ฟื้นศรัทธาตลาดหุ้น…ต้องเด็ดขาด

ตลาดหุ้น
คอลัมน์ : ชั้น 5 ประชาชาติ
ผู้เขียน : อำนาจ ประชาชาติ

ตลาดหุ้นไทยมีเรื่องให้ตื่นเต้นอยู่บ่อย ๆ มีบทเรียนหน้าใหม่ให้เรียนรู้อยู่เรื่อย ๆ

จบจากเรื่องหนึ่ง ไม่นานนัก ก็มักจะมีเรื่องใหม่เข้ามา อย่างล่าสุด เคสหุ้น MORE ไม่ทันจะจางดี ก็มีเรื่อง STARK เข้ามาเขย่าตลาดหุ้นใหม่

โดยรอบนี้ ดูจะสร้างความเสียหายรุนแรงมากกว่า มูลค่าความเสียหายหลายหมื่นล้านบาท

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประเมินมูลค่าความเสียหายในเบื้องต้นสูงถึง 34,725 ล้านบาท

1.ความเสียหายต่อผู้ถือหุ้น ที่ลงทะเบียนแจ้งความเสียหายต่อสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย (TIA) จำนวน 1,759 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย 4,063 ล้านบาท

2.ความเสียหายต่อผู้ถือหุ้นกู้ รวม 5 รุ่น จำนวนผู้เสียหาย 4,528 ราย มูลค่าความเสียหายรวม 9,198 ล้านบาท

3.ความเสียหายทางบัญชีที่สูงเกินจริง จากกรณีตกแต่งบัญชี มูลค่าความเสียหายเบื้องต้น 21,464 ล้านบาท

ยังไม่รวมความเสียหายของบรรดาบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ที่เข้าไปซื้อหุ้นเพิ่มทุน STARK ไปจนถึงเจ้าหนี้สถาบันการเงิน โดยเฉพาะ 2 แบงก์ใหญ่ที่ต้องตั้งสำรองกันไปแบงก์ละหลายพันล้าน และเจ้าหนี้อื่น ๆ อีก

เรียกได้ว่า บาดเจ็บกันถ้วนหน้า

ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ เคสนี้ เป็นเรื่องที่มีโอกาสนำไปสู่ “วิกฤตศรัทธา” ได้มาก

เพราะทั้งกระบวนการบริหาร การเปิดเผยข้อมูล กลไกการตรวจสอบถ่วงดุลต่าง ๆ ล้วนมีปัญหา สั่นคลอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนอย่างหนัก

ซึ่งชัดเจนว่า มีการ “ตกแต่งบัญชี” ทำตัวเลขหลอกลวงนักลงทุนอย่างจงใจ

“ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย” หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) บอกว่า กลไกของตลาดทุนทั้งหมดจะอยู่บนพื้นฐานเรื่องความเชื่อมั่น เชื่อใจ ว่าข้อมูลที่ได้รับมา เป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่ว่าทันทีที่นักลงทุนต้องตั้งคำถามกับตัวเลขเหล่านี้ ก็จะเป็นไปไม่ได้เลยที่นักลงทุน จะลงทุนได้ด้วยความสบายใจ

“กรณีที่เกิดขึ้นนี้ ทั้งผู้บริหาร คนตรวจสอบบัญชี และกรรมการตรวจสอบ mistrust หมดเลย ทั้ง 3 ระดับนี้ ผมว่าอันนี้เรื่องใหญ่มาก กลไกการออกแบบเรื่้องธรรมาภิบาลของบริษัทมีปัญหาแน่ ๆ”

ดังนั้น หน่วยงานกำกับดูแล และหน่วยงานด้านกระบวนการยุติธรรม ก็ควรต้องดำเนินการ “ลงโทษ” อย่างตรงไปตรงมา และรวดเร็ว

เพราะยิ่งกระบวนการเอาผิดเป็นไปอย่างเชื่องช้า และสุดท้าย หากไม่สามารถเอาตัวคนผิดมาลงโทษได้

“วิกฤตศรัทธา” เกิดขึ้นแน่นอน และจะกลายเป็นเคสตัวอย่างให้เกิดการเลียนแบบอีกในอนาคต

ด้าน “วิชัย วชิรพงศ์” หรือ “เสี่ยยักษ์” เซียนหุ้นชื่อดัง บอกว่า การที่ 11 หน่วยงานตลาดทุน จับมือแถลงข่าวกรณี STARK เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นในตลาดทุนไทยนั้น ภาพก็ค่อนข้างออกมาดูดี แต่มองว่ายังไม่สามารถจะฟื้นความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนได้

เพราะจากที่ติดตาม ยังไม่มีอะไรที่ออกมา “เป็นรูปธรรม” เลย

“หมายความว่ายังไม่มีการสังคายนา หรือบังคับใช้กฎหมายใด ๆ ทั้งที่ทราบว่า ผู้บริหารมีเจตนาไม่ดี ทั้งนี้ ควรจะต้องมีการลงโทษที่จริงจังโดยเร็ว เพื่อให้เป็นเคสตัวอย่าง และไม่ให้เกิดการเลียนแบบ”


ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องจัดการกับกรณีนี้อย่างเด็ดขาด ไม่มีทางเลือกอื่น !!