เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“NCC” ยกระดับงานจัดเลี้ยง ดัน “PET EXPO” สู่มาร์เก็ตเพลซ
Business “NCC” ยกระดับงานจัดเลี้ยง ดัน “PET EXPO” สู่มาร์เก็ตเพลซ
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล 50 วัน พระราชทานพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล 50 วัน พระราชทานพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
ซมโปะ ประกันภัย ไว้อาลัย “ฮลุน โซโล่” ขอจ่ายค่าเคลื่อนย้ายร่างกลับไทยทั้งหมด
Finance ซมโปะ ประกันภัย ไว้อาลัย “ฮลุน โซโล่” ขอจ่ายค่าเคลื่อนย้ายร่างกลับไทยทั้งหมด
สื่อเกาหลีใต้ชี้ นักท่องเที่ยวไทยวูบ 35.8% แต่คนเกาหลีแห่เที่ยวไทยเพียบ
World สื่อเกาหลีใต้ชี้ นักท่องเที่ยวไทยวูบ 35.8% แต่คนเกาหลีแห่เที่ยวไทยเพียบ
ธอส. นำร่อง “B-YOND” เอไอเอเจนต์ ยกระดับการอนุมัติสินเชื่อให้รวดเร็ว แม่นยำ
Finance ธอส. นำร่อง “B-YOND” เอไอเอเจนต์ ยกระดับการอนุมัติสินเชื่อให้รวดเร็ว แม่นยำ
กรมทรัพย์สินทางปัญญา แจงแนวทางคุ้มครอง วิดีโอในยูทูป ‘ฮลุน โซโล่’
News กรมทรัพย์สินทางปัญญา แจงแนวทางคุ้มครอง วิดีโอในยูทูป ‘ฮลุน โซโล่’
SET ปิดตลาดร่วง 26.36 จุด ถูกกดดันจาก Tech Sell-off ผสมแรงขายหุ้นใหญ่ “DELTA” กดดัชนี 21 จุด
Finance SET ปิดตลาดร่วง 26.36 จุด ถูกกดดันจาก Tech Sell-off ผสมแรงขายหุ้นใหญ่ “DELTA” กดดัชนี 21 จุด
‘จอร์เจีย’ เครื่องยนต์เศรษฐกิจ ท่องเที่ยวแสนล้าน
World ‘จอร์เจีย’ เครื่องยนต์เศรษฐกิจ ท่องเที่ยวแสนล้าน
ในหลวงทรงเปลี่ยนเครื่องทรงพระแก้วมรกต จากฤดูร้อนเป็นฤดูฝน
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวงทรงเปลี่ยนเครื่องทรงพระแก้วมรกต จากฤดูร้อนเป็นฤดูฝน
LPN ชี้อสังหาฯชะลอตัว คนลังเลซื้อบ้านดันตลาดเช่าโต ยีลด์พุ่ง 7.5%
Real Estate LPN ชี้อสังหาฯชะลอตัว คนลังเลซื้อบ้านดันตลาดเช่าโต ยีลด์พุ่ง 7.5%
ดูทั้งหมด

Barbenheimer แผ่อานิสงส์ “แมทเทล-ไอแม็กซ์” รายได้พุ่ง

10 พ.ย. 2566 | 08:00น.
Barbenheimer
คอลัมน์​ : Market Move

Barbenheimer หรือปรากฏการณ์ที่ภาพยนตร์ 2 เรื่องซึ่งมีเนื้อเรื่องและสไตล์การนำเสนอต่างกันสุดขั้ว อย่าง “บาร์บี้” (Barbie) ที่ต่อยอดจากตุ๊กตาบาร์บี้ของเล่นยอดนิยมของเด็กผู้หญิง กับ “ออปเพนไฮเมอร์” (Oppenheimer) ที่เป็นการเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตและการทำงานของ เจ. รอเบิร์ต ออปเพนไฮเมอร์ นักฟิสิกส์ผู้มีส่วนสำคัญในการพัฒนาระเบิดปรมาณู มาโปรโมตคู่กัน จนพากันประสบความสำเร็จสร้างการรับรู้แล้วยอดขายตั๋วได้แบบถล่มทลาย เป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ทางการตลาดที่สำคัญของปี 2566

แต่นอกจากรายได้ของตัวภาพยนตร์เองแล้ว กระแส Barbenheimer ยังแผ่อานิสงส์ไปยังธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องให้ได้ยอดขายเพิ่มขึ้นไปตาม ๆ กันอีกด้วย

สำนักข่าวซีเอ็นบีซี รายงานว่า ในช่วงไตรมาส 3 ของปี 2566 ไอแม็กซ์ (IMAX) ผู้พัฒนาและจำหน่ายระบบฉายภาพยนตร์ไอแม็กซ์กลับมามีกำไรอีกครั้ง พร้อมรายได้ที่เพิ่มขึ้นถึง 50% ส่วนหนึ่งจากความนิยมของภาพยนตร์ออปเพนไฮเมอร์ และในไตรมาสเดียวกันนี้แมทเทล เจ้าของลิขสิทธิ์บาร์บี้ สามารถทำยอดขายของเล่นบาร์บี้ได้มากขึ้น 16% เช่นกัน

ไอแม็กซ์ระบุในรายงานผลประกอบการว่า ช่วงไตรมาสสามของปี 2566 นี้ความสำเร็จของภาพยนตร์ออปเพนไฮเมอร์หนุนให้บริษัททำรายได้สูงสุดเป็นอันดับ 2 ในบอกซ์ออฟฟิศทั่วโลก พร้อมกับหักปากกานักวิเคราะห์ของวอลล์สตรีต ด้วยการทำรายได้ 103.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งตัวเลขนี้มากกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้วถึง 51% และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะมีรายได้ 100.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ขณะที่รายได้สุทธิยังกลับมาเป็นบวกด้วยมูลค่า 12 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ จากการขาดทุน 9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อไตรมาสสาม ปี 2565 นอกจากนี้ บริษัทยังเซ็นสัญญาติดตั้ง หรืออัพเกรดเครื่องฉายไอแม็กซ์ทั่วโลกอีก 120 สัญญา

“ริชาร์ด เกลฟอนด์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของไอแม็กซ์ อธิบายว่า สาเหตุหลักของการเติบโตนี้มาจากความสำเร็จของภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดอย่าง ออปเพนไฮเมอร์ ช่วยสร้างรายได้กว่า 180 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึง มิชชั่น อิมพอสซิเบิ้ล ล่าพิกัดมรณะ ตอนที่ 1 และ อินเดียน่า โจนส์ กับกงล้อแห่งโชคชะตา

แม้แต่ภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยังมีส่วนผลักดัน เช่น Creation of the Gods : Kingdom of Storms จากจีน และ Jawan จากอินเดีย ไปจนถึงภาพยนตร์คอนเสิร์ตของศิลปินดัง Taylor Swift The Eras Tour

“แม้เราจะเคยมีไตรมาสดี ๆ มาแล้วหลายครั้ง แต่ไม่มีครั้งไหนจะดีเกินคาดมากเท่าไตรมาสสาม ปี 2566 นี้ และการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของบริษัทในครั้งนี้ ยังเป็นเครื่องยืนยันว่าการชมภาพยนตร์ในโรงยังไม่ตาย”

ด้านแมทเทลระบุว่า ความสำเร็จของภาพยนตร์บาร์บี้ที่เข้าฉายในเดือนกรกฎาคมและกวาดรายได้ทั่วโลกไปถึง 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันให้ช่วงไตรมาส 3 ยอดขายสินค้าแบรนด์บาร์บี้เพิ่มขึ้น 16%

โดยแมทเทลมีรายได้ 1.92 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโต 9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะมีรายได้ 1.84 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม ยักษ์ของเล่นมีกำไรลดลงเหลือ 146.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากไตรมาส 3 ของปีก่อนมีกำไร 289.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

“อินอน ไครซ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแมทเทล กล่าวว่า ภาพยนตร์บาร์บี้ ได้กลายเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมระดับโลก ไม่เพียงผลักดันผลประกอบการไตรมาสสาม แต่ยังกลายเป็นหมุดหมายสำคัญในประวัติศาสตร์ของบริษัทอีกด้วย

นอกจากภาพยนตร์บาร์บี้แล้ว ในปี 2566 นี้ของเล่นจากแมทเทลอีกหนึ่งแบรนด์คือ รถของเล่น “ฮอตวีลส์” ยังประสบความสำเร็จจากการนำไปทำรายการเรียลิตี้โชว์ทางทีวีในชื่อ Hot Wheels : Ultimate Challenge แพร่ภาพในช่องเอ็นบีซีของสหรัฐอเมริกาด้วยเช่นกัน

หลังผลประกอบการไตรมาส 3 ออกมา แมทเทลได้ปรับคาดการณ์กำไรสุทธิของปี 2566 ขึ้นจาก 47% เป็น 48% เช่นเดียวกับการปรับกำไรต่อหุ้นจาก 1.1-1.2 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้นเป็น 1.15-1.25 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น เนื่องจากคาดว่าช่วงเทศกาลช็อปปิ้งปลายปีจะหนุนให้กำไรเติบโตดีเป็นพิเศษ

นอกจากเรื่องรายได้แล้ว ความสำเร็จของทั้งบาร์บี้และฮอตวีลส์ ยังเป็นการพิสูจน์ว่ายักษ์ของเล่นสามารถต่อยอดทรัพย์สินทางปัญญาในมือออกมาในรูปแบบภาพยนตร์หรือรายการทีวีได้ด้วย โดยขณะนี้ภาพยนตร์ดัดแปลงจากแบรนด์ฮอตวีลส์ กำลังอยู่ระหว่างการผลิตโดย วอร์เนอร์ บราเธอร์ส สตูดิโอเจ้าของผลงานภาพยนตร์บาร์บี้