาสฉลองครบรอบ 119 ปี ก้าวสู่ปีที่ 120 อย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการหยิบ 4 เครื่องเขียนยอดนิยม ทั้งแฟ้มเอกสาร, สมุดฉีก, ปากกา และดินสอสี มาสร้างเครื่องเขียนขนาดยักษ์ พร้อมกับการสร้างสถิติลงในการบันทึกสถิติระดับโลกอย่าง “Guinness World Records” ว่าเป็นเครื่องเขียนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ครบทั้ง 4 ชิ้น
หมุดหมายฉลอง 119 ปี
ทิศทวัช ตาตุ ผู้อำนวยการด้านบริหารการผลิต บริษัท ดี.เอช.เอ. สยามวาลา จำกัด เล่าถึงการสร้างเครื่องเขียนยักษ์ทั้ง 4 ชิ้นนี้ว่า ไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อเพียงสร้างสถิติ บันทึกประวัติศาสตร์ขององค์กรเพียงเท่านั้น แต่ยังเป็นการสะท้อนถึงความสามัคคีขององค์กร และ DNA ขององค์กรอย่าง “One Step Ahead” ซึ่งเชื่อในการไม่หยุดคิด พัฒนา และพลังขับเคลื่อนองค์กรจากความสร้างสรรค์และความกล้า
และการเลือกประกาศเฉลิมฉลองสถิติโลกนี้ ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นั่นเป็นเพราะฐานการผลิตใหญ่ของ DHAS ที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ และเติบโต-ผูกพันมากับจังหวัดดังกล่าว ซึ่งเป็นเมืองที่มีความเป็นมาทางประวัติศาสตร์อย่างยาวนาน
ขณะที่ที่มาที่ไปของการเลือกผลิตภัณฑ์ 4 ชนิด มาสร้างเป็นเครื่องเขียนยักษ์นั้น ในตอนแรกทีมงานคิดจะสร้างสินค้าขนาดยักษ์เพียง 2 ชิ้น แต่ได้ขยายโจทย์เป็น 4 ชิ้นพร้อมกัน โดยเลือกจากสินค้าที่เป็น “ฮีโร่” หรือไอคอนิก (Iconic) ของบริษัทที่อยู่คู่คนไทยมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นแฟ้มตราช้าง, สมุดฉีก, ปากกา Quantum 007 HITZ และดินสอสีไม้มาสเตอร์อาร์ต ซึ่งล้วนเป็นแถวหน้าในตลาด และเป็นสินค้าที่อยู่คู่กับคนไทยในหลายเจนเนอเรชั่น

โดยเครื่องเขียนยักษ์แต่ละชิ้นที่ได้รับการบันทึกสถิติโลก มีรายละเอียดดังนี้
แฟ้มที่ใหญ่ที่สุดในโลก จำลองจากแฟ้มตราช้าง รุ่น 120 มีความสูง 1.752 เมตร ยาว 1.425 เมตร กว้าง 0.410 เมตร และมีน้ำหนัก 71.42 กิโลกรัม
สมุดฉีกที่ใหญ่ที่สุดในโลก จำลองจากสมุดฉีกตราช้าง รุ่น P101 มีความสูง 2.100 เมตร กว้าง 1.485 เมตร หนา 0.015 เมตร น้ำหนัก 33.02 กิโลกรัม และมีจำนวน 53 หน้า
ปากกาที่ใหญ่ที่สุดในโลก จำลองจากปากกา Quantum 007 HITZ มีความยาว 7.100 เมตร และเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.567 เมตร และบรรจุหมึกปริมาณ 0.5 กิโลกรัม
ดินสอสีที่ใหญ่ที่สุดในโลก จำลองจากดินสอสีไม้ Master Art มีความยาว 10.534 เมตร และเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.500 เมตร




ความท้าทาย สร้าง 4 เครื่องเขียนยักษ์
การสร้างสถิติครั้งนี้ มีความท้าทายในหลายด้าน โดยเฉพาะมีองค์กรระดับโลกอย่าง Guinness World Records มารับรองการบันทึกสถิติในครั้งนี้ด้วย
ทิศทวัช อธิบายความท้าทายของการบันทึกสถิติโลกครั้งนี้ว่า ทีมงานต้องทำงานภายใต้ข้อกำหนดที่ละเอียดและเคร่งครัดมาก ทุกสัดส่วนของเครื่องเขียนยักษ์ต้องขยายขนาดจากของเดิมแบบเป๊ะ ๆ โดยมีค่าความคลาดเคลื่อน (Tolerance) ได้เพียงนิดเดียว หากสัดส่วนผิดเพี้ยนจะไม่ได้รับการรับรอง
นอกจากนี้ ในการถ่ายวิดีโอเป็นหลักฐานส่งให้ทางองค์กรประเมิน ต้องถ่ายทำแบบรวดเดียวจบ ห้ามตัดต่อเด็ดขาด หากมีจุดใดสะดุดหรือชิ้นงานทำงานไม่ได้จริงต้องเริ่มถ่ายทำใหม่ทั้งหมด ซึ่งสินค้าบางชิ้นต้องถ่ายทำใหม่ไม่ต่ำกว่า 10 เทค โดยแต่ละเทคใช้เวลานับชั่วโมง
ขณะที่การขับเคลื่อนและสร้างเครื่องเขียนยักษ์ทั้ง 4 ชิ้นนี้ เกิดขึ้นจากคนในองค์กร นำโดย 4 ผู้บริหารรุ่นใหม่ และทีมวิศวกร ที่ร่วมกันออกแบบ พัฒนา จนสามารถเกิดขึ้นได้จริง โดยใช้เวลาในการพัฒนาร่วม 3 เดือน นับตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
อย่างไรก็ดี การสร้างและพัฒนาเครื่องเขียนยักษ์ทั้ง 4 ชิ้น โจทย์ที่ยากที่สุดคือ ทุกชิ้นต้องผลิตจากวัสดุจริงและทำงานได้เหมือนสินค้าปกติทุกประการ และแต่ละชิ้น มีรายละเอียดความยากที่แตกต่างกัน
ทีมผู้บริหารรุ่นใหม่และทีมวิศวกรของ DHAS เล่าถึงความท้าทายที่เกิดขึ้นในการพัฒนา 4 เครื่องเขียนนยักษ์ไว้ดังนี้
สมุดฉีก : ต้องใช้วัสดุกระดาษจริง ความยากคือการคำนวณน้ำหนักกระดาษจำนวนมหาศาล และทีมงานต้องสร้างกาวสูตรเฉพาะขึ้นมาใหม่เพื่อให้สามารถยึดติดกระดาษได้ รวมถึงต้องทดสอบให้สามารถฉีกกระดาษออกมาได้เรียบเนียนเหมือนสมุดฉีกทั่วไป
แฟ้ม : ความท้าทายหลักอยู่ที่ตัวคลิปเหล็กที่ถูกขยายขนาดขึ้นหลายเท่า ทีมงานต้องหาสปริงที่แข็งแรงพอจะรองรับน้ำหนักได้ และต้องคำนวณการทำงานของคันโยกให้สามารถง้างเปิด-ปิดเพื่อใส่กระดาษได้จริง นอกจากนี้ยังต้องใช้เครื่อง CNC ในการเจาะชิ้นงานต่างๆ เพื่อให้ได้สัดส่วนที่แม่นยำที่สุด
ปากกา : ต้องใช้กลไกสปริงขนาดใหญ่ที่คล้ายกับโช้คอัพของรถยนต์มาประกอบด้านใน และต้องมีน้ำหมึกอยู่จริง โดยความยากคือการควบคุมน้ำหมึกให้ไหลลงสู่หัวปากกายักษ์อย่างพอดี เพื่อให้สามารถเขียนเส้นได้ลื่นไหลและต่อเนื่องไม่ขาดตอน
ดินสอสี : ต้องผลิตจากไม้จริงและมีไส้สีอยู่ตลอดทั้งแท่ง อุปสรรคสำคัญคือขนาดที่ยาวและน้ำหนักที่มาก ทีมงานจึงออกแบบโครงสร้างโดยแบ่งเป็น 5 โมดูลเพื่อให้สามารถเคลื่อนย้ายได้ ทำโครงสร้างด้านในให้กลวงเพื่อป้องกันไม่ให้ไม้โก่งตัว แล้วค่อยสอดไส้สีเข้าไปในขั้นตอนสุดท้าย ในระหว่างการผลิตยังต้องเจอกับสภาพอากาศที่ฝนตก ทำให้ไม้ขึ้นราจนต้องแก้ไขชิ้นงานใหม่อีกด้วย
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของงบประมาณเริ่มต้นเฉพาะการผลิต ตั้งไว้ที่ราว ๆ 2 ล้านบาท แต่เมื่อลงมือทำจริงต้องเผชิญกับอุปสรรคและต้องแก้ไขชิ้นงานหลายครั้ง ทำให้งบประมาณบานปลายเกินกว่าที่ตั้งไว้ แต่ด้วยความมุ่งมั่นของทีมวิศวกร การร่วมแรงร่วมใจของทีมงานทุกฝ่าย และการสนับสนุนจากผู้บริหารที่พร้อมลงทุนเพื่อเป้าหมายที่ตั้งไว้ ทำให้สามารถฝ่าฟันอุปสรรคจนสร้างสรรค์ผลงานระดับโลกนี้ออกมาได้สำเร็จ

สำหรับเครื่องเขียนยักษ์ทั้ง 4 ชิ้นของ DHAS นั้น จะมีการจัดแสดงไว้ที่โรงงานของบริษัทฯ ที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ และจะนำมาโชว์อย่างเป็นทางการในงานเฉลิมฉลองครบรอบ 119 ปีขององค์กร ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 25 กรกฎาคมนี้ และจะมีการนำไปโรดโชว์ตามสถานที่ต่าง ๆ ด้วยเช่นกัน
ตั้งเป้าโต 10%-ขยายสู่ตลาดต่างประเทศ
สุนิสา ทรัพย์ทิพยรัตนา Senior Marketing Manager ของ DHAS เล่าว่า ‘ดี.เอช.เอ. สยามวาลา’ ในปัจจุบัน มีรายได้ต่อปีมากถึงกว่า 3,000 ล้านบาท โดยมีธุรกิจทั้งเครื่องเขียน อุปกรณ์สำนักงาน รวมถึงได้มีการขยายสู่ธุรกิจใหม่ ๆ ทั้งการจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน และการจำหน่ายเครื่องประดับเพชร ในชื่อ “SCINTILLION (ซินทิลเลียน)” โดยตั้งเป้าการเติบโตในปีนี้ที่ 10%
ในแง่ความท้าทายทางเศรษฐกิจ สุนิลา อธิบายว่า แม้จะเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจถดถอยหรือสถานการณ์ความขัดแย้ง/สงครามในปีนี้ แต่ด้วยประสบการณ์ของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจมายาวนานและเคยผ่านวิกฤตใหญ่ ๆ มาแล้วมากมาย เช่น วิกฤตต้มยำกุ้ง, เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่, และช่วงโควิด-19 ทำให้บริษัทสามารถรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้
ส่วนการมาของเทคโนโลยีเอง บริษัทได้รับผลกระทบจากการเข้ามาของเทคโนโลยีดิจิทัลอยู่บ้าง แต่สินค้าเครื่องเขียนยังคงเป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐานที่ทุกคนต้องใช้ โดยเฉพาะเด็ก ๆ ที่ยังต้องใช้อุปกรณ์อย่างดินสอสีในการฝึกวาดรูปและระบายสี ซึ่งทางบริษัทก็มีการปรับตัวและปรับปรุงสินค้าให้ทันยุคสมัยอยู่เสมอ
ขณะที่การจำหน่ายในต่างประเทศ ปัจจุบัน DHAS มีการส่งออกสินค้าไปกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุมทั้งในภูมิภาคอาเซียน ยุโรป และตะวันออกกลาง และกำลังขยายตลาดไปสู่ระดับโลก ด้วยการตั้งหน่วยงานเพื่อทำการตลาดในต่างประเทศ โดยเริ่มจากประเทศในภูมิภาคอาเซียนก่อน เพราะเป็นประเทศเพื่อนบ้าน และมองเห็นถึงความคุ้นเคยและความใกล้ชิดทางวัฒนธรรม ซึ่งเอื้อประโยชน์ต่อการทำความเข้าใจผู้บริโภคและการขยายธุรกิจ
ส่องรายได้ ‘DHAS’ 5 ปี ล่าสุด
ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยผลประกอบการ 5 ปีล่าสุดของ DHAS ดังนี้
ปี 2564
- รายได้หลัก : 2,739,405,732 บาท
- รายได้รวม : 2,859,053,506 บาท
- รายจ่ายรวม : 2,476,513,575 บาท
- กำไรสุทธิ : 326,222,766 บาท
ปี 2565
- รายได้หลัก : 3,277,266,972 บาท
- รายได้รวม : 3,374,461,872 บาท
- รายจ่ายรวม : 3,211,081,504 บาท
- กำไรสุทธิ : 128,908,176 บาท
ปี 2566
- รายได้หลัก : 3,436,842,898 บาท
- รายได้รวม : 3,512,410,113 บาท
- รายจ่ายรวม : 3,308,742,778 บาท
- กำไรสุทธิ : 163,986,862 บาท
ปี 2567
- รายได้หลัก : 3,563,889,355 บาท
- รายได้รวม : 3,642,783,678 บาท
- รายจ่ายรวม : 3,426,200,185 บาท
- กำไรสุทธิ : 174,848,799 บาท
ปี 2568
- รายได้หลัก : 3,703,622,733 บาท
- รายได้รวม : 3,753,288,298 บาท
- รายจ่ายรวม : 3,454,651,671 บาท
- กำไรสุทธิ : 237,294,978 บาท
