รีสตาร์ตธุรกิจอย่าให้โควิดรีสตาร์ต
บทบรรณาธิการ
การปลดล็อกดาวน์ เปิดเมือง รีสตาร์ตธุรกิจ หลังคุมเข้ม ภายใต้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ตามด้วยการประกาศเคอร์ฟิว ระหว่างเวลา 22.00-04.00 น. อยู่ในช่วงนับถอยหลัง ระหว่างรัฐบาลเตรียมออกไกด์ไลน์เป็นคู่มือให้ทุกภาคส่วนถือปฏิบัติ ตามความเสี่ยงของประเภทสถานประกอบการ และความเสี่ยงของพื้นที่เป็นรายจังหวัด
แต่เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมา หลังผ่อนคลายมาตรการทางกฎหมาย ให้ภาคธุรกิจ ประชาชนทั่วไป สะดวกคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ การใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้น รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องกำหนดกฎเข้มให้มั่นใจได้เต็มร้อยว่า การฟื้นบรรยากาศทางเศรษฐกิจจะไม่ทำให้สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ที่เริ่มคลี่คลายกลับไปสู่จุดเดิมอีก
ย้อนดูสถิติการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด เมื่อวันที่ 22 มี.ค. ซึ่งเป็นวันที่ตรวจพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศไทยสูงสุด 188 ราย มีผู้ติดเชื้อสะสม 599 ราย อยู่ระหว่างรักษา 553 ราย รักษาหาย 45 ราย เสียชีวิต 1 ราย
เทียบกับ 23 เม.ย. มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 13 ราย ยอดผู้ป่วยสะสม 2,839 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 359 ราย รักษาหายแล้ว 2,430 ราย เสียชีวิตรวม 50 ราย ชี้ให้เห็นว่ายอดผู้ป่วยรายใหม่ลดลงมาก แนวโน้มสถานการณ์การแพร่ระบาดดีขึ้นชัดเจน
ผลพวงจากมาตรการด้านสาธารณสุข ควบคู่กับการใช้กฎหมายสั่งปิดสถานประกอบการที่มีความเสี่ยง สั่งปิดเมือง ฯลฯ แต่เมื่อจำเป็นต้องปลดล็อก ปลุกเศรษฐกิจที่ซบเซาหนัก ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมจำนวนมากมีปัญหา พนักงาน ลูกจ้างนับล้านคนต้องหยุดงาน ถูกเลิกจ้าง ความเดือดร้อนขยายวงกว้าง ก็ต้องตั้งการ์ดสูงป้องกันไม่ให้สถานการณ์พลิกกลับ
เพราะหากโควิดย้อนมาแพร่ระบาดรุนแรงอีกรอบเหมือนที่หลายประเทศกำลังเผชิญ เท่ากับการทุ่มเททำงานหนักของหลายหน่วยงานช่วงที่ผ่านมาสูญเปล่า ต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ ซึ่งคาดเดาไม่ได้ว่าจะต้องใช้เวลา บุคลากร งบประมาณอีกเท่าใดกู้วิกฤตซ้ำซ้อน
ภาคเอกชนที่ต้องการให้รัฐปลดล็อกกลับมาดำเนินธุรกิจได้โดยเร็ว ลดผลกระทบและการสูญเสียรายได้เช่นเดียวกับพนักงาน ลูกจ้าง ประชาชนทั่วไปที่ต้องการทำงาน ใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ จึงต้องปฏิบัติตามหลักสุขอนามัย และไกด์ไลน์ที่กำหนด
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎเหล็กการเว้นระยะห่างทางสังคมงดสังสรรค์รวมกลุ่ม สวมหน้ากากอนามัย วัดอุณหภูมิร่างกาย ฯลฯ ลดความเสี่ยงติดเชื้อ แพร่เชื้อ ขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐก็ต้องใช้กฎหมายดำเนินการกับฝ่าฝืนอย่างเคร่งครัด อย่าให้การปลดล็อกรีสตาร์ตธุรกิจ เปิดช่องให้ไวรัสโควิดรีสตาร์ต เกิดวิกฤตรอบใหม่