เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เช็กสภาพอากาศวันนี้! กทม. ฝนถล่ม 60% อีสานตอนบนเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน
News เช็กสภาพอากาศวันนี้! กทม. ฝนถล่ม 60% อีสานตอนบนเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน
จุดสมดุล ‘ดาต้า เซ็นเตอร์’
Columns จุดสมดุล ‘ดาต้า เซ็นเตอร์’
บดินทร์ บุญวิสุทธิ์ เมโทร กรุ๊ป คือ ‘แพลตฟอร์ม’ 
Automotive บดินทร์ บุญวิสุทธิ์ เมโทร กรุ๊ป คือ ‘แพลตฟอร์ม’ 
ตลาดหุ้นไทย ก.ย. ผันผวน เลือกหุ้นได้ประโยชน์มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ
Finance ตลาดหุ้นไทย ก.ย. ผันผวน เลือกหุ้นได้ประโยชน์มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ
มาตรการใหม่ “ฟรีวีซ่า 30 วัน” เพื่อการท่องเที่ยว 60 ประเทศ ดีเดย์ 15 กันยาฯนี้
Business มาตรการใหม่ “ฟรีวีซ่า 30 วัน” เพื่อการท่องเที่ยว 60 ประเทศ ดีเดย์ 15 กันยาฯนี้
ราคาน้ำมันวันนี้ (6 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (6 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (6 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.31% อยู่ที่ 79,908 เหรียญสหรัฐ
Uncategorized ราคาบิตคอยน์วันนี้ (6 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.31% อยู่ที่ 79,908 เหรียญสหรัฐ
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ดูทั้งหมด

ศก.โลก-บาทแข็งทุบเที่ยวไทย ททท.ลดเป้า2หมื่นล.-เร่งปั๊มรายได้โค้งท้าย

04 ก.ค. 2562 | 12:52น.

พิษเศรษฐกิจโลก-เงินบาทแข็งค่าหนัก ททท.ทำใจปรับลดเป้ารายได้ท่องเที่ยวปี”62 ลง 2 หมื่นล้านเหลือ 3.38 ล้านล้าน เตรียมบูมตลาดระยะใกล้ “อาเซียน-เอเชียตะวันออก” ปั๊มตัวเลข 6 เดือนหลัง ประกาศแผนปี”63 มุ่งเจาะตลาดรายเซ็กเมนต์-นิชมาร์เก็ต ปั้นรายได้ 3.72 ล้านล้าน ด้าน “ทศพล ศิริสัมพันธ์” ประธานบอร์ด ททท. ฝันดันรายได้ท่องเที่ยวขึ้น 40% ของจีดีพี

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า นับตั้งแต่เกิดวิกฤตนักท่องเที่ยวลดลงเมื่อปลายปี 2561 ที่ผ่านมา บวกกับสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงทั่วโลกและมีปัจจัยลบรุมเร้าหลายทางต่อเนื่อง ทั้งเศรษฐกิจยุโรปที่ปรับตัวลดลง ภาวะเงินบาทแข็งค่า

รวมถึงดีมานด์ทางด้านการท่องเที่ยวที่ลดลงทั่วโลก ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอการท่องเที่ยว หรือหันไปท่องเที่ยวในประเทศที่มีต้นทุนทางด้านการท่องเที่ยวต่ำแทนจุดหมายปลายทางที่มีค่าใช้จ่ายสูง ซึ่งปรากฏการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาประเทศไทยด้วย

กัดฟันลดเป้ารายได้ 2 หมื่นล้าน

ททท.จึงตัดสินใจปรับลดเป้าหมายรายได้จากการท่องเที่ยวสำหรับปี 2562 มาอยู่ที่รายได้รวม 3.38 ล้านล้านบาท จากเป้าเดิมที่วางไว้ที่ 3.4 ล้านล้านบาท โดยแบ่งเป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 2.21 ล้านล้านบาท และนักท่องเที่ยวชาวไทย 1.17 ล้านล้านบาท หรือปรับลดลงไปทั้งหมด 20,000 ล้านบาท หรือเท่ากับลดเป้าหมายการเติบโตจาก 11.5% เป็น 9.5%

สำหรับในด้านจำนวนนักท่องเที่ยวนั้น ยังคงเชื่อว่านักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติจะยังคงเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา โดยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปีนี้จะอยู่ที่ระดับ 40.2 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากจำนวน 38.3 ล้านคนในปี 2561 และนักท่องเที่ยวไทยขยับจาก 162 ล้านคน-ครั้งขึ้นไป เป็น 170 ล้านคน-ครั้งในปี 2562

สปีดตลาดระยะใกล้

นายยุทธศักดิ์กล่าวต่อไปอีกว่า ปัจจุบันรายได้จากการท่องเที่ยวของไทยยังคงเติบโตล่าช้ากว่าเป้าอยู่ประมาณ 2-3% โดยเชื่อว่าภายใน 6 เดือนที่เหลือของปีนี้จะสามารถผลักดันรายได้จากการท่องเที่ยวให้ถึง 3.38 ล้านล้านบาท ผ่านการกระตุ้นตลาดระยะใกล้อย่างตลาดอาเซียนและเอเชียตะวันออก อาทิ เกาหลี ญี่ปุ่น เป็นต้น

รวมทั้งตลาดจีนที่คาดว่านักท่องเที่ยวในไตรมาส 3 ปีนี้จะปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันในปีก่อนได้ราว 5-10% ขณะเดียวกันยังเชื่อว่าสงครามการค้าจะส่งสัญญาณบวกมายังการท่องเที่ยวไทย เมื่อนักท่องเที่ยวจีนหลีกเลี่ยงการเดินทางสู่สหรัฐอเมริกา และหันมาเที่ยวระยะใกล้มากขึ้นด้วย

“ต้องเห็นใจ ททท.ด้วย เพราะสภาวการณ์เศรษฐกิจและการเมืองทั่วโลกไม่มีปัจจัยบวกเลย และจากรายงานสถิติของ UNWTO ก็แสดงให้เห็นว่า รายได้จากการท่องเที่ยวโลกเติบโตเฉลี่ยเพียงปีละ 2% และรายได้จากการท่องเที่ยวในเอเชีย-แปซิฟิกเติบโตเฉลี่ยแค่ปีละ 7% ต่อปีเท่านั้น แต่การท่องเที่ยวไทยเติบโตเฉลี่ยมากกว่าทั่วโลก” 

คาดปี”63 รายได้ 3.72 ล้านล้าน

สำหรับแนวทางการดำเนินงานของ ททท.ในปี 2563 นั้น นายยุทธศักดิ์กล่าวว่า แผนหลักคงไม่ได้พลิกจากเดิมมากนัก โดยจะยังคงมุ่งทำตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพด้วยการตลาดแบบเซ็กเมนต์และตลาดแบบเฉพาะกลุ่ม (นิช มาร์เก็ต)

โดย ททท.ตั้งเป้าจะทำรายได้จากการท่องเที่ยวในปี 2563 เพิ่มขึ้น 10% คิดเป็นมูลค่ากว่า 3.72 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น นักท่องเที่ยวต่างชาติ 42 ล้านคน สร้างรายได้ 2.43 ล้านล้านบาท และนักท่องเที่ยวชาวไทย 185 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้ 1.28 ล้านล้านบาท

ปั้นรายได้ปี”64 ทะลุ 4 ล้าน ล.

นอกจากนั้น ททท.จะร่วมกับสภาพัฒน์ในการพัฒนาฝั่งอุปสงค์และอุปทานให้กับเมืองรองต่าง ๆ เพื่อยกระดับศักยภาพในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยว โดยจะเริ่มจากจังหวัดที่มีศักยภาพที่เลือกมาเบื้องต้น 10 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน, เชียงราย, หนองคาย, อุบลราชธานี, สระแก้ว, ตราด, ชุมพร, ระนอง, ตรัง และสตูล ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพูดคุยรายละเอียดของแผนดังกล่าว

“เพื่อทำงานพัฒนาทั้งดีมานด์และซัพพลายในงบประมาณปี 2563 นี้ ททท.จึงขอปรับเพิ่มงบขึ้น 5-6% จากงบราว 6,000 ล้านบาท ในปีงบประมาณ 2562” 

นอกจากนี้ ภายในปี 2564 ททท.ยังมีพันธกิจจากแผนของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่จะทำรายได้จากการท่องเที่ยวทะลุ 4 ล้านล้านบาท

สั่งลุยซัพพลายไซด์

ด้านนายทศพล ศิริสัมพันธ์ ประธานกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ประธานบอร์ด ททท.) กล่าวว่า ขณะนี้การท่องเที่ยวเป็นภาคส่วนที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย ปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ประมาณ 18-20% และมีขีดความสามารถในการแข่งขันทางด้านการท่องเที่ยวอยู่ในอันดับที่ 34 ของโลก

ทั้งนี้ ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ระหว่างปี 2560-2580 กำหนดให้ทุกภาคส่วนร่วมกันผลักดันขีดความสามารถในการแข่งขันของการท่องเที่ยวไทยขึ้นไปอยู่ในอันดับที่ 30 ภายใน 5 ปี

ฝันปี”80 รายได้ 40% ของจีดีพี

นอกจากนั้น ยังตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้การท่องเที่ยวต่อ GDP ให้ขยับไปเป็น 22% ในปี 2564 และขยับไปถึง 30% ให้ได้ภายในปี 2580 พร้อมทั้งกระจายสัดส่วนรายได้จากการท่องเที่ยวไปสู่แหล่งท่องเที่ยวเมืองรองให้เพิ่มไปสู่ 40%

ดังนั้นการผลักดันในระยะต่อไปจะให้ความสำคัญกับการรักษาและพัฒนาความสามารถในการแข่งขันของประเทศผ่านการบูรณาการของทุกภาคส่วน อาทิ การผลักดันการท่องเที่ยวผ่านโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก, Southern Economic Corridor, ไทยแลนด์ริเวียร่า ฯลฯ

ทั้งนี้ จะมุ่งเน้นการเพิ่มมูลค่าทางด้านการท่องเที่ยว เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวคุณภาพ รวมถึงผลักดันสินค้าและบริการทางด้านการท่องเที่ยวให้มีความหลากหลาย กระจายรายได้ทางการท่องเที่ยวออกสู่ชุมชน พร้อมทั้งเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค ในฐานะฮับที่เป็นแม่เหล็กดึงดูดให้นักท่องเที่ยวกลับมาเที่ยวซ้ำและแนะนำต่อ

โดยประเภทของการท่องเที่ยวที่มีความน่าสนใจและมีศักยภาพที่ควรผลักดันเพิ่มเติมคือ การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์, การท่องเที่ยวเชิงธุรกิจ, การท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ ความงามและแผนไทย, การท่องเที่ยวทางน้ำ และการท่องเที่ยวเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาค

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อาเซียน