แลหลังคำเขมร-ไทย
คอลัมน์ Matichon Book Club
โดย สาโรจน์ มณีรัตน์
ต้องบอกว่า หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับผู้ชื่นชอบภาษาศาสตร์เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะภาษาเขมร และคำยืมภาษาเขมรในภาษาไทย ทั้งนั้นเพราะลักษณะเฉพาะของคำมีความแตกต่างจากคำยืมภาษาอื่น ๆ เนื่องจากคำยืมภาษาเขมรส่วนใหญ่เป็นภาษาเขมรโบราณ
โดยใช้กันส่วนใหญ่แถบลุ่มน้ำเจ้าพระยามาตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 เนื่องจากมีการค้นพบในศิลาจารึกเขมรสมัยพระนคร และสมัยหลังพระนครมากกว่าอักขรวิธีของภาษาเขมรในปัจจุบัน
ชักเริ่มสนใจแล้วใช่ไหมครับ ?
ถ้าสนใจลองไปหาหนังสือเล่มนี้มาอ่าน “แลหลังคำเขมร-ไทย” ที่มี “รศ.ดร.ศานติ ภักดีคำ” เป็นผู้เขียน
ในคำนำหนังสือมีความท่อนหนึ่งบอกว่า อย่างไรก็ตาม การศึกษาวิเคราะห์เกี่ยวกับที่มาที่ไปของคำยืมภาษาเขมรในภาษาไทยยังมีไม่มากนัก และส่วนใหญ่จะเป็นการศึกษาวิเคราะห์จากภาษาเขมรปัจจุบันเป็นหลัก
ไม่ได้มีการศึกษาเปรียบเทียบกับภาษาเขมรโบราณ
แต่กระนั้น เมื่อลงรายละเอียดในแต่ละบทที่ “รศ.ดร.ศานติ” เรียบเรียงมาก็จะเห็นว่าเนื้อหาแต่ละบทต่างมีความน่าสนใจแตกต่างกัน ตั้งแต่การใช้ภาษาเขมรโบราณในดินแดนไทย, ความสัมพันธ์เขมรโบราณกับสุโขทัยและอยุธยา : ที่มาของคำยืมภาษาเขมรในภาษาไทย, เขมร และขอม สู่การรับรู้ของไทย, พระนามกษัตริย์เขมรโบราณในพระนามกษัตริย์ไทย, จากยศตำแหน่งเขมรโบราณสู่ยศตำแหน่งขุนนางไทย, ศัพท์ศาสนาที่มาจากภาษาเขมรโบราณ, ศัพท์เล็กเกร็ดน้อยจากภาษาเขมรโบราณ และอื่น ๆ
ทุกเรื่องล้วนน่าสนใจทั้งสิ้น
นอกจากนั้น” รศ.ดร.ศานติ” ยังหยิบคำยืมภาษาเขมรจากพจนานุกรมคำยืมภาษาเขมรในภาษาไทยมาเล่าประกอบกันด้วย ทั้งนั้นเพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจอย่างง่าย ๆ อาทิ คำว่าเดียง ที่แปลว่า รู้ แต่พอมาเป็นเผดียง แปลว่า บอกให้รู้ หรือคำว่าบวช กับคำว่า บวส (ซึ่งเป็นคำเขมรโบราณ) ฯลฯ
ลองไปหาอ่านดูนะครับ…รับรองคุณจะต้องชื่นชอบอย่างแน่นอน