เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
น้ำท่วมปี’69 ราคาสินค้ายังไม่พุ่ง ‘สนค.’ ชี้เสี่ยงซ้ำเติมรายได้-เงินออมประชาชน
Economic น้ำท่วมปี’69 ราคาสินค้ายังไม่พุ่ง ‘สนค.’ ชี้เสี่ยงซ้ำเติมรายได้-เงินออมประชาชน
ตระกูลเวสตัน ทุ่ม 8.9 พันล้านเหรียญ ซื้อ Boots จ่อปิดดีลต้นปี 2027
Business ตระกูลเวสตัน ทุ่ม 8.9 พันล้านเหรียญ ซื้อ Boots จ่อปิดดีลต้นปี 2027
สยามพิวรรธน์ จัด 3 บิ๊กอีเวนต์รับงานประชุม IMF–World Bank
Business สยามพิวรรธน์ จัด 3 บิ๊กอีเวนต์รับงานประชุม IMF–World Bank
ดีบีดีเปิดปฏิบัติการ ‘ยุทธรัฐ’ ปูพรม 3 จุดกลางกรุง พบ 33 บริษัทเสี่ยงนอมินี
Economic ดีบีดีเปิดปฏิบัติการ ‘ยุทธรัฐ’ ปูพรม 3 จุดกลางกรุง พบ 33 บริษัทเสี่ยงนอมินี
Google ใจป๋า แจก Gemini Enterprise ฟรี ผ่าน AiPASS 2.0 แต่ต้องเรียน
Tech Google ใจป๋า แจก Gemini Enterprise ฟรี ผ่าน AiPASS 2.0 แต่ต้องเรียน
สิ้นลมหายใจก่อนหมดหนี้? ‘หนี้ครัวเรือน’ พุ่งสูงสุดในรอบ 18 ปี สกัดฝัน GDP รับเวที IMF
Finance สิ้นลมหายใจก่อนหมดหนี้? ‘หนี้ครัวเรือน’ พุ่งสูงสุดในรอบ 18 ปี สกัดฝัน GDP รับเวที IMF
ต่างชาติทิ้งหุ้นไทย 3.38 หมื่นล้าน NVDR ซื้อสวน 9 หุ้นใหญ่ KBANK นำโด่ง 3.5 พันล้าน
Finance ต่างชาติทิ้งหุ้นไทย 3.38 หมื่นล้าน NVDR ซื้อสวน 9 หุ้นใหญ่ KBANK นำโด่ง 3.5 พันล้าน
หมอสรณ โต้ มาตรการสั่งปรับวันละ 50,000 บาท ขอให้ คกก.สรรหาชี้แจง
Tech หมอสรณ โต้ มาตรการสั่งปรับวันละ 50,000 บาท ขอให้ คกก.สรรหาชี้แจง
‘พชร’ แนะ รัฐบาล ใช้โอกาส IMF-World Bank วาง Position ประเทศไทย ชี้ประโยชน์ 4 ด้านที่ควรได้รับ
News ‘พชร’ แนะ รัฐบาล ใช้โอกาส IMF-World Bank วาง Position ประเทศไทย ชี้ประโยชน์ 4 ด้านที่ควรได้รับ
ราคาทองวันนี้ (9 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 850 บาท รูปพรรณขายออก 67,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (9 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 850 บาท รูปพรรณขายออก 67,400 บาท
ดูทั้งหมด

ตลาดคาร์บอนเครดิต กลไกยั่งยืนสู่เป้าหมาย Net Zero

31 ต.ค. 2568 | 10:28น.
Reduce CO2 emission concept, Person hand holding with VR screen CO2 icon, Sustainable development and green business based on renewable energy, electric transport..
คอลัมน์ : เล่าให้รู้กับ ก.ล.ต.
ผู้เขียน : อาชินี ปัทมะสุคนธ์ สำนักงาน ก.ล.ต.

เชื่อว่าทุกวันนี้ ทุกคนสามารถรับรู้ได้ว่า “โลกกำลังเปลี่ยนไป” เพราะอากาศที่ร้อนจัดจนทำลายสถิติ ฝนที่ตกหนักผิดฤดู หรือพายุที่มาแรงกว่าที่เคย ล้วนเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นจริง และกำลังส่งผลต่อทั้งชีวิตประจำวัน เศรษฐกิจ ไปจนถึงความมั่นคงของประเทศ

คำถามคือ…พวกเราทุกคนจะมีส่วนลดผลกระทบเหล่านี้ได้อย่างไร ? คำตอบอาจไม่ได้มีแค่แนวทางเดียว คงต้องอาศัยความร่วมมือทุกภาคส่วน แต่หนึ่งในเครื่องมือที่ได้รับความสนใจ คือการสร้าง “ตลาดคาร์บอนเครดิต” ที่หลายประเทศและไทยนำมาใช้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ผลักดันให้ประเทศเดินหน้าไปสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ในปี 2050 (พ.ศ. 2593) และสู่ Net Zero ในปีเดียวกัน

ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า “คาร์บอนเครดิต” (Carbon Credit) คือปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดหรือกักเก็บได้จากการทำโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ มีหน่วยเป็น “ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า” เช่น โครงการปลูกป่าและอนุรักษ์ป่า การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน หรือการจัดการขยะที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เป็นต้น

โดยผู้พัฒนาโครงการดังกล่าวต้องขึ้นทะเบียนโครงการและได้รับคำรับรองจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) หลังจากนั้นจึงสามารถนำคาร์บอนเครดิตที่ได้ ไปขายให้กับภาคเอกชนหรือหน่วยงานรัฐที่ต้องการใช้ เพื่อความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมในรูปแบบ Over the Counter หรือตลาดคาร์บอนเครดิต

ทั้งนี้ ก.ล.ต.ในบทบาทของการพัฒนาตลาดทุน ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้เกิดผลิตภัณฑ์ทางการเงินหรือการลงทุนใหม่ ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวกับความยั่งยืน เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ผู้ลงทุน รวมถึงสนับสนุนและส่งเสริมให้มีศูนย์กลางซื้อขายคาร์บอนเครดิตภายใต้กำกับดูแลของ ก.ล.ต. ที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส

ตราสารหนี้สีเขียว (Green Bond) ตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) รวมถึงตราสารหนี้ที่ผูกพันกับการลดก๊าซเรือนกระจก (Sustainability-linked Bond) ซึ่งในปีนี้ 2568 มีการออกแล้วรวมมูลค่ากว่า 141,920 ล้านบาท ทุกคนสามารถติดตามมูลค่าตราสารหนี้กลุ่มความยั่งยืน ผ่านเว็บไซต์ https://sustainablefinance.sec.or.th/Bond ขณะเดียวกันยังผลักดันให้บริษัทจดทะเบียนเปิดเผยข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม ผ่าน 56-1 One Report ทั้งการใช้คาร์บอนเครดิตและนโยบายการลดการปล่อยก๊าซ เพื่อให้นักลงทุนมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจที่รอบด้านและโปร่งใสมากขึ้น

อีกก้าวสำคัญคือ การเปิดทางให้ศูนย์ซื้อขาย นายหน้าซื้อขาย และผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัล สามารถให้บริการโทเค็นดิจิทัล เพื่อการใช้ประโยชน์พร้อมใช้ที่มีการกำหนดสิทธิในการได้มาซึ่งคาร์บอนเครดิต (Tokenized Carbon Credit) ใบรับรองการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (Tokenized REC) หรือสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Tokenized Carbon Allowance) ซึ่งสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมาให้บริการได้

ทั้งนี้ ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลดังกล่าวที่ประสงค์ให้บริการ จะต้องขออนุญาตประกอบกิจการอื่นกับ ก.ล.ต. ก่อนเริ่มดำเนินการ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 กันยายน 2568 ซึ่งนอกจากจะสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนแล้ว ยังทำให้ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลมีส่วนช่วยพัฒนาตลาดคาร์บอนเครดิตในไทยด้วย ซึ่งขณะนี้มีผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่สนใจและเข้าหารือบ้างแล้ว

นอกจากนี้ ก.ล.ต.ยังอยู่ระหว่างการพัฒนากฎเกณฑ์รองรับการออกและเสนอขายหน่วยทรัสต์ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในโครงการสิ่งแวดล้อม (Green Investment Trust : GIT) ซึ่งคาดว่าจะเปิดรับฟังความคิดเห็นเร็ว ๆ นี้ กองทรัสต์นี้จะเป็นกลไกที่ช่วยให้ทั้งธุรกิจ ผู้ลงทุน หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพและเป็นช่องทางการระดมทุน และมีส่วนช่วยขยายตลาดคาร์บอนเครดิต

เรียกได้ว่าเครื่องมือทางการเงินใหม่ ๆ ที่ ก.ล.ต.สนับสนุน ไม่ได้เป็นเพียงแค่ช่องทางระดมทุน แต่กำลังช่วยสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการขับเคลื่อนตลาดคาร์บอนเครดิตในทุกมิติ ตั้งแต่การสร้างแรงจูงใจให้ บจ. มีนโยบายหรือโครงการที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การเพิ่มทางเลือกการลงทุนให้ผู้ลงทุนที่ต้องการมีส่วนร่วมในความยั่งยืน

สุดท้ายแล้ว ประโยชน์จะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงภาคธุรกิจ หรือนักลงทุนเท่านั้น ก.ล.ต.เชื่อว่าจะสะท้อนกลับมาสู่สังคมไทย และโลกใบนี้ ที่มีโอกาสได้หายใจในอากาศที่สะอาดขึ้น และผลักดันให้ประเทศสู่อนาคตที่มั่นคง ยั่งยืนได้มากกว่าเดิม

แท็กที่เกี่ยวข้อง

NET ZERO ก.ล.ต. คาร์บอนเครดิต