วงการเนื้อเทียมระอุ “ญี่ปุ่น” ระดมกึ๋นต้านคู่แข่งต่างชาติ
คอลัมน์ MARKET MOVE
กระแสเนื้อจากโปรตีนพืช หรือ plant-based meat ยังคงมาแรง แม้จะมีการระบาดของโรคโควิด-19 โดยเฉพาะในญี่ปุ่น ที่ 2 ผู้แปรรูปเนื้อรายใหญ่ ทั้งนิปปอนแฮม (Nippon Ham) และอิโตแฮม ฟู้ด (Itou Ham Food) ยังคงเดินหน้าพัฒนาสินค้าเนื้อเทียมจากพืชของตนเองออกมาอย่างต่อเนื่อง หวังปั้นเซ็กเมนต์นี้ให้ติดตลาดรับมือความท้าทายต่าง ๆ อาทิ ดีมานด์พุ่งสูงขึ้นทั่วโลกจนซัพพลายไม่เพียงพอ ต้นทุนค่าขนส่งแพงขึ้น ขณะที่ผู้บริโภคลดการใช้จ่ายลง
พร้อมไล่ตามคู่แข่งจากต่างแดนที่กำลังแผ่อิทธิพลในตลาดโลก อย่างอิมพอสซิเบิล ฟูดส์ (Impossible Foods) และบียอนด์ มีต (Beyond Meat) ไปพร้อมกัน
สำนักข่าว “นิกเคอิ” รายงานถึงความเคลื่อนไหวของยักษ์อุตสาหกรรมแปรรูปเนื้อของญี่ปุ่นที่ต่างเร่งพัฒนาและลอนช์สินค้ากลุ่มเนื้อจากโปรตีนพืช พร้อมสื่อสารการตลาด เพื่อปั้นตลาด รวมถึงชิงตำแหน่งผู้นำ และฐานลูกค้าในเซ็กเมนต์ใหม่นี้ แบบไม่หวั่นไหวกับการระบาดของโรคโควิด-19 แม้แต่น้อย
เริ่มตั้งแต่เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งทั้งนิปปอนแฮมและอิโตแฮม เริ่มทำตลาดแบบจริงจัง โดยอิโตแฮม เปิดตัวแบรนด์เนื้อจากโปรตีนถั่วเหลือง “มารุเดะ โอนิคุ” (Marude Oniku) ที่วางโพซิชั่นให้เป็นวัตถุดิบทดแทนเนื้อ ด้วยไลน์อัพเมนูของทอดยอดนิยมของชาวญี่ปุ่น เช่น คร็อกเก้ (Croqutte) เนื้อบดชุปแป้งทอดที่ใช้เนื้อโปรตีนพืช และซาลิสบิวรี่สเต๊ก (Salisbury Steak) ซึ่งบริษัทเคลมว่ากลิ่นหอมน่ากินกว่าเนื้อธรรมดา พร้อมตั้งร้านพ็อปอัพขายข้าวกล่องซึ่งมีเมนูต่าง ๆ รวมกันกว่า 20 เมนู โดยได้รับผลตอบรับในทางบวกทั้งเรื่องรสชาติและสัมผัสที่เหมือนเนื้อจริง
ส่วนนิปปอนแฮมมีแบรนด์ “เนทูมีต” (NatuMeat) รวมผลิตภัณฑ์เนื้อเทียมจากถั่วเหลืองในรูปแบบต่าง ๆ เช่น แฮม ไส้กรอก ฯลฯ มีไฮไลต์เป็นไส้กรอกเนื้อผสมบุก ซึ่งเป็นวัตถุดิบแคลอรีต่ำขวัญใจสาว ๆ
อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายมองว่า แม้ญี่ปุ่นจะได้เปรียบประเทศตะวันตกด้านการเปิดรับเมนูอาหารแปรรูปจากโปรตีนถั่วเหลือง อย่างไส้กรอกและแฮมของผู้บริโภคในประเทศ เนื่องจากความคุ้นเคยกับการใช้วัตถุดิบชนิดนี้ทำอาหารอย่างเต้าหู และวัฒนธรรมอาหารเจจากโปรตีนถั่วเหลืองที่เข้ามาพร้อมศาสนาพุทธ
แต่ขณะเดียวกันยังตามหลังคู่แข่งในตะวันตกด้านผลิตภัณฑ์ทดแทนเนื้อ อย่างสเต๊กหรือแฮมเบอร์เกอร์ ที่เน้นรสชาติ กลิ่น และรสสัมผัสที่เหมือนเนื้อธรรมดามากกว่ากลุ่มสินค้าแปรรูป อีกทั้งยังได้รับความนิยมในตลาดโลก จนที่ผ่านมาธุรกิจใหญ่หลายราย อาทิ เนสท์เล่ และเคลล็อก ยังโดดเข้าร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ทดแทนเนื้อจากโปรตีนพืชของตนเองด้วย
โดย “ฮิโรยูกิ ชิมะ” ผู้จัดการทั่วไปของโอซูกะ ฟูดส์ (Otsuka Foods) อีกหนึ่งผู้พัฒนาเนื้อจากโปรตีนพืช อธิบายว่า ความท้าทายหลักในเรื่องนี้อยู่ที่การกำจัดรสชาติของถั่วเหลือง โดยไม่ทำให้ปริมาณโซเดียมหรือเกลือสูงเกินไป เพราะการกลบรสถั่วเหลืองด้วยรสชาติอื่น ๆ เช่น ใส่ผงปรุงรสจะทำให้โซเดียมเพิ่มตามขึ้นไปด้วย
เรื่องนี้ถือเป็นโจทย์ใหญ่ของนิปปอนแฮม โดย “โยชิฮิเดะ ฮาตะ” ประธานของนิปปอนแฮม กล่าวว่า ในส่วนของการเลียนแบบเนื้อธรรมดานั้น สินค้าของบริษัทยังต้องพัฒนาด้านรสชาติ และรสสัมผัสอีกมาก เพราะปกติถั่วเหลืองไม่ได้มีรสสัมผัสอะไรเป็นพิเศษ การผสมหัวบุกในไส้กรอกของบริษัท เป็นหนึ่งในการลองผิดลองถูกนี้
ส่วนอิโตแฮมนั้นไปได้สวยกว่า สะท้อนจากผลตอบรับของ มารุเดะ โอนิคุ และร้านพ็อปอัพ ซึ่งลูกค้าหลายรายยอมรับว่าทานแล้วไม่รู้สึกแตกต่างจากเนื้อธรรมดา
ทั้งนี้ประธานของนิปปอนแฮม ทิ้งท้ายว่า เนื้อเทียมจากพืชไม่ได้มาแทนเนื้อจริง เพราะดีมานด์เนื้อหมู-วัวยังคงสูงขึ้นทั่วโลก แต่จะเป็นตัวเลือกใหม่ที่ช่วยป้องกันการขาดแคลน และช่วยรักษาระดับราคาเนื้อไม่ให้พุ่งสูงเกินไป