ต้องทำประชามติยกเลิก MOU 43-44
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ
ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาจนนำไปสู่การปะทะกันด้วยกองทหารจากทั้ง 2 ประเทศเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ล้วนเกิดจากความไม่ชัดเจนและอ้างสิทธิในพื้นที่ทับซ้อนที่ยังไม่สามารถกำหนดเส้นอาณาเขตจากทั้ง 2 ประเทศได้ โดยปัญหาเส้นอาณาเขตนี้เกี่ยวพันทั้งเขตแดนทางบกและเขตแดนทางทะเล ซึ่งเป็นมรดกตกทอดมาจากการจัดทำหลักเขตแดนทางบกผ่านอนุสนธิสัญญาในอดีต ส่วนกรณีของเขตแดนทางทะเลเกิดจากการประกาศเขตไหล่ทวีปในอ่าวไทยทั้งของไทยและกัมพูชา มีพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อน (OCA) กันอยู่ 26,000 ตารางกิโลเมตร
เส้นเขตแดนทางบก ทั้ง 2 ประเทศได้มีการจัดทำ บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก หรือ MOU 43 เพื่อเป็นกลไกการปักปันเขตแดนเพื่อร่วมกันสำรวจและจัดทำหลักเขตแดน มีคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) มาตั้งแต่ปี 2543 โดยการจัดทำหลักเขตแดนจะต้อง “งดเว้น” การดำเนินการใด ๆ ที่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมของพื้นที่ชายแดน
ส่วนกรณีของเส้นเขตแดนทางทะเลที่มีการประกาศเขตไหล่ทวีปในอ่าวไทยทับซ้อนกัน (OCA) นั้น ทั้ง 2 ประเทศก็ได้มีการจัดทำบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน หรือ MOU 44 มีการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมด้านเทคนิค (JTC) เพื่อเจรจาแบ่งเขตทางทะเลในพื้นที่ที่ต้องมีการแบ่งเขต แต่จะไม่มีผลต่อการอ้างสิทธิ
นั่นหมายความว่า MOU 43 มีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหาและระบุหลักเขตแดนเดิมทางบกจากทั้งหมด 73 หลักที่ทำไว้ภายใต้อนุสัญญาและแผนที่ระวาง 1 ต่อ 200,000 หาเจอแล้ว 45 หลัก ส่วนหลักเขตแดนที่เหลือในแผนที่ระวางดงรัก ซึ่งก่อให้เกิดการปะทะกันบริเวณชายแดนอีสานใต้ปัจจุบันนั้น ยังไม่สามารถตกลงอาณาเขตกันได้
แต่ MOU 44 ถูกจัดทำขึ้นเพื่อการพัฒนาร่วมทรัพยากรปิโตรเลียม (JDA) ในพื้นที่ทับซ้อนส่วนล่าง ประมาณ 16,000 ตารางกิโลเมตร ซึ่งคาดการณ์จะเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ แต่การพัฒนาร่วมจะต้องแบ่งเขตทางทะเลอย่างชัดเจนในพื้นที่ทับซ้อนส่วนบน 10,000 ตารางกิโลเมตร ให้เสร็จสิ้นเสียก่อน โดยทั้ง 2 เรื่องจะต้องทำพร้อมกัน ทำข้อใดข้อหนึ่งแยกกันไม่ได้
เมื่อเกิดสถานการณ์ตึงเครียดตามแนวชายแดน MOU ทั้ง 2 ฉบับจึงถูกหยิบยกขึ้นมาถกเถียงกันว่า สมควรที่จะคงไว้หรือยกเลิกกลไกการแก้ปัญหาเส้นอาณาเขตแดนนี้หรือไม่ ด้านรัฐบาลนายอนุทินเองจะต้องยึดมั่นในนโยบายเร่งด่วนด้านความมั่นคงที่ว่า จะแก้ไขข้อพิพาทไทย-กัมพูชาด้วยแนวทางสันติภาพ ยุติความขัดแย้งด้วยกลไกทางการทูต และจัดให้มีการทำประชามติเพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจให้ความเห็นต่อการยกเลิก MOU เป็นสำคัญ