“ไชน่าโมเดล”
คอลัมน์ สามัญสำนึก
โดย พิเชษฐ์ ณ นคร
ไวรัสโควิด ที่ลุกลามไปทั่วโลกทำให้ทุกประเทศต้องปรับตัวรับ ควบคุมสกัดการแพร่ระบาดที่ยังขยายวงกว้าง ณ วันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา จำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลกเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 1.3 ล้านคน ในจำนวนนี้มีผู้ติดเชื้อในสหรัฐมากที่สุด 3.6 แสนราย สเปน 1.3 แสนราย อิตาลี 1.3 แสนราย เยอรมนี กว่า 1 แสนราย ฝรั่งเศส 9.8 หมื่นราย ส่วนจีนที่โควิด-19 เคยระบาดรุนแรงหล่นมาอยู่อันดับที่ 6 ผู้ติดเชื้อ 8.2 หมื่นราย สำหรับไทยผู้ติดเชื้อสะสมล่าสุดอยู่ที่ 2.2 พันราย อยู่ในอันดับที่ 39 ของโลก
นอกจากจีนจะใช้มาตรการเข้มข้น ถอดบทเรียนจากแก้ไขวิกฤตโรคซาร์ส ประกาศฉุกเฉินทั่วประเทศ สั่งปิดเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ และเมืองใกล้เคียงแบบปิดล็อกพื้นที่ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว ยังเร่งกู้สถานการณ์โดยระดมแพทย์ พยาบาล ยา เวชภัณฑ์ ฯลฯ เต็มอัตรา คลี่คลายสถานการณ์จากเลวร้าย ฟื้นคืนสู่ปกติได้ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือนเศษ กลายเป็นต้นแบบให้หลายประเทศนำไปใช้แก้วิกฤตโควิดในขณะนี้
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แค่มาตรการควบคุมป้องกันไวรัสมหาภัยโดยอาศัยการบริหารจัดการทางด้านสาธารณสุขเพียงอย่างเดียว แต่เพื่อฟื้นความเชื่อมั่น ปลุกเศรษฐกิจ การค้า ลงทุน การส่งออก ทางการจีนได้นำหลากหลายมาตรการมาใช้ อย่างสนับสนุนให้บริการการค้าระหว่างประเทศเร่งฟื้นฟูการผลิต และส่งเสริมการค้า หลังวิกฤตโควิดตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศของไทย ประจำกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว ได้รวบรวมแนวทางที่ศุลกากรแห่งชาติจีนดำเนินการมาถ่ายทอดสรุปดังนี้
1.การสนับสนุนและบรรเทาปัญหาความยากลำบากในการดำเนินธุรกิจ ด้วยการลดความซับซ้อนของขั้นตอนการลงทะเบียน ให้มีการยื่นคำร้องขอต่าง ๆ ทางออนไลน์ โดยมุ่งเน้นช่วยเหลือการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในการนำเข้าส่งออกของบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก
2.เร่งตรวจปล่อยอุปกรณ์ เครื่องจักรการผลิต รวมทั้งวัตถุดิบที่ต้องนำเข้าเพื่อทำการผลิตอย่างเร่งด่วน
3.ส่งเสริมการนำเข้าสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์อาหาร ด้วยการเปิดตลาดนำเข้าสินค้าเกษตรและอาหารจากต่างประเทศมากขึ้น ขณะเดียวกันก็เพิ่มจำนวนผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนเพื่อส่งออกอาหารมายังจีนมากขึ้น อย่างการเร่งกระบวนการอนุญาต ลดระยะเวลาการยื่นขออนุญาตในการตรวจกักกัน การเปิดช่องทางพิเศษ รวมทั้งบริการนัดหมายดำเนินพิธีการศุลกากรตลอด 24 ชั่วโมง
4.การสนับสนุนผู้ประกอบการในการส่งออก โดยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมสินค้าก่อนการส่งออก เพิ่มความสะดวกในการออกใบรับรอง เร่งกระบวนการอนุมัติการขึ้นทะเบียนบริษัทส่งออก ฯลฯ
5.ลดกระบวนการอนุมัติตรวจกักกันสำหรับการนำเข้าผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์เป็นกรณีพิเศษ หากผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ที่นำเข้ามีวัตถุประสงค์เพื่อนำมาใช้ในงานป้องกันควบคุมโรคระบาด อาทิ วัคซีน ผลิตภัณฑ์เลือด ตัวทำปฏิกิริยา ที่นำมาใช้ในการรักษา ป้องกัน และการวินิจฉัยโรคโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19)
6.ลดกระบวนการดำเนินการขยายเวลาในการรายงานสำหรับการค้าแปรรูป 7.ลดกระบวนการตรวจสอบการบันทึกบัญชีรายการและการตัดบัญชี รวมทั้งลดจำนวนครั้งในการลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงาน
8.นำวิธีลงโทษทางการปกครองแบบง่ายและรวดเร็วมาใช้ อย่างคดีที่บริษัทและบุคคลที่เกี่ยวข้องทำผิดกฎหมายเรื่องวัสดุอุปกรณ์การป้องกันควบคุมการระบาดของโรค โดยจะไม่ยึดสินค้า สิ่งของ ยานพาหนะในการขนส่ง
9.ประสานงานเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างประเทศของศุลกากร รวมทั้งรวบรวมมาตรการจำกัดการนำเข้าส่งออกของประเทศหรือเขตอื่น ๆ ที่มีต่อจีน เนื่องจากสถานการณ์โรคระบาด 10.ส่งเสริมการใช้อินเทอร์เน็ต
สำหรับประเทศไทยนั้น แม้สถานการณ์โควิดไม่วิกฤตรุนแรงเทียบเท่า แต่หากนำโมเดลดังกล่าวมาปรับใช้เมื่อไวรัสโควิดคลี่คลาย ช่วยให้ภาคการผลิต การส่งออก การท่องเที่ยว ฟื้นคืนกลับมาในเร็ววัน นอกจากจะลดความเสียหายแล้ว จะยิ่งดีต่อเศรษฐกิจ