ภาครัฐเป็นหัวหอกลงทุนปลุก ศก.

เครดิตภาพ:thaigov.go.th

บทบรรณาธิการ

ผลประกอบการช่วงไตรมาส 2/2562 ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ส่วนใหญ่รายได้ลด กำไรหด หลายเซ็กเตอร์ประกาศงบการเงินออกมาน่าผิดหวัง ตอกย้ำให้เห็นภาพเศรษฐกิจขาลงชัด จากสารพัดปัจจัยลบทั้งภายในและนอกประเทศ

ขณะที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนกรกฎาคม 2562 ชี้ว่าความเชื่อมั่นปรับตัวลดลงต่อเนื่องที่ระดับ 75.0 ต่ำสุดในรอบ 22 เดือน จากกังวลผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก สงครามการค้า พืชผลเกษตรราคาตกต่ำ

สัญญาณอันตรายแนวโน้มเศรษฐกิจไทยช่วงไตรมาส 2ขยายตัวต่ำทุกไตรมาสที่ผ่านมา ฉุดรั้งการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ปีนี้ตลอดทั้งปี จึงเป็นสิ่งที่หลายฝ่ายกังวลใจ เช่นเดียวกับที่รัฐบาลตลอดจนหน่วยงานภาครัฐเริ่มตระหนักว่า เศรษฐกิจไทยมีปัญหาหนักหนาสาหัสกว่าที่คาดการณ์ไว้

เพราะนอกจากปัจจัยภายนอกการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก สงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน ซึ่งอยู่เหนือการควบคุมแล้ว เครื่องยนต์หลัก 4 เครื่องที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็น การลงทุนภาครัฐ การลงทุนภาคเอกชน การบริโภค และการส่งออก อ่อนกำลังลงใกล้จะดับ

โดยเฉพาะการลงทุนของภาครัฐซึ่งน่าจะสวมบทบาทเป็นฟันเฟืองสำคัญ หรือเป็นหัวหอกผลักดันการลงทุนในประเทศทั้งระบบ แต่ครึ่งปีแรกที่ผ่านมาปรากฏว่าการเบิกจ่ายงบฯจัดซื้อจัดจ้าง และงบฯลงทุน ของหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจลดลงอย่างมาก

ล่าสุดในการประชุมติดตามการเบิกจ่ายงบฯลงทุน โดยมีผู้บริหารกระทรวงการคลัง หน่วยงานด้านเศรษฐกิจ รัฐวิสาหกิจ เข้าร่วมประชุม เมื่อ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานพยายามเร่งรัดการเบิกจ่าย เพื่อขับเคลื่อนผลักดันเศรษฐกิจช่วงท้ายปี ที่เศรษฐกิจโลกอาจชะลอตัวลงอีกจากหลายปัญหาที่ยังรุมเร้า

เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคธุรกิจ นักลงทุนไทย-ต่างชาติ ภาครัฐจำเป็นต้องสวมบทบาทเป็นหัวหอกในการลงทุนอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการเดิินหน้าลงทุนเมกะโปรเจ็กต์โครงสร้างพื้นฐานให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ เพื่อเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ควบคู่กับกระตุ้นการลงทุนของภาคธุรกิจเอกชน

เพราะท่ามกลางสถานการณ์ปัจจุบันที่รายล้อมไปด้วยปัจจัยลบ การส่งออก การบริโภค การลงทุนภาคเอกชน เหมือนเครื่องยนต์ที่สตาร์ตไม่ติด มีแต่การลงทุนภาครัฐเท่านั้นที่พอเป็นความหวัง ส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ จึงต้องเร่งสปีดลงทุนให้เกิดขึ้นจริง เป็นทัพหน้านำพาเศรษฐกิจไทยฝ่ามรสุม จึงจะเพิ่มความเชื่อมั่นทำให้เอกชนกล้าตัดสินใจลงทุนในสถานการณ์ที่หลากหลายปัจจัยอาจไม่ค่อยเอื้อ

Previous articleการ์ตูนขุนพล : คนไทย สมองสองซีก! ข่าวลวง ข่าวจริง
Next article“ประท้วงฮ่องกง” ทุบธุรกิจอ่วม จาก “การเงิน” สู่ “ท่องเที่ยว”