ราเมน “อิปปูโด” บุกหนัก ตปท. ระดมสารพัดไอเดีย สปีดยอดขาย
ค่าแรงและค่าขนส่งซึ่งถีบตัวสูงขึ้นจากสภาพสังคมสูงวัย ยังคงเป็นโจทย์ใหญ่ที่ไร้ทางออกของหลายธุรกิจในญี่ปุ่นและบีบให้หลายแบรนด์ต้องเพิ่มน้ำหนักกับตลาดต่างประเทศมากขึ้น เพื่อสร้างรายได้มาชดเชย เชนร้านราเมน “อิปปูโด” (Ippudo)
เป็นหนึ่งแบรนด์ที่โหมทำตลาดต่างประเทศเข้มข้นขึ้น หลังรายได้ 6 เดือน (เม.ย.-ก.ย. 2562) ของสาขาในญี่ปุ่น ลดลง 7% แต่สาขาในต่างประเทศเติบโตถึง 14% ช่วยให้รายได้เพิ่มขึ้น 13% เป็น 1.47 หมื่นล้านเยน ส่วนกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 14% เป็น 449 ล้านเยน
การเติบโตนี้ทำให้เชนราเมนตัดสินใจเดินหน้าเสริมแกร่งให้กับ กลยุทธ์โลคอลไลเซชั่น ด้วยการปรับการตกแต่งร้านและเมนูอาหารของสาขาในแต่ละประเทศตามรสนิยม-พฤติกรรมของผู้บริโภคท้องถิ่นนั้นๆ ซึ่งช่วยให้แบรนด์ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เปิดสาขาแฟลกชิปในกรุงนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2551 พร้อมด้วยไฮไลต์เป็นโซนบาร์
สำหรับให้ลูกค้านั่งดื่มรอเพื่อนหรือเลือกดูเมนูอาหาร รวมถึงเมนูแบบอะลาคาร์ตและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งตอบโจทย์เหล่านิวยอร์กเกอร์ได้เป็นอย่างดี
และตั้งเป้าขยายสาขาใน-นอกประเทศรวมกัน 600 สาขาภายใน มี.ค. 2569 จากปัจจุบันมี 276 สาขา แบ่งเป็นในญี่ปุ่น 156 สาขา และต่างประเทศ 121 สาขา ใน 15 ประเทศ โดยสิ้นปีงบประมาณ 2562 (มี.ค. 2563) จะมีสาขาต่างประเทศเพิ่มเป็น 146 สาขา
สำนักข่าว “นิกเคอิ” รายงานว่า “อิปปูโด” ได้จัดเวิร์กช็อปพิเศษครั้งแรกของบริษัท โดยรวมตัวผู้จัดการร้านจำนวนมากกว่า 100 คน จากสาขาทั้ง 14 ประเทศมาระดม-แลกเปลี่ยนไอเดียเป็นเวลา 3 วัน เพื่ออัพเกรดกลยุทธ์นี้ไปอีกขั้น พร้อมทั้งเดินหน้ารีโนเวตและย้ายสาขาที่ผลประกอบการไม่เข้าเป้า
“ชิเกมิ คาวาฮาระ” ประธานของจิคาระโมโตะ โฮลดิ้ง (Chikarknomoto Holdings) ผู้บริหารแบรนด์อิปปูโด อธิบายว่า การอัพเกรดกลยุทธ์ครั้งนี้ก็เพื่อรักษาโมเมนตัมการเติบโตของสาขาในต่างประเทศ พร้อมรับมือกับความท้าทายทั้งในและนอกประเทศ ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนในญี่ปุ่น และจำนวนลูกค้าเฉลี่ยต่อสาขาในต่างประเทศ ลดลง 4% รวมถึงความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงินเยน ซึ่งการให้ผู้จัดการจากสาขาต่าง ๆ ทั่วโลกมาแลกเปลี่ยนไอเดียกันนี้จะช่วยให้บริษัทมีเครื่องมือสำหรับรับมือพฤติกรรมผู้บริโภคที่หลากหลายมากขึ้น เช่น การปรับเมนูให้เน้นภาพอาหารเพื่อให้ลูกค้าเลือกอาหารได้ง่ายขึ้นที่ผู้จัดการสาขาจีนแนะนำมา
ขณะเดียวกัน มีการปรับกลยุทธ์ในประเทศญี่ปุ่น เพื่อรับมือความท้าทายด้านค่าแรงและค่าขนส่งด้วยเช่นกัน โดยแตกโมเดลไซซ์เล็ก “ราเมน เอ็กซ์เพรส” (Ramen Express) สำหรับเจาะเข้าไปในฟู้ดคอร์ตของออฟฟิศหรือศูนย์ประชุม ซึ่งเป็นพื้นที่ใหม่ที่บริษัทไม่เคยเข้าไปเปิดมาก่อน นอกจากนี้ ยังมีการจัดแคมเปญตามเทศกาล-เหตุการณ์สำคัญ อย่างเช่น “ส่วนลดช่วงเลือกตั้ง”
ซึ่งจัดเมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมาในช่วงเดียวกับการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา โดยลูกค้าสามารถเลือกเพิ่มเส้นหรือไข่ต้มได้ฟรี เช่นเดียวกับการจับมือกับโรงแรมเดอะเพนนินซูล่า สาขาโตเกียว เพิ่มราเมนในเมนูรูมเซอร์วิส หวังสร้างการรับรู้แบรนด์และทดลองชิมในกลุ่มลูกค้าต่างชาติระดับไฮเอนด์
“กระแสตอบรับจากแคมเปญช่วงเลือกตั้ง สะท้อนว่าลูกค้ามักให้ความสนใจเป็นพิเศษกับแคมเปญหรือโปรโมชั่นที่มีกิมมิกเรื่องความขำขันหรือสนุกสนาน ดังนั้น หลังจากนี้ เราจะลอนช์แคมเปญแนวนี้ออกมาอย่างต่อเนื่องแน่นอน” ชิเกมิ คาวาฮาระ กล่าว
ความเคลื่อนไหวของอิปปูโดนี้เป็นตัวอย่างหนึ่งของการขยายธุรกิจในต่างแดน ที่ต้องอาศัยฟีดแบ็กจากพนักงานในพื้นที่เพื่อสร้างกลยุทธ์ที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าท้องถิ่นได้ตรงจุด