แทนฟานไดจ์ค
คุยกับเอกราช : เอกราช เก่งทุกทาง
ลิเวอร์พูล งานเข้าเต็ม ๆ หลังจาก เวอร์จิล ฟานไดจ์ค เซ็นเตอร์ตัวหลักเจ็บเข่าในเกมดาร์บี้แมตช์กับเอฟเวอร์ตัน
ฟานไดจ์คโดน จอร์แดน พิกฟอร์ด ประตูคู่แข่ง พุ่งเข้าอัดตามน้ำ อาการหนักถึงขั้นเอ็นไขว้หน้าข้อเข่าขวาฉีก ต้องผ่าตัด อาจจะพักยาวจนจบฤดูกาล หรืออย่างเก่งก็ต้องรอไปหลังปีใหม่โน่น
ถ้าหงส์แดงจะมีข่าวร้ายที่สุด ก็คือการเสียเวอร์จิล ฟานไดจ์ค นะครับ ตัวอื่นไม่ว่าจะเป็น ซาดิโอ มาเน่, โม ซาลาห์ ถึงขาดไปก็ยังพอถูไถ แต่กรณีฟานไดจ์ค มันรุนแรงเพราะเป็นหัวใจของทีม เป็นตัวเซฟแต้ม สร้างความเชื่อมั่นให้ทุกคนในสนาม
ลิเวอร์พูลอัพเกรดขึ้นมาเป็นทีมระดับแชมเปี้ยนได้ ก็เพราะมีฟานไดจ์คนี่แหละ
ความสูญเสียครั้งนี้จึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ หงส์แดงอ่อนลงแน่นอน แต่จะอ่อนถึงขั้นพลาดแชมป์พรีเมียร์ลีกและมีฤดูกาลที่ล้มเหลวหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการบริหารของกุนซือ เยอร์เก้น คล็อป
ลิเวอร์พูลหาตัวแทนฟานไดจ์คไม่ได้หรอก ทางแก้จึงต้องปรับรูปแบบการเล่นใหม่ทั้งทีม กองหน้า-กองกลาง ต้องขยันไล่บอล ช่วยเกมรับมากกว่าเดิม กองหลังที่ชอบดันขึ้นสูง เล่นไฮเพรสซิ่ง อาจจะต้องเพลา ๆ ลง ตัวริมเส้นจำกัด
การโยนเข้ากลางของคู่แข่งให้น้อยที่สุด เพราะเซ็นเตอร์ที่เหลือ คือ โจล มาติป, โจ โกเมซ หรือ ฟาบินโญ่ ล้วนไม่ถนัดลูกโด่ง ลิเวอร์พูลจะโดนจู่โจมจากลูกกลางอากาศมากขึ้นแน่นอน และคงเสียประตูง่ายกว่าเดิมอย่างไม่ต้องสงสัย
นับจากนี้ เวลาเสียเตะมุม เสียฟรีคิก หงส์แดง เสียวแวบแน่ ๆ ทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิม ทุกคนจึงต้องรับสภาพ คิดง่าย ๆ ว่าแค่เล่นไปตามเกม ยิงให้ได้มากกว่าเสียเท่านั้นพอ
ส่วนเรื่องจะซื้อกองหลังมาเพิ่มในช่วงเปิดตลาดเดือนมกราคม ก็คงต้องซื้อแหละ แต่ เยอร์เก้น คล็อป จะไม่ทุ่มทุกอย่างไปกับตัวนี้ ถ้าโดนโก่งราคามากก็คงไม่เอา
ผมว่าลิเวอร์พูลน่าจะหาตัวเก่งระดับกลาง ๆ มาสำรองไว้มากกว่าจะซื้อตัวแพง เพราะอนาคตเมื่อฟานไดจ์คกลับมา ตัวใหม่ก็ต้องนั่งข้างสนามเป็นสำรองอยู่ดี
การหาคนใหม่มาเติมก็แค่เผื่อเหตุการณ์ฉุกเฉิน กรณี โจล มาติป กับ โจ โกเมซ เกิดเจ็บเพิ่มเท่านั้น ถ้าไม่มีอะไรก็ไม่จำเป็นต้องใช้
ย้ำอีกทีว่าการอุดจุดอ่อนที่ขาดฟานไดจ์ค ต้องปรับการเล่นในภาพรวม ทุกคนต้องช่วยกัน ไม่ใช่แค่หาตัวอื่นมาแทนแล้วก็จบ
ส่วนโอกาสป้องกันแชมป์ ตอนนี้อย่าเพิ่งพูดถึง รอดูว่า เกมที่ปรับใหม่จะเวิร์กแค่ไหนก่อนดีกว่า