เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 500 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,700 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 500 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,700 บาท
หุ้นไทยแนวโน้มลงต่อ! ฟันด์โฟลว์ไม่หนุน InnovestX ชู 4 ธีมสู้ตลาดผันผวน
Finance หุ้นไทยแนวโน้มลงต่อ! ฟันด์โฟลว์ไม่หนุน InnovestX ชู 4 ธีมสู้ตลาดผันผวน
เกือบสูญเปล่าการศึกษา เมื่อหลงคารม ผู้นำ IMF
Columns เกือบสูญเปล่าการศึกษา เมื่อหลงคารม ผู้นำ IMF
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังตลาดคาดหวังการเจรจาสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังตลาดคาดหวังการเจรจาสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน
UHG รุก ‘ไฮบริดโฮเทล’ โมเดลเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์
Business UHG รุก ‘ไฮบริดโฮเทล’ โมเดลเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์
COP17 วันสุดท้าย ทบทวนครั้งแรก-โลกยังห่างเป้าปี 2030
SD COP17 วันสุดท้าย ทบทวนครั้งแรก-โลกยังห่างเป้าปี 2030
ค่าเงินบาทวันนี้ (30 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.73 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (30 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.73 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ค้าปลีกญี่ปุ่นลุ้น Tax Refund หนุนดีมานด์นักช็อปต่างชาติพุ่ง
Business ค้าปลีกญี่ปุ่นลุ้น Tax Refund หนุนดีมานด์นักช็อปต่างชาติพุ่ง
นำเข้ากันยายนพุ่ง 50.4% สูงสุดเป็นประวัติการณ์
Economic นำเข้ากันยายนพุ่ง 50.4% สูงสุดเป็นประวัติการณ์
ดูทั้งหมด

วงการภาพยนตร์วุ่นไม่เลิก พิษ “นิวนอร์มอล” ลามถึงสายหนัง

11 มิ.ย. 2563 | 11:20น.

แม้โรงภาพยนตร์ในไทยและอีกหลายประเทศจะเริ่มกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งแล้ว

แต่สำหรับวงการธุรกิจภาพยนตร์หลังจากนี้ยังมีความท้าทายที่ซับซ้อนยิ่งกว่าเหลืออยู่ โดยเฉพาะการวัดความสำเร็จของภาพยนตร์แต่ละเรื่อง ที่อาจจะต้องยกเครื่องกันใหม่หมด เพราะนิวนอร์มอล อย่างการเว้นระยะห่างทางสังคม และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ทำให้ตัวแปรในการวัดเปลี่ยนแปลงไปส่งผลกระทบต่อการวางแผนธุรกิจของผู้ผลิต และผู้จัดจำหน่ายภาพยนตร์

สำนักข่าว “ซีเอ็นบีซี” รายงานว่า ขณะนี้บรรดาผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายภาพยนตร์ในสหรัฐอเมริกา เริ่มแสดงความกังวลถึงประเด็นการวัดความสำเร็จของภาพยนตร์แต่ละเรื่องในยุคหลังคลายล็อกดาวน์ เนื่องจากมาตรการเว้นระยะห่าง ทำให้โรงภาพยนตร์รองรับผู้ชมได้น้อยลง ขณะเดียวกันจำนวนผู้ชมมีแนวโน้มจะน้อยกว่าปกติจากปัญหาความเชื่อมั่น ทำให้เครื่องมือการวัดเดิม อย่างยอดขายตั๋วไม่สามารถใช้งานได้

“แดน มินต์” ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของดีเอ็มจี เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายภาพยนตร์ อธิบายว่า เดิมอุตสาหกรรมภาพยนตร์สามารถวัดผลได้ง่ายมาก เพราะมีการเปิดเผยตัวเลขต่าง ๆ อย่างชัดเจนไม่ว่าจะเป็นทุนสร้างและงบฯโฆษณา, จำนวนโรง-รอบฉาย ไปจนถึงยอดขายตั๋ว โดยหากรายได้จากยอดขายตั๋วมากกว่าทุนสร้างบวกงบฯโฆษณาก็เท่ากับว่าภาพยนตร์เรื่องนั้น ๆ ประสบความสำเร็จ นอกจากนี้ยังสามารถเปรียบเทียบกับภาพยนตร์เรื่องอื่น ๆ ได้ง่ายด้วย

แต่หลังจากนี้ จำนวนผู้ชมในแต่ละโรงภาพยนตร์จะลดลงไปมาก ทำให้การวัดว่าภาพยนตร์ที่จะเข้าโรงฉายในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ แต่ละเรื่องประสบความสำเร็จหรือไม่ และทำกำไร-ขาดทุนมากน้อยแค่ไหน เป็นเรื่องยาก ทำให้การวางแผนธุรกิจทั้งการลงทุนสร้างหรือปรับโมเดลการจัดจำหน่ายยากขึ้นตามไปด้วย

นอกจากนี้ยังมีความกังวลว่า ธุรกิจโรงภาพยนตร์ในสหรัฐอาจถึงจุดจบหลัง “เอเอ็มซี เธียเตอร์ส” (AMCTheaters) เช่น โรงภาพยนตร์ใหญ่ที่สุดในสหรัฐออกมายอมรับว่า ไม่มั่นใจว่าจะสามารถประคองธุรกิจไปได้จนถึงสิ้นปี เนื่องจากปัญหาสภาพคล่องหลังมาตรการเว้นระยะห่างทำให้รับลูกค้าได้น้อยลง ขณะที่จำนวนภาพยนตร์ที่เข้าฉายลดลง เพราะการผลิตชะงักช่วงล็อกดาวน์ รวมถึงสตูดิโอภาพยนตร์หลายแห่งมีแนวโน้มจะหันไปพึ่งสตรีมมิ่งมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม แม้ธุรกิจสตรีมมิ่งจะได้รับความนิยมสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด จนเหมือนว่าสตรีมมิ่งกลายเป็นช่องทางเผยแพร่หนังดังแทนที่โรงภาพยนตร์ได้แล้ว

แต่ในทางธุรกิจนั้น สตรีมมิ่งทั้งแบบรายเดือนและออนดีมานด์ยังต้องปรับตัวอีกมากถึงจะสามารถแทนที่โรงภาพยนตร์ได้ โดยเฉพาะเรื่องความสามารถในการวัดความสำเร็จของภาพยนตร์ เนื่องจากปัจจุบันสตรีมมิ่งแต่ละรายไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับผู้ชมของตนมากนัก อีกทั้งไม่มีมาตรฐานกลางของข้อมูลที่จะสะท้อนถึงความสำเร็จของภาพยนตร์แต่ละเรื่อง แตกต่างจากโรงภาพยนตร์ที่มียอดขายตั๋วเป็นข้อมูลมาตรฐานกลาง

ขณะที่สตรีมมิ่งแต่ละรายมีคำจำกัดความของ “จำนวนผู้ชม” แตกต่างกัน เช่น เน็ตฟลิกซ์จะนับเฉพาะยอดผู้ชมที่ดูคอนเทนต์นั้น ๆ อย่างน้อย 2 นาที ส่วนรายอื่นอาจใช้เงื่อนไขแตกต่างออกไปทำให้ข้อมูลนี้ไม่สามารถเปรียบเทียบข้ามแพลตฟอร์มได้

“มิเชล แพชเทอร์” นักวิเคราะห์ของบริษัทวิจัยเว็บบุช กล่าวว่า ตัวเลขผู้ชมคอนเทนต์บนเน็ตฟลิกซ์นั้นไม่มีประโยชน์ในทางธุรกิจ เพราะเน็ตฟลิกซ์คิดราคาแบบเหมาจ่ายรายเดือน จำนวนผู้ชมจึงไม่สามารถแปลงเป็นรายได้ได้ แบบยอดขายตั๋วของโรงภาพยนตร์

อย่างไรก็ตาม การแข่งขันระหว่างสตรีมมิ่งที่ดุเดือดขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจบีบให้บรรดาสตรีมมิ่งจับมือกันสร้างมาตรฐานข้อมูลกลางขึ้น เพื่อเปรียบเทียบศักยภาพของแต่ละราย รวมถึงดึงดูดคอนเทนต์จากบรรดาผู้ผลิต และผู้จัดจำหน่ายภาพยนตร์ให้มาฉายบนแพลตฟอร์มของตนก็เป็นได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Market Move โรงหนัง