เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ABC-Mart เล็งบุกไทย-อินโดนีเซีย
Business ABC-Mart เล็งบุกไทย-อินโดนีเซีย
ตร.สอบ ‘สุภาพร พิมพงษ์’ ปมหุ้น TRUE ยันแค่เคยซื้อกองทุน 10 ปีก่อน
Finance ตร.สอบ ‘สุภาพร พิมพงษ์’ ปมหุ้น TRUE ยันแค่เคยซื้อกองทุน 10 ปีก่อน
รฟม. รื้อสะพานลอยเสร็จแล้ว เร่งเสริมความแข็งแรงดิน ลดน้ำรั่วซึมเข้าอุโมงค์สายสีม่วง
Real Estate รฟม. รื้อสะพานลอยเสร็จแล้ว เร่งเสริมความแข็งแรงดิน ลดน้ำรั่วซึมเข้าอุโมงค์สายสีม่วง
ธุรกิจการบินหวนดัมพ์ราคาตั๋ว ‘บินไทย’ มุ่งความคุ้มค่าหนีสงครามราคา
Economic ธุรกิจการบินหวนดัมพ์ราคาตั๋ว ‘บินไทย’ มุ่งความคุ้มค่าหนีสงครามราคา
กรมท้องถิ่น ถอนตัวชิงเค้กเงินกู้ – มท.ยังเดินหน้า ชงแผนใช้รถอีวี – ตั้งสถานีชาร์จทั่วประเทศ
Politics กรมท้องถิ่น ถอนตัวชิงเค้กเงินกู้ – มท.ยังเดินหน้า ชงแผนใช้รถอีวี – ตั้งสถานีชาร์จทั่วประเทศ
ป่าเด็งโมเดล เพชรบุรี ไม่ทิ้ง-ไม่ฝังกลบแก้วิกฤตขยะ 2 ตัน/วัน
SD ป่าเด็งโมเดล เพชรบุรี ไม่ทิ้ง-ไม่ฝังกลบแก้วิกฤตขยะ 2 ตัน/วัน
‘เนเน่ รอยัล’ America’s Got Talent มือกีตาร์ไทยดังไกลอเมริกา
Biz Movement ‘เนเน่ รอยัล’ America’s Got Talent มือกีตาร์ไทยดังไกลอเมริกา
AWC ทุ่ม 2 พันล้าน ผุดเคเบิ้ลคาร์รักษ์โลก ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา สู่ MONA Bangkok ปั้นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวระดับโลก
Business AWC ทุ่ม 2 พันล้าน ผุดเคเบิ้ลคาร์รักษ์โลก ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา สู่ MONA Bangkok ปั้นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวระดับโลก
‘ชัชชาติ’ สปีด 100 วันแรก ลุยปราบโกง-บิ๊กโปรเจ็กต์-หั่นค่ารถไฟฟ้า
Real Estate ‘ชัชชาติ’ สปีด 100 วันแรก ลุยปราบโกง-บิ๊กโปรเจ็กต์-หั่นค่ารถไฟฟ้า
ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ชี้โอกาสจะเห็นดอกเบี้ยต่ำกว่า 1% ยากขึ้น แม้เงินเฟ้อไม่สูงอย่างที่คาดไว้เดิม
Finance ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ชี้โอกาสจะเห็นดอกเบี้ยต่ำกว่า 1% ยากขึ้น แม้เงินเฟ้อไม่สูงอย่างที่คาดไว้เดิม
ดูทั้งหมด

ลุงติ๊กสเกล ชีวิตที่ “เริ่มต้น” ใหม่

14 ก.ย. 2562 | 12:38น.
คอลัม์ นอกรอบ

โดย รณดล นุ่มนนท์

 

ผมไม่เคยคาดคิดว่า การทำแบบโมเดลจิ๋วหรือแบบจำลองเหตุการณ์สามมิติ (diorama) จะเป็นอาชีพที่สามารถสร้างรายได้เลี้ยงดูครอบครัวได้ แต่ที่แปลกใจที่สุดคือ หนึ่งในศิลปินโมเดลจิ๋วคือ อดีตพนักงานรักษาความปลอดภัยของแบงก์ชาติ ที่มีข่าวลงในสื่อและออกรายการโทรทัศน์จนเป็นที่รู้จักกันไปทั่ว มีนักสะสมมาสั่งให้ทำแบบโมเดลอย่างล้นหลาม จนต้องขอปิดการสั่งจองไปจนถึงต้นปีหน้า ในขณะที่หลักสูตรที่เปิดสอนการทำแบบโมเดลในช่วงวันหยุด มีนักเรียนเข้าคิวเรียนจนถึงสิ้นปีเช่นเดียวกัน

เช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา ผมตามล่าหาความจริงด้วยการไปพบกับ ส.ท.พงศ์กาณฑ์ โกมลกนก (ลุงติ๊ก) อดีตพนักงานรักษาความปลอดภัยของแบงก์ชาติ ตัวจริงเสียงจริงของ “ลุงติ๊กสเกล” ถึงที่บ้านย่านบางใหญ่ สถานที่ทำโมเดลและเปิดหลักสูตรโมเดลจิ๋ว โดยที่ลุงติ๊กยืนรอรับอยู่ที่หน้าบ้านพร้อมเชื้อเชิญให้ไปนั่งคุยกันในห้องทำงานอย่างเป็นกันเอง ซึ่งปกติวันเสาร์-อาทิตย์จะไม่ว่างเพราะเปิดหลักสูตรสอน แต่ในสัปดาห์นี้ อยู่ระหว่างการขยายห้องให้รองรับนักเรียนที่เพิ่มมากขึ้น

ลุงติ๊กเริ่มเล่าด้วยน้ำตาคลอว่า เมื่อได้บรรจุเป็น “พนักงานรักษาความปลอดภัย” ที่แบงก์ชาติ ในปี 2534 ขณะอายุ 34 ปี หลังจากเป็นนายสิบรับราชการมา 9 ปี อนาคตของเขาและครอบครัวก็เริ่มสดใส เพราะการได้ทำงานที่แบงก์ชาติมีความมั่นคงแถมมีสวัสดิการที่ดี แม้ว่าจะต้องโยกย้ายงานจากสำนักงานใหญ่ ไปอยู่ที่ศูนย์จัดการธนบัตร ระยอง จนมาปฏิบัติงานที่สายออกบัตรธนาคาร ลุงติ๊กก็มีความสุขกับงานที่รับผิดชอบ แถมได้ทำงานที่ตัวเองรัก จากพื้นฐานการศึกษาจากวิทยาลัยเพาะช่าง สาขาประติมากรรมสากล ทั้งการจัดทำตราเครื่องแบบ การจัดทำบอร์ดขนาดใหญ่ไว้เพื่อให้ความรู้ทางการเงินกับเด็ก ๆ ไปจนถึงการเป็นจิตอาสาช่วยเหลือผู้เดือดร้อน

จากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่เมื่อปี 2554 ทั้ง ๆ ที่ลุงติ๊กว่ายน้ำไม่เป็นอย่างไรก็ตาม สิ่งที่ลุงติ๊กได้สะสมมาแบบไม่รู้ตัวคือ “หนี้” เริ่มต้นจากการกู้ยืมเงินสวัสดิการและสหกรณ์เพื่อซื้อบ้าน ซื้อรถ และต่อมาก็เป็นการกู้ยืมเพื่อมาซื้อของที่ไม่จำเป็น เช่น เปลี่ยนรถยนต์ไปตามแฟชั่น จนหนี้สินเริ่มเต็มเพดานเงินเดือน และต้องรอจนถึงวันเงินเดือนขึ้นตอนต้นปีเพื่อกู้ยืมเพิ่มเติม

จากเงินเดือนเรือนหมื่นมารับสุทธิเพียงหลักพัน ทำให้ต้องดิ้นรนไปกู้หนี้นอกระบบ และเมื่อมีปัญหาครอบครัวมาสมทบ ยิ่งทำให้ปัญหาหนี้สินล้นพ้นตัวจนไม่สามารถปลดหนี้ได้ มีเงินไม่พอใช้จ่ายเลี้ยงดูตนเองและลูก

จนมาถึงจุดที่ลุงติ๊กต้องกล้าเดิมพันชีวิตครั้งใหญ่ด้วยการตัดสินใจ “เกษียณก่อนกำหนด” ภายหลังทำงานมาเกือบ 30 ปีที่แบงก์ชาติในปี 2559 เพื่อนำเงินเก็บสะสมไปเคลียร์หนี้สินทั้งหมด โดยมีเงินเหลือสุทธิเพียง 1,500 บาท และยังไม่รู้ชะตากรรมข้างหน้า

ลุงติ๊กเล่าว่า เมื่อเกษียณใหม่ ๆ คิดไม่ตกว่าจะทำอาชีพเสริมอะไรเพื่อเลี้ยงดูครอบครัวที่มีกัน 3 ชีวิต คือ ตัวเอง ลูกชาย และลูกสะใภ้ และใช้ชีวิตในแต่ละวันด้วย การนั่งอยู่บนโซฟาดูโทรทัศน์อยู่หลายเดือนจนโซฟาฝั่งข้างที่นั่งถึงกับยุบตัว จนมาถึงวันหนึ่งตัดสินใจได้ว่า ต้องลุกขึ้นมาต่อสู้และเผชิญกับความเป็นจริงของชีวิต

ลุงติ๊กได้ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า “ตอนลาออกผมไม่กลัวนะ ไปตายเอาดาบหน้า หลายคนบอกว่าหนี้สิน ค่อยเคลียร์ก็ได้ผ่อนเอา แต่ผมอยากให้มันกลายเป็นศูนย์เลย ตัวเองไม่มีสักสลึงก็ไม่เป็นไร ไม่ยอมอดตายอยู่แล้ว ชีวิตเรามันเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ”1/

ลุงติ๊กและลูกชายเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการทำธุรกิจเลี้ยงกุ้ง เลี้ยงเต่า และเลี้ยงนก แต่ทำไปได้สักพักหนึ่งก็พบว่า ธุรกิจนี้เป็นไปตามกระแสไม่ยั่งยืน พอมานั่งคุยกับลูกชายที่สะสมพวกรถเหล็กและเห็นว่า มีกลุ่มคนสะสมที่จะหาฉากสวย ๆ ไปวางคู่กับรถ และน่าจะทำได้เพราะมีพื้นการเรียนด้านศิลปะ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการทำแบบโมเดลจิ๋ว “เอาน่ะ ลองดูสักตั้งแล้วกัน” ลุงติ๊กกล่าว

สองพ่อลูกเริ่มต้นด้วยการทดลอง ศึกษา และสอบถามกูรู จนกระทั่งสร้างผลงานชิ้นแรกสำเร็จ เป็นภาพฉากภูเขา โดยประมูลขายได้ในราคา 280 บาท ลุงติ๊กยอมรับว่าตื่นเต้นและดีใจมาก (จนถึงวันนี้ พยายามสืบหาผู้ครอบครองเพื่อจะขอซื้อกลับมาเป็นที่ระลึก) พร้อมพัฒนาฝีมือและสร้างสรรค์ผลงานอีก 4-5 ชิ้น ก่อนได้โอกาสแจ้งเกิดจากโมเดล “อนุสาวรีย์ วงเวียนบางแสน” ซึ่งมีผู้ติดต่อส่งรูปสถานที่ดังกล่าวมาให้จัดทำ โดยสนนราคา 3,000 บาท

โดยที่ลุงติ๊กไม่เคยไปแถววงเวียนบางแสนเลย จึงต้องใช้จินตนาการในการสร้าง พอทำเสร็จก็ไม่แน่ใจว่าลูกค้าจะชอบและเหมือนของจริงหรือไม่ พอลูกชายขับรถไปส่งโมเดลที่บางแสน พร้อมกับถ่ายรูปเปรียบเทียบโมเดลที่ทำกับสถานที่จริง ตนเองถึงกับอึ้งเพราะคล้ายคลึงกันมาก โดยเฉพาะปลาโลมาที่ตั้งอยู่ที่อนุสาวรีย์ “มันเป็นงานที่ใหญ่มาก สำหรับคนที่เพิ่งเข้าสู่วงการ รู้สึกกดดัน เพราะสิ่งที่กลัวที่สุดในการทำโมเดลคือจินตนาการของลูกค้าไม่ตรงกับจินตนาการของช่าง แต่พอทำออกมา แล้วได้เห็นของจริงก็อึ้ง เพราะมันเหมือนกันมาก ความมั่นใจผมกลับมาเลย ต่อไปนี้ผมไม่กลัวอีกแล้ว”2/

ลุงติ๊กเล่าเสริมว่า โชคดีที่ลูกชายและลูกสะใภ้เรียนจบด้านการตลาด และเต็มใจช่วยทำโมเดล ในส่วนที่สามารถทำได้ เริ่มต้นจากการตั้งชื่อกิจการว่า “ลุงติ๊กสเกล” เพื่อสะท้อนถึงความใกล้ชิดและสร้างความผูกพันกับลูกค้า พร้อม ๆ กับการทำ Facebook ส่วนตัวเพื่อเผยแพร่ผลงาน จากผู้ชมหลักร้อยมาจนปัจจุบันที่มีผู้เข้าชมกว่า 1 ล้านวิว และเมื่อข่าว M Thai News เสนอข่าวและมีบทสัมภาษณ์เป็นฉบับแรก เรื่องราวของ “ลุงติ๊กสเกล” จึงแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว

ปัจจุบัน ลุงติ๊กรับงานเข้ามาเยอะมากจนคิวไม่ว่างจนถึงสิ้นปี มีทั้งลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติ มีผลงานที่ออกมากว่าพันชิ้น รวมถึงมีการจัดหลักสูตรสอนกว่า 15 รุ่น และถูกจองคิวเต็มไปถึงรุ่นที่ 29 แล้ว ลุงติ๊กเป็นนักวางแผน บอกว่า ตอนเริ่มธุรกิจตั้งใจที่จะไม่เปิดตัวแรง เพียงเริ่มต้นด้วยการลงในโซเชียลมีเดีย พร้อมทำธุรกิจไปตามอัตภาพ โดยมีเครื่องมืออุปกรณ์ครบถ้วน (รวมทั้งเครื่องเลเซอร์ตัด board ราคากว่า 3 แสนบาท) และไม่คิดที่จะกู้หนี้ยืมสินมาขยายกิจการ

ทั้งนี้ ลุงติ๊กมีเป้าหมายที่จะเปิดสถานที่จัดแสดงโมเดลเพื่อเผยแพร่ผลงานที่แสดงให้เห็นถึงสภาพสังคมไทยในอดีตให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ พร้อมมีความใฝ่ฝันที่จะสอนการทำโมเดลจิ๋วให้คนต่างชาติ เพราะเห็นว่าที่ผ่านมา คนไทยมักจะต้องเป็นผู้เรียนรู้จากคนต่างชาติ

ท้ายสุด ลุงติ๊กได้ฝากเป็นข้อคิดว่า “ประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาได้สอนให้รู้ว่า เงินที่ได้มาง่าย กลับสร้างหนี้ได้แบบไม่ตั้งตัว เป็นตราบาปของชีวิตที่สร้างความทุกข์ให้กับตัวเราและครอบครัว และหากไม่โชคดี จะเป็นภาระเมื่อถึงเวลาเกษียณ มีเงินไม่เพียงพอที่จะดูแลตนเองและครอบครัวได้

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ความฝันต้องไม่มีวันสิ้นสุด จงกลับมาทำในสิ่งที่ตัวเองรัก ทำจริงได้จริง ทำเล่นได้เล่น”

หมายเหตุ -แหล่งที่มา:1/kaewta P อดีตรปภ.แบงก์ทำ”โมเดลสเกล” สร้างรายได้ครอบครัวเดือนละ 7หมื่น M Thai News 8 ม.ค.2019 https://news.mthai.com/economy-newws/occupation/699380.html 2/พัชรพล องค์สรณะคมกุล อดีตรปภ.แบงก์ชาติเดินตามฝันสู้นักทำโมเดลสเกล มือถมัง สร้างรายได้ 7 หลักต่อเดือน เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มติชน วันอังคารที่ 6 สิงหาคม /2562 https//www.sentangsedtee.com/careerchannel/article_122509

แท็กที่เกี่ยวข้อง

รณดล นุ่มนนท์