“สยามพิวรรธน์” รีเซตธุรกิจ มุ่งดิจิทัล-ออนไลน์ ฝ่าไวรัสโควิด-19
“สยามพิวรรธน์” ตั้งคณะทำงานสู้โควิด ชิงจังหวะรีเซตองค์กรครั้งใหญ่ ปรับกระบวนการทำงาน-สร้างทัศนคติใหม่ พร้อมเปลี่ยนแปลง ก่อนเพิ่มน้ำหนักด้านดิจิทัลเทคโนโลยี ชูบิ๊กดาต้า พัฒนาระบบ-บริการตอบโจทย์ ฝ่าวิกฤต
นางอัมพร โชติรัชสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด เจ้าของและผู้บริหารไอคอนสยาม สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ กล่าวภายในกิจกรรมเฟซบุ๊กไลฟ์ รวมพลัง ผู้นำเข้มแข็ง by Slingshot Group ว่า จากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบกับธุรกิจมากกว่าวิกฤตต้มยำกุ้งเพราะเกิดขึ้นทั่วโลก จึงส่งผลกระทบกับการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งรายได้สำคัญของธุรกิจค้าปลีกไทย และของบริษัท ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน เศรษฐกิจทั่วโลกจึงจะฟื้นตัว
นางอัมพรย้ำว่า วิกฤตครั้งนี้เป็นตัวเร่งให้หลายธุรกิจต้องปฏิรูปองค์กรแบบเร่งด่วน ไม่ว่าจะเป็นการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ มาปรับใช้อย่างระบบอัตโนมัติ การวิเคราะห์บิ๊กดาต้า อีคอมเมิร์ซ และการเพิ่มความคล่องตัวของกระบวนการบริหารและการทำงาน เช่น ลดขั้นตอนเอกสาร เวิร์กฟรอมโฮม เป็นต้น
สำหรับบริษัทได้วางแผนรับมือทั้งระยะสั้นและระยะยาว 12 เดือนเอาไว้แล้ว โดยระยะสั้นเน้นการช่วยเหลือผู้เช่า ด้วยการนำแพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่อยู่ระหว่างพัฒนามาใช้ทันที ไม่ว่าจะเป็น OneSiam Chat & Shop, Call & Pick Up และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ พร้อมนำนวัตกรรม เช่น ชำระสินค้าแบบไร้เงินสด
ในส่วนของพนักงานให้ทำงานจากที่บ้านทั้งหมด ยกเว้นส่วนงานอาคาร พร้อมจัดระบบให้คำปรึกษา-ช่วยเหลือด้านสุขภาพ และไอทีแบบ 24 ชั่วโมง รวมถึงจัดมีตติ้งระหว่างพนักงานด้วยกัน และพนักงานกับผู้บริหารเพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิด-ปัญหาต่าง ๆ ตามคอนเซ็ปต์เปิด-ปรับ-เปลี่ยน
พร้อมตั้งคณะบริหารรับผิดชอบด้านข้อมูลข่าวสารโดยเฉพาะขึ้น มีซีอีโอเป็นประธาน เพื่อเป็นศูนย์รวมข้อมูล ข่าวสารอัพเดตต่าง ๆ ขององค์กรให้เกิดความชัดเจน และไปในทิศทางเดียวกัน ตามนโยบายวันเมสเสจ (One message)
ทั้งนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัย และช่วยให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้ราบรื่นมากที่สุด
ขณะเดียวกัน เตรียมแผนการกลับมาเปิดให้บริการที่จะเน้นเรื่องความสะอาดเป็นพิเศษ และแผนการตลาดสำหรับกระตุ้นการจับจ่ายเต็มที่เมื่อสามารถกลับมาเปิดให้บริการได้อีกครั้ง
ส่วนแผนระยะยาว วางเป้าให้สำเร็จภายในเวลา 12 เดือนนั้น เน้นการปรับภาพรวมขององค์กรทั้งกลยุทธ์-โมเดลธุรกิจ การบริหารงานภายใน ไปจนถึงทัศนคติของบุคลากร ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่จะเปลี่ยนแปลงไปจากเหตุการณ์นี้ พร้อมสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการค้าปลีกของไทย เริ่มจากกลยุทธ์ที่มุ่งเข้าถึงและอำนวยความสะดวกผู้บริโภคตั้งแต่ที่บ้าน ในร้านค้า และกลับไปที่บ้านอีกครั้ง หรือ Online to Offline to Online ซึ่งจะเห็นได้ชัดเจนมากขึ้นเร็ว ๆ นี้
และรูปแบบการทำงานที่จะเน้นความคล่องตัว สามารถตอบสนองกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว โดยต่อยอดการเวิร์กฟรอมโฮมให้เป็นนโยบายถาวร หลังพบว่านโยบายนี้ทำให้ผลงานของพนักงานดีขึ้นอย่างชัดเจน เชื่อว่าเป็นเพราะสามารถโฟกัสกับงาน และประสานงานกับทีมได้ดีขึ้น พร้อมลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นอย่างงานเอกสารลง หันไปใช้รูปแบบ paperless แทน
ขณะเดียวกัน ทัศนคติ (mindset) ของผู้บริหารและพนักงานจะต้องเปิดกว้างพร้อมเปลี่ยนแปลง และลงมือทำการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ได้เร็ว โดยเฉพาะการเรียนรู้ทักษะด้านดิจิทัลเพิ่มเติม โดยมีข้อมูลบิ๊กดาต้า ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในขณะนี้มาช่วยให้สามารถปรับตัวตามพฤติกรรมผู้บริโภคได้ทัน และตรงจุดแบบรายบุคคล ด้วยเครื่องมือจากเทคโนโลยี อาทิ ระบบอัตโนมัติต่าง ๆ นอกจากนี้ยังทยอยคัดเลือก และนำไอเดียจากพนักงานจำนวนกว่า 8,000 ไอเดีย ซึ่งเปิดรับในช่วงโควิด-19 มาปรับใช้
ทั้งนี้ เป็นไปตามแนวทางของซีอีโอที่มองว่า วิกฤตนี้เป็นโอกาสที่จะรีเซตองค์กร และนำพาพันธมิตรร้านค้าให้ก้าวนำคู่แข่ง 1 ก้าว เพราะการแข่งขันและความสำเร็จของธุรกิจในยุคนี้ คือ การสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้ได้ก่อนผู้เล่นอื่น และต้องเอื้อประโยชน์ให้สังคมในขณะเดียวกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ ศูนย์การค้ากลุ่ม OneSiam ผู้บริหาร 3 ศูนย์การค้า ได้แก่ สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ ได้เปิดตัวบริการใหม่ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า และตอบสนองต่อมาตรการต่าง ๆ ของรัฐ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 อาทิ Call & Pick Up บริการโทร.สั่งซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจากกูร์เมต์มาร์เก็ต พารากอนฟู้ดฮอลล์ เดียร์ทัมมี่ และทาคา มาร์เช่ ผ่านผู้ช่วยส่วนตัว ที่จะเป็นผู้ไปจัดหาสินค้าและโทร.แจ้งยอดชำระ ก่อนที่จะนำมาจัดส่ง ณ จุด pick up
รวมถึงบริการ Eat at Home รวม 50 ร้านอาหารที่อยู่ภายในศูนย์ เปิดให้บริการสั่งกลับบ้าน และดีลิเวอรี่ โดยสามารถสั่งผ่านแอปพลิเคชั่นของฟู้ดดีลิเวอรี่ต่าง ๆ หรือ โทร.ถึงร้านอาหารโดยตรง มีโปรโมชั่นส่วนลดสูงสุด 50% และบริการ OneSiam Chat & Shop ผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์ออฟฟิศเชียล แอ็กเคานต์ @OneSiam หรือช่องทางโซเชียลมีเดียและโมบายแอปพลิเคชั่น รองรับการสั่งซื้อของร้านค้าต่าง ๆ ที่อยู่ในศูนย์ โดยมีผู้ให้คำแนะนำสินค้า บริการ ขั้นตอนการสั่งซื้อ ชำระเงินต่าง ๆ อย่างครบวงจร