เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ษัษฐรัมย์’ แฉบอร์ดประกันสังคมสอดไส้วาระทิ้งทาย! เร่งเบิกงบ 2 พันล้าน-ล้างหนี้นายจ้างเบี้ยวเงินสมทบ
News ‘ษัษฐรัมย์’ แฉบอร์ดประกันสังคมสอดไส้วาระทิ้งทาย! เร่งเบิกงบ 2 พันล้าน-ล้างหนี้นายจ้างเบี้ยวเงินสมทบ
พลอย-เต งานแต่งสุดคิวท์ ของเจ้าแม่ Matcha People
Biz Movement พลอย-เต งานแต่งสุดคิวท์ ของเจ้าแม่ Matcha People
ประกันสังคมปรับเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน ลดภาระนายจ้าง 1,700 ล้านต่อปี
HR ประกันสังคมปรับเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน ลดภาระนายจ้าง 1,700 ล้านต่อปี
ประธานสมาคมธนาคารไทย ชี้ไทยได้ 3 โอกาสใหญ่ IMF-World Bank
Finance ประธานสมาคมธนาคารไทย ชี้ไทยได้ 3 โอกาสใหญ่ IMF-World Bank
เอกนิติ ปลื้ม ‘เฟด’ ชมไทย สนใจการปราบสแกมเมอร์-ทุนเทา
Finance เอกนิติ ปลื้ม ‘เฟด’ ชมไทย สนใจการปราบสแกมเมอร์-ทุนเทา
ฮอนด้าปลุก DNA มอเตอร์สปอร์ต เปิด “The Racing Playground Challenge”
Automotive ฮอนด้าปลุก DNA มอเตอร์สปอร์ต เปิด “The Racing Playground Challenge”
GAP Wendy’s เปิดธุรกิจเพลงตรึงลูกค้า
Business GAP Wendy’s เปิดธุรกิจเพลงตรึงลูกค้า
อนุทิน เปิดเบื้องหลังความท้าทาย IMF-World Bank มั่นใจไทยสร้างความเชื่อมั่นระดับโลก
Politics อนุทิน เปิดเบื้องหลังความท้าทาย IMF-World Bank มั่นใจไทยสร้างความเชื่อมั่นระดับโลก
ร่วมชมนิทรรศการคิดถึงสมเด็จย่า ครั้งที่ 29 ย้อนรอยพระราชปณิธานแห่งการให้ ที่ไอคอนสยาม
Biz Movement ร่วมชมนิทรรศการคิดถึงสมเด็จย่า ครั้งที่ 29 ย้อนรอยพระราชปณิธานแห่งการให้ ที่ไอคอนสยาม
Resilience : ความสามารถใหม่ ในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทย
Columns Resilience : ความสามารถใหม่ ในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทย
ดูทั้งหมด

Resilience : ความสามารถใหม่ ในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทย

16 ต.ค. 2569 | 18:01น.
คอลัมน์ : มองข้ามชอต 
ผู้เขียน : ดร.ฐิติมา ชูเชิด ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจมหภาค ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (SCB EIC)

Resilience ถูกพูดถึงมากขึ้นในแวดวงเศรษฐกิจ ธุรกิจ และนโยบาย เดิมมักหมายถึงความสามารถในการรับมือวิกฤต แต่ในโลกที่แรงกระแทกเกิดถี่ขึ้น ซ้อนกันมากขึ้น
และคาดเดาได้ยากขึ้น ตอนนี้คำนี้ต้องไปไกลกว่าแค่ “ทนให้ได้” แล้ว 

Resilience ในบริบทใหม่หมายถึงความสามารถในการรับแรงกระแทก ล้มแล้วลุกได้เร็ว หาทางเดินหน้าต่อเมื่อเงื่อนไขเดิมใช้ไม่ได้ และเรียนรู้เพื่อไม่กลับไปเปราะบางในรูปแบบเดิม 

แรงกระแทกของโลกใหม่ไม่ได้มาในรูปสภาพอากาศสุดขั้วเท่านั้น หากแต่กระแส AI ก็กำลังสร้างการเปลี่ยนแปลงอีกทาง เทคโนโลยีอาจช่วยเพิ่มผลิตภาพ ลดต้นทุน และเปิดโอกาสให้เกิดโมเดลธุรกิจใหม่ ขณะเดียวกันงานบางประเภทอาจหายไป ทักษะเดิมหมดอายุเร็วขึ้น และช่องว่างระหว่างธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีได้กับธุรกิจที่ตามไม่ทันกว้างขึ้น

ไทยยังเผชิญสังคมสูงวัย ภูมิรัฐศาสตร์ที่กำลังจัดระเบียบห่วงโซ่อุปทานใหม่ และกติกาการค้าที่เข้มงวดขึ้น คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ เศรษฐกิจจะเติบโตอย่างไร แต่คือเราจะทำอย่างไรให้เศรษฐกิจไทยยังเติบโตได้ เมื่อแรงกระแทกกลายเป็นเรื่องปกติ

จากการรับแรงกระแทก สู่การสร้างแรงส่ง

แนวคิด “Resilience is the New Competitiveness” ชี้ว่า ประเทศที่รับมือ ปรับตัว และฟื้นตัวได้ดีกว่า ย่อมมีความได้เปรียบในการแข่งขัน

แต่ประเทศไทยไม่ได้ต้องการ Resilience เพียงเพื่อความอยู่รอด เราต้องทำให้ Resilience เป็นแหล่งที่มาของการเติบโต หรือที่เรียกว่า Resilience-driven Economic Growth

หากมอง Resilience เป็นเพียงเครื่องมือจำกัดความเสียหาย นโยบายจะเน้นสร้างกันชน การเยียวยา และการพาเศรษฐกิจกลับไปยังจุดเดิม แต่หากมองเป็นฐานของการเติบโต นโยบายต้องช่วยให้คน ธุรกิจ และโครงสร้างเศรษฐกิจปรับตัวไปสู่จุดที่ดีกว่าเดิม

การฟื้นตัวที่แท้จริงไม่ใช่การกลับไปยังจุดเดิม แต่คือการเปลี่ยนแรงกระแทกให้เป็นแรงส่งไปสู่จุดใหม่

ประเทศไทยมีกันชนทางเศรษฐกิจอยู่ไม่น้อย ทั้งฐานะต่างประเทศ ระบบสถาบันการเงิน และเครื่องมือนโยบาย สิ่งที่ยังต้องเร่งสร้างคือ “กล้ามเนื้อ” ที่ช่วยให้เศรษฐกิจลุกขึ้น ปรับตัว เปลี่ยนทิศทาง และเดินหน้าต่อได้ 

กันชนช่วยให้เราเจ็บน้อยลง แต่กล้ามเนื้อช่วยให้เราไปได้ไกลขึ้น

สร้างบ้านเศรษฐกิจที่ปรับตัวได้

ร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 สื่อสารสาธารณะผ่านภาพบ้าน “บ้านเศรษฐกิจ” ซึ่งสะท้อนว่า Resilience ไม่ได้อยู่ในส่วนใดส่วนหนึ่งของบ้าน แต่เป็นคุณสมบัติของบ้านทั้งหลัง

ตัวบ้านคือภาคเกษตร อุตสาหกรรม และบริการสำคัญของไทย โจทย์ไม่ใช่การทิ้งสิ่งที่ไทยถนัด แต่คือการยกระดับฐานเดิมให้สร้างมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น พร้อมสร้างเครื่องยนต์ใหม่ในสาขาที่มีอนาคต

“เสาค้ำบ้าน” คือแรงงาน ทุน และเทคโนโลยี ต้องเคลื่อนไปสนับสนุนโอกาสใหม่ หากแรงงานเข้าถึงทักษะ ธุรกิจเข้าถึงเทคโนโลยีและ AI ได้ ขณะที่เงินทุนสนับสนุนการเพิ่มผลิตภาพ เสาทั้งสามนี้จะกลายเป็นแรงส่งให้เศรษฐกิจ แต่หากเทคโนโลยีและเงินทุนยังกระจุกตัวอยู่ในธุรกิจขนาดใหญ่ ขณะที่ SMEs และแรงงานส่วนใหญ่เข้าไม่ถึง ช่องว่างด้านผลิตภาพจะยิ่งกว้างขึ้น

“ฐานบ้าน” คือการแข่งขันที่เปิดกว้างและเป็นธรรม เพื่อให้คน เงินทุน และเทคโนโลยีก็จะไม่ไหลไปสู่กิจกรรมที่สร้างคุณค่าได้สูงกว่า ส่วน “หลังคาบ้าน” คือระบบการเงินและการคลังที่ต้องมีบทบาทมากกว่ารักษาเสถียรภาพ หรือเข้าช่วยเมื่อเกิดวิกฤต ระบบการเงินต้องจัดสรรทุนไปถึงธุรกิจที่มีศักยภาพ ขณะที่ระบบการคลังต้องเพิ่มพื้นที่การคลังสำหรับลงทุนในคน เทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน และการรับมือความเสี่ยงในอนาคต

อย่างไรก็ตามบ้านที่ออกแบบดีจะยังเป็นแค่แบบก่อสร้าง หากไม่มีพลังขับเคลื่อนให้ทุกส่วนทำงานร่วมกัน เราจึงต้องสร้างกล้ามเนื้อสามระดับ

ระดับแรกคือ กล้ามเนื้อของประเทศ หมายถึงความสามารถของภาครัฐในการมองเห็นการเปลี่ยนแปลงได้เร็ว ตัดสินใจจากข้อมูล และประสานเครื่องมือนโยบายให้ทำงานเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาคน การลงทุน การเงิน เทคโนโลยี หรือกติกาการแข่งขัน โจทย์ไม่ใช่การออกมาตรการเพิ่ม แต่คือการมีเป้าหมายร่วม เจ้าภาพที่ชัดเจน และมาตรการจากหลายหน่วยงานที่เชื่อมต่อกันจนเกิดผลจริง

ระดับที่สองคือ กล้ามเนื้อของธุรกิจ หมายถึงความสามารถในการปรับสินค้า กระบวนการผลิต เทคโนโลยี ทักษะ และโมเดลธุรกิจ ก่อนที่ตลาดเดิมจะหายไป โดยเฉพาะ SMEs ที่ไม่ได้ต้องการแค่สินเชื่อ แต่ยังต้องการเทคโนโลยี ตลาด คำแนะนำ และเงินทุนที่เหมาะกับแต่ละช่วงของวงจรธุรกิจ 

ระดับที่สามคือ กล้ามเนื้อของคน หมายถึงความสามารถในการเรียนรู้ตลอดชีวิต เปลี่ยนทักษะ เปลี่ยนงาน ใช้ AI เป็นเครื่องมือ และดูแลความมั่นคงทางการเงินระหว่างการเปลี่ยนผ่าน การพัฒนาทักษะจึงไม่ควรวัดจากจำนวนผู้เข้าอบรม แต่ต้องวัดว่าคนนำทักษะไปใช้ได้จริงหรือไม่ ทำงานได้ดีขึ้นหรือไม่ และมีรายได้หรือทางเลือกในชีวิตเพิ่มขึ้นเพียงใด

จากภาพบ้านสู่การลงมือทำ

เป้าหมายการเติบโตของเศรษฐกิจไทยที่ 3%+ ภายใต้ร่างแผน 14 จะมีความหมายก็ต่อเมื่อเป็นการเติบโตจากผลิตภาพที่สูงขึ้น ธุรกิจที่มีศักยภาพสามารถขยายตัวได้ คนมีงานและรายได้ดีขึ้น และประเทศไม่สูญเสียศักยภาพทุกครั้งที่เกิดวิกฤต

การขับเคลื่อนแผน 14 จึงต้องเป็นวาระการเปลี่ยนผ่านร่วมกัน มีเป้าหมายชัดเจน มีเจ้าภาพรับผิดชอบ เครื่องมือนโยบายทำงานเป็นชุด และวัดผลจากผลิตภาพ งาน รายได้ และคุณภาพชีวิต หากมาตรการไม่ได้ผล ต้องกล้าปรับหรือยกเลิก 

แผน 14 ไม่ใช่แผนของภาครัฐฝ่ายเดียว รัฐต้องสร้างระบบและกติกาที่เอื้อต่อการเปลี่ยนผ่าน ธุรกิจต้องลงทุนเพื่อปรับตัว ภาคการเงินต้องส่งเงินทุนไปถึงกิจกรรมที่มีศักยภาพ ประชาชนต้องเข้าถึงโอกาสและเครื่องมือในการพัฒนาตนเอง

บ้านเศรษฐกิจบอกว่าเราต้องสร้างระบบแบบไหน กล้ามเนื้อสามระดับบอกว่าใครต้องออกแรง ส่วนการลงมือทำต้องทำให้กล้ามเนื้อของทุกฝ่ายทำงานประสานกันไปสู่เป้าหมายเดียวกัน

โลกข้างหน้าจะยังมีพายุอีกหลายลูก ประเทศไทยเลือกได้ว่าจะรอซ่อมบ้านหลังพายุทุกครั้ง หรือสร้างบ้านที่มีความพร้อมรับแรงกระแทก ปรับตัวได้ และแข็งแรงขึ้นก่อนพายุจะมาถึง

Resilience จึงไม่ใช่ความสามารถในการซ่อมประเทศให้กลับมาเหมือนเดิม แต่คือความสามารถในการสร้างประเทศให้แข็งแรงกว่าเดิม ก่อนพายุลูกต่อไปจะมาถึง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เศรษฐกิจ