Skip to content

ฝากรัฐบาลใหม่ โชว์ “กึ๋น” แก้ภัยการเงิน

30 เม.ย. 2566 | 07:45น.
ฝากรัฐบาลใหม่ โชว์ “กึ๋น” แก้ภัยการเงิน
คอลัมน์ : ชั้น 5 ประชาชาติ
ผู้เขียน : อำนาจ ประชาชาติ

ช่วงนี้ผู้ใช้บริการโมบายแบงกิ้งแอปพลิเคชั่นของบรรดาแบงก์ต่าง ๆ อาจจะรู้สึกหงุดหงิดใจ เมื่อได้รับแจ้งให้เข้าไปที่สาขา เพื่อนำบัตรประจำตัวประชาชนเข้าไปอัพเดตข้อมูล และทำการสแกนใบหน้าเก็บไว้ (e-KYC)

ซึ่งหากไม่ดำเนินการ แม้ว่าอาจจะยังคงสามารถทำธุรกรรมผ่านโมบายแบงกิ้งแอปพลิเคชั่นได้ตามปกติ หากยังไม่เข้า 3 เงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่งที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนดคือ

1) ทำธุรกรรมโอนเงินในแต่ละครั้ง มูลค่าตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป หรือ

2) ทำธุรกรรมโอนเงิน มูลค่ารวมกัน ครบทุก ๆ 200,000 บาท ในรอบระยะเวลา 1 วัน หรือ

3) ปรับเพิ่มวงเงินการทำธุรกรรมโอนเงินต่อวัน ให้สามารถโอนได้ตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป

แต่ใครจะรู้ว่า วันดีคืนดีจะจำเป็นต้องทำธุรกรรมภายใต้เงื่อนไขนี้หรือไม่ ซึ่งหากเกิดขึ้นในจังหวะเวลาที่ผู้ใช้บริการไม่สะดวกไปสาขาแบงก์

การทำธุรกรรมก็จะ “สะดุด” ทันที !!

ดังนั้น แม้อาจจะต้องหงุดหงิดใจ และเสียเวลาไปบ้าง แต่เพื่อความปลอดภัยที่มากขึ้นก็คงต้องยอม ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดีที่บางแบงก์สามารถให้ลูกค้าอัพเดตข้อมูลผ่านทางตู้ ATM ได้ ก็ทำให้ลูกค้าสะดวกสบายไม่ต้องไปสาขา

ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าปัจจุบันมิจฉาชีพมีกลอุบายหลอกลวงที่หลากหลายมากขึ้น และช่องทางการหลอกลวงก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

แต่สิ่งที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนักก็คือ มิจฉาชีพที่ยังลอยนวล หลอกลวงประชาชนคนไทยอยู่ได้ทุกวี่ทุกวัน

เหตุใดจึงไม่สามารถจัดการคนเหล่านี้ได้อย่างสิ้นซากเสียที

เมื่อไม่กี่วันนี้ เฟซบุ๊กของผู้เขียนเพิ่งแจ้งเตือนเหตุการณ์ที่เคยแชร์ไว้ในอดีต ที่ผู้เขียนได้แชร์ประสบการณ์ตรงของเพื่อนผู้เขียนที่ถูกมิจฉาชีพโทรศัพท์เข้ามาหลอกลวง โดยอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ (กรมสอบสวนคดีพิเศษ) ครั้งนั้น เพื่อนของผู้เขียนสูญเงินไป 60,000 บาท

ทั้ง ๆ ที่เป็นคนที่มีความรู้ มีการศึกษาสูง แต่ที่สุดก็หลงกลมิจฉาชีพที่มีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว

ตอนนั้นเพื่อนของผู้เขียนโอนเงินไปแล้ว จึงเริ่มรู้ตัวว่าถูกหลอก จึงพยายามชวนมิจฉาชีพคุย แล้วเดินทางไปแจ้งความกับตำรวจ แต่คำตอบที่ได้รับคือ ทำอะไรไม่ได้ เพราะมิจฉาชีพอยู่ต่างประเทศ

ซึ่งในปัจจุบันสตอรี่การหลอกลวง แม้จะดูหลากหลายขึ้น แต่แก่นหลัก แทบไม่ต่างไปจากเดิม

การป้องกันไว้ก่อน จึงน่าจะดีกว่า ปล่อยให้เกิดเหตุร้ายแรงแล้วค่อยแก้ปัญหา เพราะอาจจะไม่มีใครช่วยคุณได้

ที่เล่ามานั่นเป็นเรื่องเมื่อ 13 ปีที่แล้ว !!

จากตอนนั้นถึงตอนนี้ ผ่านมานานเลยทีเดียว นานจนแทบสิ้นหวัง…

อย่างไรก็ดี แอบหวังว่ารัฐบาลชุดใหม่ที่จะมาจากเสียงของประชาชน จะมี “กึ๋น” ในการแก้ปัญหาเรื่องนี้ ซึ่งรัฐบาลที่ดี ควรทำให้ประชาชนรู้สึกว่า “พึ่งพาได้”

คงต้องติดตามกันต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ภัยการเงิน รัฐบาลใหม่