4 แสนล้านฟื้นฟูเศรษฐกิจต้องคุ้มค่า
บทบรรณาธิการ
พ.ร.ก.กู้เงิน 3 ฉบับ วงเงิน 1.9 ล้านล้านบาท ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรเมื่อ 31 พ.ค. 2563 และเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภาเมื่อ 1 มิ.ย. น่าจะได้รับโหวตผ่าน จากนั้นอยู่ที่รัฐบาลจะนำประเด็นที่ถูกท้วงติงเสนอแนะไปปรับใช้ในการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด
โดยเฉพาะการใช้จ่ายเงินตาม พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (พ.ศ. 2563) วงเงินไม่เกิน 1 ล้านล้านบาท ที่ถูกจับตามองว่ามีความเสี่ยงจะเกิดการทุจริตรั่วไหลและใช้จ่ายไม่คุ้มค่า
เพราะแม้แผนงานโครงการตามบัญชีท้าย พ.ร.ก.เงินกู้จะจัดสรรไว้ใช้ทางการแพทย์และสาธารณสุข 4.5 หมื่นล้านบาท เป็นงบฯช่วยเหลือเยียวยาและชดเชยให้ประชาชน เกษตรกร ผู้ประกอบการ ที่ได้รับผลกระทบ 5.5 แสนล้านบาท แต่ส่วนที่เหลืออีก 4 แสนล้านบาทที่ให้ใช้ฟื้นฟูและสร้างเศรษฐกิจเวลานี้หลายหน่วยงานต่างจับจ้อง
แม้กรอบนโยบายในการใช้เงินก้อนดังกล่าว จะโฟกัสที่การฟื้นฟูและสร้างเศรษฐกิจภายในประเทศหลังโควิด ให้ความสำคัญกับสาขาเศรษฐกิจที่ไทยยังได้เปรียบ อาทิ เกษตรมูลค่าสูง เกษตรแปรรูป อุตสาหกรรมอาหาร ไบโออีโคโนมี ท่องเที่ยวคุณภาพและความยั่งยืน สร้างโครงสร้างพื้นฐาน ธุรกิจชุมชน ฯลฯ แต่ในทางปฏิบัติอาจกระจายเป็นเบี้ยหัวแตก ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
ทั้งที่วงเงินกู้ 4 แสนล้านบาทใกล้เคียงกับงบฯลงทุนของประเทศ ใน พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีแต่ละปี จึงไม่แปลกที่กระทรวง กรม อาทิ กระทรวงเกษตรฯ คมนาคม มหาดไทย ท่องเที่ยวและกีฬา ฯลฯ จะแข่งกันนำเสนอสารพัดโครงการลงชุมชนท้องถิ่น
ยิ่งเงื่อนเวลาที่รัฐบาลต้องการให้เม็ดเงินดังกล่าวลงถึงฐานราก สร้างงานสร้างรายได้ให้เกษตรกร สหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน เอสเอ็มอี บัณฑิตจบใหม่ แรงงานอพยพกลับถิ่น ตั้งแต่ มิ.ย.นี้เป็นต้นไปมาถึง ยิ่งทำให้ส่วนราชการ คณะกรรมการกลั่นกรองฯ ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องเร่งพิจารณาเพื่อให้โครงการเดินหน้าไม่ติดขัด
นำมาซึ่งข้อวิตกกังวลของหลายฝ่ายว่า การพิจารณาโครงการที่ต้องทำแข่งกับเวลา ขณะที่มาตรการในการตรวจสอบติดตามการใช้จ่ายเงินกู้ ซึ่งเป็นเงินนอกงบประมาณอาจไม่เข้มงวดรัดกุม เสี่ยงจะเกิดการทุจริตรั่วไหล
รัฐบาลโดยเฉพาะฝ่ายการเมืองในทุกกระทรวงจึงควรสดับรับฟังและพึงสังวรไว้ มิฉะนั้น โครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมซึ่งหวังผลระยะยาว จะแก้ปัญหาแค่เฉพาะหน้า กลายเป็นโปรเจ็กต์หาเสียง