โควิด-19 ไวรัสหยุดโลก (จบ)
คอลัมน์ ช่วยกันคิด
โดย ดร.อนันตโชค โอแสงธรรมนนท์ ดร.นพ.วรสิทธิ์ ศรศรีวิชัย
เนื่องจากคนเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในด้านการระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 จึงไม่น่าแปลกใจว่า มาตรการของแต่ละประเทศในการรับมือการระบาดของโรคจึงเป็นมาตรการการหยุดคนตามลำดับขั้น เริ่มจากจำกัดการเดินทางของคนป่วยก่อนให้การแพร่กระจายเชื้อน้อยลง ส่วนคนทั่วไปให้การหลีกเลี่ยงเดินทางไปสถานที่มีคนแออัดหากเลี่ยงไม่ได้ให้สวมหน้ากากอนามัยล้างมือบ่อย ๆ ไม่จับปาก จมูก ตา รับประทานอาหารร้อนที่ปรุงสุกใหม่ ๆ ป้องกันความเสี่ยงติดเชื้อ
การกักตัวดูอาการอย่างน้อย 14 วัน สำหรับบุคคลที่มีความเสี่ยงติดเชื้อแล้วเป็นเรื่องจำเป็น เนื่องจากยังไม่มีวิธีการคัดกรองผู้ติดเชื้อในระยะฟักตัวที่มีประสิทธิภาพ การงดการเดินทางไปและห้ามคนจากประเทศเสี่ยงสูงเดินทางเข้ามาในประเทศก็เพื่อป้องกันการติดเชื้อจากนอกประเทศ ไปจนถึงขั้นสูงสุดคือปิดเมืองปิดประเทศ ให้ทุกคนหยุดงาน หยุดเรียน กักตัวอยู่ในบ้าน ลดการสัมผัสรับเชื้อจากผู้อื่น ถึงที่สุดแล้วมาตรการทุกอย่างนี้ล้วนเป็นความพยายามต่อสู้กับเชื้อไวรัสลดความสูญเสียและชะลอเวลาจนกว่าที่วัคซีนป้องกันและยารักษาโรคโควิด-19 จะพร้อม
หยุด โควิด-19 โลกหยุดแค่บางส่วน
ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่สำคัญจะเกิดจากมาตรการหยุดคนเป็นหลัก และจะตามมาด้วยผลกระทบจากผู้ป่วยและค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ซึ่งจะมีผลต่อเนื่องไปยังอนาคต ธุรกิจและอุตสาหกรรมสาขาที่จะได้รับผลกระทบจากมาตรการหยุดคนมากที่สุดจะเริ่มจากภาคบริการก่อน คือ สาขาที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวจากต่างประเทศ เช่น ธุรกิจการบินทั้งสายการบินสนามบิน และบริการที่เกี่ยวข้อง โรงแรม ภัตตาคาร สถานที่ท่องเที่ยว และร้านค้าของที่ระลึก สาขาที่เกี่ยวข้องกับมาตรการการหลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีผู้คนแออัดหนาแน่น เช่น ห้างสรรพสินค้า โรงภาพยนตร์ การแสดงดนตรี การแข่งกีฬา และการคมนาคมขนส่งทั้งในและระหว่างประเทศ
ถ้ามีการหยุดงานหรือหยุดเรียนอยู่ที่บ้านเพื่อเฝ้าระวังหรือกักกันโรคในวงกว้าง จนทำให้ธุรกิจต้องหยุดชะงักตามไปด้วย จะส่งผลกระทบต่อการผลิตและขนส่งสินค้าทำให้เกิดการหยุดของสินค้าตามมา ซึ่งจะมีผลกระทบต่อเนื่องกับการผลิตสินค้าและบริการอื่นที่ต่อเนื่องหรืออยู่ในห่วงโซ่มูลค่า (value chain) เดียวกัน และทำให้สายการผลิตทั้งหมดหยุดชะงัก เช่น ในกรณีของบริษัท Apple ที่ได้รับผลกระทบจากการผลิตที่ลดลงของโรงงานในประเทศจีนและต้องปิด Apple Stores 42 แห่งในจีนลงชั่วคราว
ดังนั้น ในปัจจุบันเชื้อไวรัสโรคโควิด-19 ได้ทำให้โลกหยุดลงบางส่วนในแง่ของการจำกัดการเคลื่อนไหวของคน การเดินทางมาใช้หรือให้บริการ และการหยุดการผลิตและขนส่งสินค้า แต่การเคลื่อนไหวของเงินทุน และข้อมูลยังคงดำเนินได้อยู่ ดังนั้น ธุรกิจที่มีการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตเป็นหลักในระยะนี้จะได้รับผลกระทบน้อยกว่า แต่ในระยะยาวยังไม่แน่นอนเพราะธุรกิจเหล่านี้ต้องเชื่อมโยงกับคน สินค้า และบริการอื่น ๆ เช่นกัน
ในทางกลับกัน ท่ามกลางวิกฤตกลับมีโอกาสสำหรับหลายธุรกิจ เช่น อุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการผลิตเวชภัณฑ์ ไปจนถึงภาคการเกษตรที่สามารถนำผลผลิตไปทำแอลกอฮอล์ก็ได้รับอานิสงส์
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาประเมินว่า หากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนลดลงไปจนถึงเดือนกันยายน พ.ศ. 2563 จะส่งผลกระทบทำให้รายได้จากท่องเที่ยวลดลง 2.4-3.3 แสนล้านบาท ซึ่งนักท่องเที่ยวจีนคิดเป็นร้อยละ 28 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดในปี พ.ศ. 2562 เท่านั้น ทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติต่างมีความเห็นตรงกันว่าอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในปี พ.ศ. 2563 น่าจะลดลงจากประมาณการเดิมร้อยละ 1-1.2 แม้ว่าธุรกิจการขายสินค้าและบริการออนไลน์ ซึ่งรวมถึงการซื้อของและการสั่งอาหารที่ส่งถึงบ้าน (food delivery) ในประเทศไทยจะเติบโตอย่างเข้มแข็ง แต่ในช่วงนี้กลับพบว่าธุรกิจการขายของออนไลน์ในประเทศจีนกำลังประสบปัญหา เนื่องจากผู้ผลิตและผู้ขายไม่สามารถที่จะดำเนินธุรกิจและส่งมอบสินค้าได้ทันตามความต้องการ เนื่องจากมาตรการการหยุดคนต่าง ๆ ของจีน
ในขณะนี้ยังไม่สามารถประมาณการได้ว่าผลกระทบทางเศรษฐกิจจะเป็นเท่าไหร่กันแน่ เนื่องจากยังไม่มีความแน่นอนว่าเราจะสามารถควบคุมสถานการณ์การระบาดและมีความพร้อมในการป้องกันและรักษาโรคโควิด-19 ได้เมื่อไหร่ ถ้าหากสถานการณ์การระบาดยังคงดำเนินต่อไป มาตรการการหยุดคนเป็นเวลานานก็จะทำให้การหมุนเวียนของสินค้าและบริการช้าลงมาก แม้ว่าเงินทุนและข้อมูลจะไม่มีปัญหาในการเคลื่อนไหว
ความกลัวต่อการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโรคโควิด-19 และความกังวลต่อสถานการณ์เศรษฐกิจจะส่งผลให้ความต้องการสินค้าและบริการลดลง ขณะที่การหยุดการเคลื่อนไหวสินค้าและบริการจะทำให้สายการผลิตของโลกสะดุดลงเป็นเวลานาน ระบบเศรษฐกิจของไทยและของโลกก็จะได้รับผลกระทบในระยะยาวทั้งด้านอุปสงค์และอุปทาน และมีโอกาสพัฒนาเป็นวิกฤตเศรษฐกิจโลก โควิด-19 ได้
เหมือนอย่างที่ธนาคารกลางสหรัฐและธนาคารแห่งประเทศไทยรีบปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง แต่ยังต้องมีมาตรการรองรับและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจตามมาเพื่อลดผลกระทบ อย่างไรก็ตาม ภาคธุรกิจได้เริ่มปรับตัว เช่น การจัดการแสดง การแถลงข่าวเปิดตัวสินค้า การแข่งขันกีฬามีแนวโน้มจะจัดในสถานที่ปิดและถ่ายทอดให้ผู้ชมได้ดูทางบ้านผ่านสื่อต่าง ๆ แทน หรือการให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน เป็นต้น
สงกรานต์แบบเดิม ๆ หรือสงกรานต์แบบโควิด-19
ประเทศไทยต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดย่อม คนไทยทุกคนต้องตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงนี้และต้องรีบปรับตัวด้วยตนเองโดยเร็วที่สุด การระบาดของเชื้อไวรัสโรคโควิด-19 ทำให้การปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจของไทยยากขึ้นไปอีก
ที่ผ่านมา การท่องเที่ยวคือแรงขับเคลื่อนางเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย ทำให้รัฐบาลต้องตัดสินใจเลือกระหว่างการส่งเสริมการท่องเที่ยวกับการป้องกันการระบาดของเชื้อไวรัสนี้ในช่วงนี้ สงกรานต์ปีนี้จึงเป็นบททดสอบที่สำคัญของรัฐบาลไทย เนื่องจากเป็นเทศกาลวันหยุดที่ใหญ่ที่สุดและมีการเดินทางมากที่สุดของคนไทย
ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่คนไทยมักเดินทางกลับบ้านเพื่อรวมญาติพี่น้องในครอบครัวหรือเดินทางท่องเที่ยวนี้ ข้อมูลของกระทรวงคมนาคมปี พ.ศ. 2562 พบว่า มีคนใช้บริการรถโดยสารสาธารณะกว่า 11 ล้านคน ใช้บริการรถทัวร์กว่า 1 ล้านคน และปริมาณรถยนต์ที่เดินทางเข้าออกกรุงเทพมหานครเกือบ 6 ล้านคัน ในขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงเทศกาลนี้จะมีจำนวนมากกว่า 5 แสนคน และมีแรงงานต่างด้าวอีกกว่า 5 แสนคนที่เดินทางเข้าออกประเทศไทยเพื่อกลับบ้านและกลับมาทำงานต่อ
และหากพิจารณาถึงสถานที่จัดงานเทศกาลสงกรานต์ที่มักมีคนแออัดหนาแน่น ประกอบกับปรากฏการณ์การระบาดของโรคไข้ปวดข้อยุงลายชิคุนกุนยาที่แพร่กระจายออกและมีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วงเทศกาลสงกรานต์
ปี 2553 จะพบว่า ปัจจัยเงื่อนไขสำคัญของการระบาดของโรคโควิด-19 คือ การที่มีหมู่คนมารวมตัวกัน (mass gathering) และการเดินทางของคนจำนวนมาก (mobility) จะทำให้เทศกาลสงกรานต์ปี 2563 นี้ เป็นความเสี่ยงสำคัญในการควบคุมการระบาดที่จะส่งผลให้มีการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโรคโควิด-19 ไปยังทุกพื้นที่ในประเทศได้
ดังนั้น การกำหนดมาตรการภาครัฐในการจัดการไม่ให้เดินทางในเทศกาลนี้เป็นการแพร่กระจายเชื้อ การพิจารณาปรับเปลี่ยนรูปแบบงานฉลองสงกรานต์ไม่ให้มีความเสี่ยง และคนไทยทุกคนต้องป้องกันการติดเชื้อเป็นสิ่งสำคัญมากช่วงวิกฤตนี้ร่วมใจฟันฝ่าวิกฤตการระบาดครั้งนี้ไปด้วยกัน
องค์การอนามัยโลกคาดการณ์ว่า การพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 จนพร้อมใช้งานจะใช้เวลาประมาณ 1 ปีครึ่ง ระหว่างนั้นยารักษาโรคโควิด-19 น่าจะเป็นเครื่องมือหลักในการสู้กับไวรัสนี้ แต่การรักษาด้วยยาเป็นการหยุดความเสียหายของการติดเชื้อ แต่ไม่ได้เป็นการป้องกันการติดเชื้อและควบคุมการระบาด หากควบคุมการระบาดไม่ได้ มาตรการการหยุดคนก็ยังคงต้องดำเนินต่อไป การระบาดของเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าโลกทั้งโลกมีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิดเพียงใด
สิ่งสำคัญก็คือ การทำให้ข้อมูลข่าวสารความรู้ในการรับมือกับเชื้อไวรัสนี้อย่างถูกต้องไหลเวียนอย่างทั่วถึง การทำให้ทุกคนตระหนักถึงความรับผิดชอบป้องกันการติดเชื้อของตนเองและผู้อื่นในสังคม นอกจากนี้ เรายังต้องการภาวะผู้นำที่เข้มแข็ง สำหรับนักเศรษฐศาสตร์ ทราบดีว่าวิกฤตการณ์เศรษฐกิจครั้งล่าสุดไม่ได้เป็นวิกฤตการณ์ครั้งสุดท้าย
ทุกครั้งที่เกิดวิกฤตการณ์เราจะกลับมาเข้มแข็งกว่าเดิมเสมอ เช่นเดียวกันสำหรับนักสาธารณสุข การระบาดของเชื้อไวรัสโรคโควิด-19 คงไม่ใช่การระบาดครั้งสุดท้าย แต่การร่วมแรงร่วมใจกันของทุกภาคส่วนในสังคมที่จะฟันฝ่าวิกฤตการระบาดครั้งนี้ไปด้วยกัน จะทำให้พวกเราเข้มแข็งขึ้นสำหรับการรับมือการระบาดครั้งใหม่ในอนาคต