‘การบินไทย’ รับมอบ Boeing 787-9 ลำแรก
แม้ปีนี้ธุรกิจการบินจะได้รับผลกระทบจากเหตุสงครามตะวันออกกลาง แต่สำหรับ “การบินไทย” มองว่า ผลการดำเนินงานในปี 2569 จะเป็นบวกหรือลบนั้นยังมีปัจจัยอื่น ๆ อีก โดยเฉพาะการเพิ่มกำลังการผลิต หรือการจัดหาเครื่องบินเข้ามารองรับดีมานด์เพิ่มได้ตามแผนหรือไม่
โดยในปี 2569 นี้ การบินไทยมีแผนทยอยรับมอบเครื่องบินใหม่ รวม 28 ลำ ประกอบด้วย เครื่องบินลำตัวแคบ A321neo จำนวน 14 ลำ และเครื่องบินลำตัวกว้าง B787-9 และ B787-8 อีก 14 ลำ จำนวนดังกล่าวนี้คาดว่าจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตและสร้างรายได้เพิ่มขึ้นได้ราว 5%
การบินไทยจัดพิธีต้อนรับเครื่องบินแบบแอร์บัส A321neo ลำแรก จากแผนรับมอบทั้งหมด 32 ลำ และเป็น 1 ใน 10 ลำแรก ที่จะใช้ปฏิบัติการบินโดยการเช่าดำเนินงาน (Operating Lease) จาก AerCap ผู้ให้เช่าเครื่องบินรายใหญ่ของโลกไปเมื่อ 25 ธันวาคม 2568 และใช้ทำการบินครั้งแรกเมื่อ 22 มกราคม 2569 ในเส้นทางกรุงเทพฯ-สิงคโปร์-กรุงเทพฯ
ล่าสุดได้เสริมฝูงบินเครื่องบินโบอิ้ง 787-9 (Boeing 787-9) ลำแรกเข้ามาแล้ว เมื่อ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา พร้อมติดตั้งเครื่องยนต์จาก GE Aerospace และมีแผนนำเข้าประจำการ จำนวน 4 ลำ ภายในปี 2569
“ชาย เอี่ยมศิริ” ซีอีโอการบินไทย ระบุว่า การเสริมฝูงบินแบบโบอิ้ง 787-9 ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการบินไทยในการพัฒนาฝูงบินให้มีความทันสมัย มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และทิศทางการเติบโต
ทั้งนี้ เป็นไปตามแผนบริหารจัดการฝูงบินของบริษัท โดยการเพิ่มเครื่องบินรุ่นเดียวกัน จะทำให้ฝูงบินเป็นมาตรฐานเดียวกัน (Fleet Commonality) และเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการ และรองรับการให้บริการในเส้นทางบินที่มีศักยภาพ พร้อมสนับสนุนโอกาสการเติบโตของบริษัท ในอุตสาหกรรมการบิน และมอบประสบการณ์การเดินทางที่สะดวกสบายแก่ผู้โดยสารทั่วโลก
โบอิ้ง 787-9 เป็นเครื่องบินลำตัวกว้าง รองรับการบินระยะไกล และมีเทคโนโลยีทันสมัย สามารถลดการใช้เชื้อเพลิงได้สูงสุดประมาณ 20% เมื่อเทียบกับอากาศยานรุ่นก่อนหน้า สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาฝูงบินอย่างยั่งยืนของการบินไทย ภายในห้องโดยสารมาพร้อมห้องโดยสาร 2 ชั้นที่นั่ง ประกอบด้วย ที่นั่งชั้นธุรกิจ (Royal Silk Class) จำนวน 30 ที่นั่ง แบบปรับเอนนอนราบ ในรูปแบบ 1-2-1 และชั้นประหยัด (Economy Class) จำนวน 268 ที่นั่ง จัดวางแบบ 3-3-3 พร้อมมุมปรับเอน 120 องศา
ผลิตภัณฑ์ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับฝูงบินโบอิ้ง 787-9 ในปัจจุบัน พร้อมปรับปรุงให้ทันสมัยยิ่งขึ้น อาทิ ระบบความบันเทิงบนเครื่องบิน ที่มาพร้อมจอขนาด 17.3 นิ้ว ในชั้นธุรกิจ และ 13.3 นิ้ว ในชั้นประหยัด รวมถึงระบบเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตบนเครื่องบิน เพื่อมอบความสะดวกสบายตลอดการเดินทาง
อีกทั้งยังจะช่วยให้ “การบินไทย” สามารถขยายเครือข่ายเส้นทางบินตามกลยุทธ์ Network Airline ควบคู่ไปกับการบินแบบ Point-to-Point (จุดต่อจุด) และมีขีดความสามารถในการแข่งขันและรองรับการเติบโตของเส้นทางบินระหว่างประเทศในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น