เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
จับตา ครม. ไฟเขียวดีลการเกษตรไทย-มาเลเซีย คลายเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
Politics จับตา ครม. ไฟเขียวดีลการเกษตรไทย-มาเลเซีย คลายเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
ผลตรวจน้องใหม่ มมส พบติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ 33% มหาสารคามเร่งคุมร้านส้มตำ
News ผลตรวจน้องใหม่ มมส พบติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ 33% มหาสารคามเร่งคุมร้านส้มตำ
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (7 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 0.71% อยู่ที่ 64,030 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (7 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 0.71% อยู่ที่ 64,030 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (7 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (7 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
พยากรณ์อากาศ (7 ก.ค.) เตือนเหนือ อีสาน ตะวันออก ฝนตกหนักบางแห่ง
News พยากรณ์อากาศ (7 ก.ค.) เตือนเหนือ อีสาน ตะวันออก ฝนตกหนักบางแห่ง
ตกขบวน AI แต่ไม่ร่วงตามขบวน
Finance ตกขบวน AI แต่ไม่ร่วงตามขบวน
ยศชนัน กางพิมพ์เขียว “เศรษฐกิจอวกาศ”ดันโมเดล PPP ท่าอวกาศยานไทย
Politics ยศชนัน กางพิมพ์เขียว “เศรษฐกิจอวกาศ”ดันโมเดล PPP ท่าอวกาศยานไทย
SONY กับอนาคตของ Blu- Ray
Tech SONY กับอนาคตของ Blu- Ray
อย.เตรียมปลดล็อก ‘ยาสีฟันฟลูออไรด์ 5,000 ppm’ ใช้ภายใต้คำแนะนำทันตแพทย์
News อย.เตรียมปลดล็อก ‘ยาสีฟันฟลูออไรด์ 5,000 ppm’ ใช้ภายใต้คำแนะนำทันตแพทย์
เพาเวอร์บาย เปิดสาขาใหม่ ‘เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์’ ชูค้าปลีกเทคโนโลยีเจาะ Gen Z
Biz Movement เพาเวอร์บาย เปิดสาขาใหม่ ‘เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์’ ชูค้าปลีกเทคโนโลยีเจาะ Gen Z
ดูทั้งหมด

อีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน

21 ก.ย. 2562 | 09:59น.

คอลัมน์ ช่วยกันคิด

โดย นิรัติศัย ทุมวงษา

สำนักวิจัย Krungthai Compass ธ.กรุงไทย

ด้วยการเติบโตที่รวดเร็วของตลาด e-Commerce ไทย ซึ่งวัดจากข้อมูลมูลค่า e-Commerce ล่าสุดเมื่อปี 2561 (เฉพาะ B2B และ B2C) อยู่ที่ 2.6 ล้านล้านบาท ขยายตัวจากปี 2557 ถึง 56.6% และมีแนวโน้มจะเติบโตต่อเนื่องในระยะข้างหน้า ดึงดูดให้ผู้ประกอบการ e-Marketplace ยักษ์ใหญ่เข้ามาเพื่อแย่งชิงพื้นที่ในตลาดที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ

ที่สำคัญ e-Marketplace เหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงช่องทางให้ผู้ประกอบการสามารถขายสินค้าไปยังจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นช่องทางที่ช่วยให้เข้าถึงตลาดต่างประเทศได้ง่ายขึ้นด้วย โดยเฉพาะตลาด Cross Border e-Commerce ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในต่างประเทศ

อะไรคือ Cross Border e-Commerce

“Cross Border e-Commerce” หรือพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน เป็นโมเดลของการทำธุรกรรมการค้าข้ามประเทศผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งส่วนมากแพร่หลายในประเทศที่ผู้บริโภคนิยมซื้อสินค้าจากต่างประเทศ เช่น ในอาเซียน และจีน

ทั้งนี้ การสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์ข้ามประเทศตามปกติมีข้อจำกัดเรื่องค่าขนส่งที่สูง และระยะเวลาการจัดส่งช้า แต่โมเดล Cross Border e-Commerce เป็นการพัฒนาคลังสินค้าและโลจิสติกส์ครบวงจรประกอบกันเพื่อสต๊อกสินค้าจากต่างประเทศโดยเฉพาะ โดยภาครัฐในบางประเทศให้การสนับสนุนตั้งพื้นที่คลังสินค้า ซึ่งมีข้อดีตรงที่สามารถกระจายสินค้าในประเทศได้ทันทีเมื่อมีคำสั่งซื้อและค่าขนส่งลดลง

เนื่องจากในกรณีที่ต้องการสินค้าไวก็ไม่จำเป็นต้องใช้บริการขนส่งทางอากาศซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง นอกจากนี้ ในบางประเทศ เช่น จีน มีการใช้พื้นที่คลังสินค้าเดียวกันนี้ เพื่อสต๊อกสินค้าอีกส่วนหนึ่งที่ต้องส่งออกไปยังต่างประเทศตามคำสั่งซื้อสินค้าที่เป็น Cross Border e-Commerce จากต่างประเทศเช่นกัน

แล้วการขยายตลาดไปต่างประเทศ น่าสนใจอย่างไร

การแข่งขันที่รุนแรงในตลาด e-Commerce ในประเทศในปัจจุบัน ทำให้บรรดาผู้ประกอบการต่าง ๆ ต้องจัดให้มีโปรโมชั่น ทั้งการลด แลก แจก แถม เพื่อแย่งชิงลูกค้า และยังต้องเผชิญการแข่งขันด้านราคาจากสินค้าจีน ทำให้ผู้ประกอบการไทยขายได้ยากขึ้น ดังนั้น การขยายตลาดไปยังต่างประเทศจึงเป็นทางออกที่น่าสนใจ ซึ่งที่ผ่านมาก็พบว่าผู้ประกอบการไทยขายสินค้าไปยังตลาดต่างประเทศมากขึ้น

จากข้อมูลของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ที่ระบุว่า สัดส่วนมูลค่า e-Commerce ที่ส่งไปต่างประเทศในปี 2560 อยู่ที่ 23.1% เพิ่มมากจาก 7.7% ในปี 2558 ซึ่งรูปแบบการทำตลาดในต่างประเทศของผู้ประกอบการไทยที่ผ่านมา มีทั้งแบบออนไลน์ โดยโฆษณาสินค้าผ่านทางเว็บไซต์ หรือ social media ต่าง ๆ เช่น Facebook และแบบออฟไลน์ โดยเข้าไปตั้งร้านและทำกิจกรรมส่งเสริมการขายในต่างประเทศ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใดก็จำเป็นต้องมีพันธมิตรธุรกิจในท้องถิ่น เช่น บริษัทโลจิสติกส์

ขณะที่หน่วยงานภาครัฐของไทยก็เห็นความสำคัญของช่องทางดังกล่าว จึงมีการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการ SMEs ไทย ทำการค้า Cross Border e-Commerce กับจีน ซึ่งเริ่มต้นจากการเซ็น MOU กับ JD Central เมื่อปี 2561 ที่ผ่านมา

ปัจจุบันการขยายตลาดต่างประเทศจึงเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น หลังการเกิดขึ้นของแพลตฟอร์ม e-Marketplace ซึ่งเป็นธุรกิจที่เป็นศูนย์รวมของร้านค้าทั่วโลก ที่ให้บริการครบวงจรตั้งแต่การโฆษณาสินค้าจนถึงระบบโลจิสติกส์ข้ามประเทศ ซึ่งช่วยแก้ไข pain point ของผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่ต้องการขยายตลาดการค้าออนไลน์ในต่างประเทศได้

อีกทั้งในบางประเทศ เช่น จีน สามารถทำการค้าออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์ม social commerce หรือสื่อสังคมออนไลน์ เช่น Wechat ที่ได้พัฒนาฟีเจอร์เพื่อรองรับกิจกรรมการค้าออนไลน์ได้อีกช่องทางหนึ่ง  ทั้งนี้ ETDA ได้แนะนำ 4 ประเทศที่มีศักยภาพ สำหรับให้ผู้ประกอบการไทยขยายตลาดการค้าออนไลน์ผ่าน Cross Border e-Commerce ได้แก่ จีน เวียดนาม อินเดีย และอินโดนีเซีย

อย่างไรก็ดี นอกเหนือจากการขยายตัวของตลาด Cross Border e-Commerce ในต่างประเทศแล้ว ผู้ประกอบการยังควรคำนึงถึงอัตราภาษีและกฎระเบียบการลงทุนเพื่อประกอบการพิจารณาร่วมด้วย เนื่องจากจะส่งผลต่ออัตรากำไรและความยากง่ายในการทำธุรกิจแต่ละประเทศ ยกตัวอย่าง เช่น ในเวียดนาม แม้ว่ามูลค่าการค้า e-Commerce โดยรวมจะเติบโตในอัตรา 12% ต่อปี อีกทั้งชาวเวียดนามยังนิยมซื้อสินค้าไทย เช่น ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง และสินค้าที่เกี่ยวกับเด็ก

แต่เมื่อเดือนมิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา ทางการเวียดนามเพิ่งผ่านความเห็นชอบกฎหมายใหม่ในการเก็บภาษีธุรกิจ e-Commerce จากต่างชาติ ที่ไม่มีถิ่นที่อยู่หรือสถานประกอบการในเวียดนามซึ่งจะมีผลใช้บังคับอย่างเป็นทางการประมาณกลางปี 2563 เพื่อให้ต้นทุนด้านภาษีของธุรกิจ e-Commerce จากต่างประเทศเท่าเทียมกับธุรกิจ e-Commerce ที่ตั้งอยู่ในประเทศเวียดนาม เป็นต้น

Cross Border e-Commerce ในจีนเป็นอย่างไร

จากงานศึกษาของ Azoya เรื่อง Understand Your Chinese Customers พบว่า มูลค่า Cross Border e-Commerce ในจีนขยายตัวเฉลี่ยถึง 25% ต่อปี ในช่วงปี 2557-2561 เนื่องจากพฤติกรรมของคนจีนที่นิยมซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้หญิงและกลุ่มวัยทำงานที่มีอายุในช่วง 25-34 ปี

นอกจากนี้ การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของจีน ซึ่งสะท้อนได้จากจำนวนคนจีนที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป มีมากที่สุดในโลกถึง 156 ล้านคน ทำให้เกิดความต้องการผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสุขภาพ และมีแนวโน้มที่จะซื้อของออนไลน์มากขึ้น เนื่องจากผู้สูงอายุของจีนในปี 2561 สามารถเข้าถึงระบบอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นเป็น 6.6% จากปี 2557 ที่มีสัดส่วนเพียง 2.4% ของประชากรจีนทั้งประเทศ

ปัจจัยสนับสนุนหนึ่งที่ทำให้ Cross Border e-Commerce ได้รับความนิยมอย่างมากในจีน คือ การที่ทางการจีนมีนโยบายสนับสนุน Cross Border e-Commerce ซึ่งปัจจุบันมีการกำหนดพื้นที่สำหรับตั้งคลังสินค้าถึง 47 เมืองแล้ว จากแรกเริ่มในปี 2558 ที่มีเพียงเมืองเดียว โดยมีเป้าหมายเพื่อกระจายสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศได้ภายใน 4-7 วัน เทียบกับการซื้อสินค้าออนไลน์ตามปกติจะใช้เวลามากกว่า 15 วัน

โดยสินค้าที่อยู่ในแพลตฟอร์ม Cross Border e-Commerce จะได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีศุลกากร ซึ่งแตกต่างจากการนำเข้าปกติที่ต้องเสียภาษีศุลกากร โดยชาวจีนนิยมซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มของรายใหญ่ที่เราคุ้นหูกันดี เช่น Tmall Global ของ Alibaba Group และ JD Worldwide ของ JD.com เป็นต้น

ขณะที่ผู้บริโภคในจีนจะมีโควตาในการซื้อสินค้าออนไลน์ในแพลตฟอร์มนี้ ซึ่งจะได้รับการยกเว้นภาษีอยู่ที่ 5,000 หยวน/ครั้ง และไม่เกิน 26,000 หยวน/ปี นับเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้โมเดล Cross Border e-Commerce ได้รับความนิยมอย่างสูงในจีน

สินค้าไทยจะรุกตลาดจีนได้อย่างไร

การตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภคชาวจีนในปัจจุบันคำนึงถึงคุณภาพมากขึ้น ขณะที่สินค้าที่ผลิตในจีนกลับเป็นแบบ mass production เกือบ 70% จึงเป็นโอกาสแก่กลุ่มสินค้าไทยที่มีคุณภาพ หรือกลุ่ม niche market ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับนโยบาย Cross Border e-Commerce ของทางการจีน ที่ต้องการสนับสนุนการนำเข้าสินค้าที่มีคุณภาพเพื่อป้อนตลาดในประเทศ

ดังนั้น การทำการค้าในแพลตฟอร์ต e-Marketplace รายใหญ่ของจีน เช่น Tmall และ JD จึงเป็นช่องทางที่สามารถทำให้ผู้บริโภคชาวจีนรู้จักสินค้าของผู้ประกอบการไทยได้ง่ายและเร็วที่สุด อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการจะต้องรู้เงื่อนไขของแพลตฟอร์ม e-Marketplace ของแต่ละรายก่อน เช่น Tmall เหมาะสำหรับบริษัทจดทะเบียน ส่วน JD กำหนดให้ผู้ขายต้องเป็นผู้ผลิต เป็นต้น

สำหรับสินค้าไทยที่มีโอกาสในการทำตลาด Cross Border e-Commerce ในจีน เมื่อพิจารณาจากข้อมูลของ AliResearch พบว่า สินค้า 5 อันดับแรก ซึ่งคิดเป็น 60% ของกลุ่มสินค้า Cross Border e-Commerce ในจีน ได้แก่ เครื่องสำอาง สินค้าเด็ก อาหารสุขภาพ เสื้อผ้า/รองเท้า และสินค้าดิจิทัล

นอกจากนี้ เมื่อประเมินร่วมกับเทรนด์ของกลุ่มผู้บริโภคจีน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้หญิงวัยทำงาน กลุ่มคนรักสุขภาพ และกลุ่มผู้สูงอายุ จึงเป็นโอกาสของผู้ผลิตสินค้าในกลุ่มเครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ผลไม้แปรรูป เช่น มะม่วงอบแห้ง ทุเรียนอบกรอบ และผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ เป็นต้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ETDA