บทบรรณาธิการ : มองการเมืองผ่าน ‘โผ รมต.’
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ
โผคณะรัฐมนตรีอนุทิน 1 มีชื่อคนหน้าใหม่สำหรับการเมืองหลายคน อาทิ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีหลายกรม จากกระทรวงการคลัง จะมาเป็น รมว.คลัง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ว่าที่ รมว.พลังงาน น.ส.ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) จะมาเป็น รมว.พาณิชย์ รวมถึง นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ จะมาเป็นรองนายกรัฐมนตรี ดูแลด้านกฎหมาย
รายชื่อเหล่านี้เป็นที่สนใจ เพราะจะเข้ามาแบกรับภาระงานเศรษฐกิจของประเทศ ที่กำลังเผชิญมรสุมหลายเรื่อง และมีภารกิจสำคัญ คือการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ และยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ก่อนจะยุบสภาในกรอบเวลา 4 เดือน
บุคคลที่ตอบรับเข้ามาเป็นรัฐมนตรีบางคนได้เคยเปิดเผยแนวคิดเกี่ยวกับเศรษฐกิจของประเทศ ก่อนได้รับการทาบทามเข้ารับตำแหน่ง อาทิ น.ส.ศุภจีให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อเดือน มิ.ย. 2568 ว่าภาพรวมเศรษฐกิจไทยปี 2568 มีปัจจัยลบหลายเรื่อง ไม่เอื้อต่อเศรษฐกิจโดยรวมและมีการปรับลดจีดีพีลงเติบโตไม่ถึง 2% ทำให้มีความกังวลในครึ่งหลัง ส่วนสถานการณ์การเมืองที่อ่อนไหว เริ่มพูดถึงการยุบสภาหรือผู้นำลาออกนั้น น.ส.ศุภจีกล่าวว่า เราเคยเจอหนักกว่านี้ ก็ถือว่าเป็นการรีเซต ถ้ายุบด้วยการมีเหตุและผล และคนใหม่ที่เข้ามาสามารถดูแลประเทศอย่างต่อเนื่องได้ถือเป็นเรื่องปกติ หากเศรษฐกิจสะดุดก็ยังสามารถกลับมาใหม่ได้
เมื่อถามถึงคุณสมบัติของผู้นำรัฐบาลควรจะเป็นแบบไหน น.ส.ศุภจีระบุว่า ต้องเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ เนื่องจากปัญหาหลักของประเทศวันนี้เป็นเรื่องเศรษฐกิจภาพรวมในทุกเซ็กเตอร์ หากเจรจากับสหรัฐไม่ได้อย่างที่หวังไว้ก็ต้องไปเจรจาหาตลาดอื่นแทนได้ จึงต้องมีความสามารถในการเจรจาการค้า ต่อยอดและต่อเนื่องในการชักชวนคนมาลงทุน ถ้าเป็นคนดีและมีความตั้งใจทำให้ประเทศเดินหน้าไปข้างหน้าได้ คิดว่าจะเป็นใครก็ได้ ไม่ว่าการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจะเป็นอย่างไร สิ่งที่ต้องมีคือความต่อเนื่องและความเชื่อมั่น
การปรากฏขึ้นของชื่อใหม่ ๆ เหล่านี้เป็นเรื่องดีสำหรับการเมือง ในขณะที่พรรคการเมืองที่เป็นรัฐบาล มีทรัพยากรบุคคลที่จำกัด ขณะที่สถานการณ์การเมืองยุ่งยาก ความขัดแย้งสูง กฎหมายและกฎระเบียบสำหรับการเข้ามาสู่การเมือง เป็นอุปสรรคและด่านสกัดคนที่จะเข้ามาร่วมกับการเมืองอยู่แล้ว งานของรัฐบาลมีทั้งรับมือแก้ปัญหาเศรษฐกิจ มิให้ดิ่งหนักลงไปอีก สร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและการเมือง ผ่านบทบาทในห้วงเวลาตามข้อตกลงยุบสภา 4 เดือน
การแก้ไขปัญหาการเมือง โดยเฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เป็นโจทย์ที่ยาก แต่เป็นเรื่องจำเป็นสำหรับการสร้างพื้นฐานที่ดีสำหรับอนาคต การคัดเลือกคนของรัฐบาลใหม่ สะท้อนความตั้งใจจริงพอสมควร ยังเหลือว่า จะทำงานได้ตามความตั้งใจมากน้อยอย่างไร