เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กดปุ่ม gamescom asia 2026 ตั้งเป้าดันผู้สร้างเกมไทย ระดมทุนทะลุ 1.2พันล้านบาท
Tech กดปุ่ม gamescom asia 2026 ตั้งเป้าดันผู้สร้างเกมไทย ระดมทุนทะลุ 1.2พันล้านบาท
ธปท. จ่อออกประกาศคุมซื้อทองเงินสด 10 ล้าน เล็งสกัดเงินเทาซื้อวิลล่าหรู
Finance ธปท. จ่อออกประกาศคุมซื้อทองเงินสด 10 ล้าน เล็งสกัดเงินเทาซื้อวิลล่าหรู
ในหลวง พระราชินี ทรงเปิดสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงเปิดสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์
ฮ่องกงเปิดทดลอง นั่งรถไร้คนขับฟรี
Automotive ฮ่องกงเปิดทดลอง นั่งรถไร้คนขับฟรี
‘ดร.สุภชัย-อลงกต’ เปิดตัว ‘Meditation as Living Practice’ พัฒนาจิตใจ สู่การเปลี่ยนแปลงสังคม
Biz Movement ‘ดร.สุภชัย-อลงกต’ เปิดตัว ‘Meditation as Living Practice’ พัฒนาจิตใจ สู่การเปลี่ยนแปลงสังคม
ดร.กอบศักดิ์ ชี้ Q4 เสี่ยงตะวันออกกลาง ต้องเร่งลงทุนใหม่ พลิกเศรษฐกิจ
Economic ดร.กอบศักดิ์ ชี้ Q4 เสี่ยงตะวันออกกลาง ต้องเร่งลงทุนใหม่ พลิกเศรษฐกิจ
‘ท่าช้าง’ แตกไลน์ธุรกิจร้านอาหาร ‘คชา บาร์’ ปักหมุดย่านเก่าเจริญเมือง
เศรษฐกิจภูมิภาค ‘ท่าช้าง’ แตกไลน์ธุรกิจร้านอาหาร ‘คชา บาร์’ ปักหมุดย่านเก่าเจริญเมือง
ตลท.ย้ำคดีฟอกเงินโยงหุ้น ไม่กระทบธุรกิจ บจ. ชี้รัฐเอาจริงสกัดทุนเทา
Finance ตลท.ย้ำคดีฟอกเงินโยงหุ้น ไม่กระทบธุรกิจ บจ. ชี้รัฐเอาจริงสกัดทุนเทา
MC ผู้ถือหุ้นไฟเขียวจ่ายปันผลปี’69 รวม 0.88 บาทต่อหุ้น ขึ้น XD 5 พ.ย. นี้
Finance MC ผู้ถือหุ้นไฟเขียวจ่ายปันผลปี’69 รวม 0.88 บาทต่อหุ้น ขึ้น XD 5 พ.ย. นี้
CG เปิดตัว ‘ภูริตา ภูเก็ต บางเทา’ ตั้งเป้ายอดขาย VIP ทะลุ 30% ‘วิลล่า’ ราคาพุ่ง 100 ล้าน
Real Estate CG เปิดตัว ‘ภูริตา ภูเก็ต บางเทา’ ตั้งเป้ายอดขาย VIP ทะลุ 30% ‘วิลล่า’ ราคาพุ่ง 100 ล้าน
ดูทั้งหมด

วิสัยทัศน์ ทางการศึกษาของเจ้าสัว

12 ม.ค. 2563 | 15:19น.

คอลัมม์ คนเดินตรอก โดย ดร.วีรพงษ์ รามางกูร

ได้อ่านวิสัยทัศน์ย่อ ๆ ของเจ้าสัวท่านหนึ่งที่ไปแสดงที่เวทีสำหรับการศึกษาของโลกที่ปารีส การศึกษาควรจะเป็นแค่การสร้างคนเอาไว้ให้นายทุนเอาไว้ใช้งานเท่านั้น ดังนั้น อย่าได้เสียเวลาเรียนในโรงเรียน วิทยาลัย และมหาวิทยาลัย ให้เสียเวลานาน ๆ เลย มหาวิทยาลัยที่แท้จริง คือ สังคม ลดเวลาการเรียนในโรงเรียนลง เป็นชั้นประถมแทนที่จะเรียน 6 ปี

เรียนทางอ่านออกเขียนได้บวกลบคูณหารเป็นก็พอแล้ว ที่เหลือเชื่อก็คือ ไม่มีสื่อกระแสหลักช่องใด หรือฉบับใด วิพากษ์วิจารณ์เจ้าสัวคนนี้เลย

ความเห็นเช่นนี้เป็นความเห็นของคนรวยที่เมืองไทยอันเป็นสังคมที่ยกย่อง “คนรวย” ทางทรัพย์สิน ต่างจากสังคมในยุโรป หรือแม้แต่สังคมจีน ที่ยกย่อง “คนรวย” ทางปัญญา มากกว่าสังคมอินเดีย ชาวฮินดูที่เหนือชั้นวรรณะ พ่อค้าถูกให้สังกัดวรรณะแพศย์ รองลงมาจากวรรณะกษัตริย์ หรือนักปราชญ์ นักรบ วรรณะพราหมณ์ นักปราชญ์ ราชบัณฑิต นักคิด ที่แปลกก็คือคำว่า แพศยา กลับแปลว่า โสเภณี หรือคนสำส่อนมากชู้หลายผัว แพศยาเป็นคำนามเพศหญิง ส่วนแพศย์เป็นคำนามเพศชาย ความคิดความเห็นของคนในวรรณะนี้จึงไม่มีอะไรมากไปกว่าความคิดที่จะหาเงินเท่านั้น

การพัฒนาคนนั้นมีความหมายมากกว่าการให้การศึกษาเพียงเพื่อให้เป็นเหมือนวัตถุดิบ หรือเครื่องมือเครื่องจักรในวงจรการผลิตเหมือนสิ่งมีชีวิตอย่างอื่น เช่น ช้าง ม้า วัว ควาย โค กระบือ ล่อ ลา

ซึ่งมนุษย์ที่เป็นเจ้าของซื้อหรือสร้างขึ้นมา เพื่อใช้งานในการผลิตสิ่งของหรือผลิตของอย่างอื่น แต่มนุษย์นั้นไม่ใช่สิ่งมีชีวิตประเภทนั้น แต่มนุษย์เป็นผู้มีจรรยา เป็นผู้สร้างสังคม เรียนรู้จากสังคมและนำสังคมไปข้างหน้า

เจ้าสัวเองก็เป็นคนหรือมนุษย์คนหนึ่ง แต่เป็นคนโชคดี ร่ำรวยจากการใช้แรงงาน และสามารถสะสมแรงงานผู้อื่นไว้เป็นความมั่งคั่งและเป็นทุนสำหรับจะผลิตต่อไป ผู้คนในสังคมไทยยกย่องเพราะร่ำรวยมีทุนรอนลงทุนสร้างงานให้ผู้อื่น

น่ายกย่องในความฉลาดในการทำมาหากิน ทำกำไรจนคนอื่นแข่งขันด้วยไม่ได้ เพราะเจ้าสัวมีเครือข่ายการตลาด และที่ตั้งของร้านรวงที่สะดวกในการไปมาหาซื้อ ขณะเดียวกันก็ได้เปรียบเพราะสามารถผลิตได้ทีละมาก ๆ แล้วนำออกมาขายในร้านค้าย่อยสะดวกซื้อ ซึ่งชาวบ้านขนาดกลางและขนาดย่อยทำสู้ไม่ได้ กลายเป็น “ปลาเล็ก” เป็นเหยื่อของ “ปลาใหญ่”

แต่การศึกษานั้นมีจุดมุ่งหมายสูงส่งกว่าการฝึกฝนให้เอาไว้ใช้งานแบบฝึกช้าง ม้า วัว ควาย โค กระบือ ล่อ ลา ที่เขาฝึกไว้ใช้งานโดยไม่ต้องใช้สมองมากนัก แต่การฝึกมนุษย์ให้เป็นคน ให้เป็นอัจฉริยะ ให้คิดเองเป็น เป็นคนที่สร้างสมโลกทั้งที่จับต้องได้อย่างที่เจ้าสัวทำอยู่ และได้รับการยกย่องอยู่ในขณะนี้ และกับสิ่งที่จับต้องไม่ได้ เช่น การเป็นผู้นำทางด้านศิลปวัฒนธรรม คุณธรรม และจริยธรรม รวมทั้งคุณค่า หรือ value อันดีงามของสังคม ซึ่งเจ้าสัวยังไม่ได้ทำหรือทำก็น้อย นอกจากฮวงซุ้ยหินอ่อนจากอิตาลีอันสวยงามเมื่อปิดลงแล้วก็ไม่มีใครเห็น แม้แต่เจ้าสัวเองก็ไม่แน่ใจนักว่าจะได้เห็น จะได้ชื่นชมในสังคมหลักย่อมมีผู้คนหลายชั้นหลายวรรณะอย่างที่อินเดียโบราณแบ่งไว้ก็ไม่แปลก แต่ที่แปลกก็คือ ผู้คนในสังคมไทยนั้นเปิดโอกาส สามารถเปลี่ยนชั้นวรรณะได้ บรรพบุรุษของเฮียมาเมืองไทยด้วยเสื่อผืนหมอนใบจาก

ดินแดนที่แห้งแล้งจากตำบลโผเล้ง หรือเตียเอี้ย หรือซัวเถา หรือซัวม้วย ในจังหวัดแต้จิ๋ว มณฑลกวางตุ้ง ด้วยความประหยัดมัธยัสถ์ ขยันขันแข็ง แม้การศึกษาจะไม่เท่าไหร่ก็ไม่เป็นไร เพราะสมัยนั้นการแข่งขันก็ยังไม่สูง โอกาสทางการเมืองก็ยังไม่เปิดสำหรับคนไทยเชื้อสายจีน ประกอบกับคนไทยถ้าไม่เป็นขุนนางมีการศึกษาก็เป็นไพร่ ทำไร่ทำนา ศึกษาแต่ภาคบังคับประถมปีที่ 4 จบออกมาแล้วไม่ฝึกก็ลืมอ่านเขียนหนังสือ เพราะไม่มีหนังสือจะอ่านมีคำพังเพยดูถูกพ่อค้าว่า “สิบพ่อค้าไม่เท่าพระยาเลี้ยง” คนไทยหยิ่งจองหอง

ขายอาหารจานร้อนเหมือนกันถูกลูกค้าด่าทอว่า “เฮ้ย กินวันนี้นะ ไม่ใช่พรุ่งนี้” พ่อค้าแม่ค้าไทยจะตอบว่า “อยากเร็วก็ไปกินร้านอื่นซิ ร้านนี้ช้าอย่างนี้แหละ” ถ้าเป็นร้านพ่อค้าแม่ค้าจีน ทั้ง ๆ ที่มือระวิงมิได้หยุด ก็จะตอบว่า “จ้ะ ๆ เสร็จแล้วจ้า ได้เดี๋ยวนี้จ้า” ต่อไปลูกค้าจะเข้าร้านไหนความซื่อสัตย์สุจริต การรักษาชื่อแซ่ ยี่ห้อ การรวมเข้าเป็นพวกช่วยเหลือซึ่งกันและกันในฐานะคนต่างด้าวด้วยกัน ถูกกีดกันทำการเกษตรก็ไม่ได้ เคยถูกรัฐบาลเผด็จการก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เข้าร่วมสงครามกับญี่ปุ่นและเยอรมันว่าเป็น “ยิวแห่งบูรพาทิศ” เศรษฐกิจไทยทั้งในกรุงเทพฯและหัวเมืองจึงตกอยู่ในมือของคนจีนเกือบทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิจการที่ต้องรับสัมปทานจากรัฐ หรือได้รับนิติกรสิทธิสามารถผูกขาดโดยการซื้อนิติกรสิทธิในการผลิตก่อนที่จะหมดอายุก็สามารถตั้งตัวได้ เพราะมีช่วงระยะเวลาของการผูกขาด

วิสัยทัศน์และคุณค่าของชีวิตของคนเหล่านี้จึงเป็นไปในสิ่งที่ตนประสบความสำเร็จ คือการแสวงหา “ค่าเช่าทางเศรษฐกิจ” หรือ economic rent ไม่มีอะไรเกินกว่านั้น ชนชั้นคนเท่านั้นที่

เป็นคน ส่วนมนุษย์ทั่วไปเป็นเพียงเครื่องมือในการผลิต จึงไม่จำเป็นต้องมีการศึกษา ไม่ควรอยู่ในโรงเรียนนาน เสียเวลา ออกมาทำงานหาเงินกับนายทุนดีกว่า แต่งงานเร็ว ๆ มีลูกเร็ว ๆ เพื่อผลิตมนุษย์ออกมาทำงานให้คนดีกว่า ไม่จำเป็นต้องเป็นคนอารยะ ผลิตศิลปวัฒนธรรม อยู่ดีกินดี อ่านออกเขียนได้ บวกลบคูณหารได้ มีเงินใช้ไปวัน ๆ ก็พอแล้ว เสียเวลาศึกษาอยู่ในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยก็พอแล้ว เรียนเป็นด็อกเตอร์ ดุษฎีบัณฑิต ในที่สุดก็กลับมาเป็นลูกน้องคนจบเพียง ป.4 เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา เลี้ยงกุ้งส่งออก ก็เท่านั้นเอง

ไม่มีอะไรมาก การศึกษาก่อนมหาวิทยาลัย 12 ปี มหาวิทยาลัยอีก 4 ปี ก็ไม่มีประโยชน์ เรียนประถมศึกษา 2 ปี มัธยมศึกษา 2-4 ปี มหาวิทยาลัย 2 ปี หรือไม่ต้องเรียนก็พอแล้ว จะได้รวยเหมือนเจ้าสัว เป็นปัญญาชนไปทำไมไม่จำเป็น ไม่ได้ผลิตอะไร สร้างอะไรให้สังคม ตำรับตำรา วรรณคดี หนังสือประวัติศาสตร์ เผาทิ้งเสียให้หมด เอาไว้แต่คู่มือการเพาะปลูก เลี้ยงไก่ เลี้ยงหมู เลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปลา เลี้ยงนกกระทา นกพิราบ คู่มือในการทำงานในโรงงาน เท่านั้นก็พอแล้ว ช่างเป็นวิสัยทัศน์ที่ยาวไกลจริง ๆ แต่ไม่รับรองว่าเมื่อทุกคนทำเช่นนี้แล้วจะได้เป็นเจ้าสัวหรือไม่สักกี่คน คนรวยพูดอะไรก็น่ารักเสียหมด พูดอะไรก็ถูกเสียหมด เสียอย่างเดียวพูดไม่ชัดเท่านั้นเอง

ทฤษฎี 2 สูง ก็เคยเสนอมาแล้วว่า ถ้าอยากให้ประเทศไทยเจริญก้าวหน้าแบบอเมริกา หรือยุโรป ต้องให้ราคาสินค้าทุกชนิดมีราคาสูง ขณะเดียวกันก็ต้องจ่ายค่าจ้างแรงงานให้สูง ค่าจ้างแรงงานต้องสูงกว่าที่เป็นอยู่ปัจจุบัน 10 เท่า ขณะเดียวกันก็ให้ราคาอาหาร เครื่องนุ่งห่ม เครื่องใช้ไม้สอยต่าง ๆ มีราคาสูงขึ้น 10 เท่าด้วย ประเทศไทยก็จะเป็นประเทศที่เจริญ เพียงแต่ไม่ได้บอกว่าควรทำอย่างไร

ถ้าจะให้ตรงใจเจ้าสัวก็มี 2 วิธี

วิธีที่ 1 ก็คือ เร่งพัฒนาประเทศให้เจริญมั่นคงขึ้น จนผลผลิตต่อหัวเทียบเท่ากับยุโรป และอเมริกา ซึ่งไม่ง่าย ต้องใช้เวลาแข่งกับเขาเป็น 100 ปี ก็ไม่แน่ใจว่าจะทันเขาหรือเปล่า วิธีที่ 2 ก็คือ พิมพ์เงินออกมาใช้มาก ๆ จนเกิดภาวะเงินเฟ้อ ราคาข้าวของและค่าแรงก็คงจะเพิ่ม 10 เท่าได้ ไม่แน่ใจว่าเจ้าสัวท่านจะแบบไหน สำหรับทฤษฎี 2 สูงของท่าน คนไทยทุกคนเงียบหมด ไม่รู้ว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย

อีกทฤษฎีหนึ่งเสนอให้เกาะภูเก็ตเป็นเขตปลอดภาษี หรือเป็น free port แบบฮ่องกง หรือสิงคโปร์ ลดภาษีลงเพื่อรับนักท่องเที่ยวและการลงทุนแข่งกับฮ่องกง และสิงคโปร์ ลืมนึกไปว่า เรามีขบวนการแบ่งแยกดินแดนที่สร้างปัญหาให้กับฝ่ายความมั่นคงอยู่แล้ว จะมีเขตเศรษฐกิจพิเศษภูเก็ต หรือสมุยขึ้นมาอีก ให้มีปัญหาเพิ่มขึ้นไปอีก เงินที่ได้จากนักท่องเที่ยว ไม่แน่ว่าจะพอให้กับฝ่ายความมั่นคง เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือไม่

ความจริง ฟังข้อเสนอทฤษฎี 2 สูงบ้าง ทฤษฎีการศึกษาบ้าง ข้อเสนอทำให้ภูเก็ตเป็นฮ่องกง สิงคโปร์บ้าง ไม่ต้องคิดอะไรก็เพลินดี ไม่มีอะไรเสียหาย ไม่ต้องโต้ตอบและไม่ต้องทำตาม คนไทยจะได้ไม่เป็นแต่เพียงมนุษย์ที่เป็นปัจจัยการผลิตเท่านั้นแต่เป็นคนด้วย