สื่อนอก : เลือกตั้ง 8 ก.พ. 69
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ
เหลือเวลาประมาณ 3 สัปดาห์ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะเข้าคูหาเพื่อใช้สิทธิเลือก สส.เขตและบัญชีรายชื่อรวมถึงออกเสียงลงประชามติว่า เห็นควรให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ สื่อในประเทศไทยนำเสนอความเคลื่อนไหวและแนวโน้มของการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. 2569 อย่างคึกคัก
ขณะที่สื่อต่างประเทศก็จับตาการเลือกตั้งครั้งนี้เช่นกันว่าจะทำให้ประเทศไทยเดินไปในทิศทางใด ทั้งเศรษฐกิจ การเมืองระหว่างประเทศ และการเมืองภายใน “นิกเคอิ เอเชีย” ได้เสนอรายงานระบุว่า เปลี่ยนนายกรัฐมนตรีมาแล้วสามคนในสองปีครึ่งที่ผ่านมา ประเทศไทยเข้าสู่การเลือกตั้งทั่วไปแบบฉับพลันในวันที่ 8 ก.พ. โดยมีพรรคการเมือง 57 พรรคลงแข่งขัน เพิ่มขึ้นจากเลือกตั้ง 2566 ถึง 10 พรรค
รายงานระบุว่า การเลือกตั้งเกิดขึ้นหลังเกิดการปะทะทางทหารกับกัมพูชา จนถึงปัญหาเศรษฐกิจที่หนี้ครัวเรือนสูงและนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง พรรคที่ผงาดขึ้นมา คือพรรคภูมิใจไทย ภายใต้การนำของอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี หนึ่งในสามผู้ท้าชิงหลัก สื่อไทยบางแห่งคาดว่าพรรคภูมิใจไทยอาจได้ถึง 130 ที่นั่ง เพิ่มจาก 71 ที่นั่งในการเลือกตั้งครั้งก่อน หลังจากมี สส. จากพรรคอื่นย้ายเข้ามา
ภูมิใจไทยได้กลายเป็นธงนำของอีกขั้วการเมือง แต่ก็ต้องเผชิญความท้าทายจากอีกขั้วการเมือง คือพรรคประชาชน พรรคแนวปฏิรูปที่ปลุกพลังคนรุ่นใหม่ จนได้คะแนนเสียงมากที่สุดในการเลือกตั้งครั้งก่อน ครั้งนี้คาดกันว่าจะได้ สส.มากสุด 150 ที่นั่ง จาก 151 ที่นั่งในปี 2566
สื่อญี่ปุ่นดังกล่าวชี้ว่า พรรคเพื่อไทยยังตามหลังพรรคประชาชนและภูมิใจไทย ขณะที่ นายทักษิณ ชินวัตร ผู้นำทางจิตวิญญาณรับโทษจำคุกหนึ่งปีในเรือนจำกรุงเทพฯ และระบุด้วยว่า ประเด็นในการหาเสียง รวมถึงอาชญากรรมทางการเงินข้ามชาติ โดยพรรคประชาชนเป็นผู้นำในการโจมตี “ทุนสีเทา” ส่วนภูมิใจไทยและเพื่อไทยเสนอนโยบาย เพื่อดึงคะแนนเสียงในอีสาน ซึ่งมี สส. 133 ที่นั่ง
รายงานชี้ว่า สงครามชายแดนไทย-กัมพูชา จะส่งผลทำให้คลื่นชาตินิยมโน้มน้าวผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ส่วนภาพเศรษฐกิจ ผู้นำภาคธุรกิจและผู้บริหารระดับสูง ระบุถึงสภาพที่ตามหลังเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตัวเลขจีดีพีที่ต่ำลง ข้อตกลงภาษีกับสหรัฐที่ยังไม่คลี่คลาย ปัญหานี้จะมีผลต่อการตัดสินใจของประชาชน
นั่นคือสรุปภาพบางส่วนของการเลือกตั้งไทยในสายตาของสื่อต่างชาติที่ติดตามการเมืองไทยอย่างใกล้ชิด คำเตือนจากรายงานดังกล่าวระบุว่า ปัญหาเศรษฐกิจของไทยน่าเป็นห่วง นอกจากปัจจัยต่าง ๆ ที่ระบุข้างต้น ยังเป็นผลจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ การปฏิรูปเชิงโครงสร้างที่ชะงักงัน
ความเจ็บปวดทางเศรษฐกิจจึงเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ และจะมีผลต่อการตัดสินใจลงคะแนนเสียงของประชาชน ถือเป็นสัญญาณเตือนถึงประชาชน ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และฝ่ายการเมืองว่าจะต้องเตรียมรับมืออย่างจริงจัง