เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (5 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (5 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
SET วันนี้ลุ้นรีบาวด์ โฟลว์ขายชะลอ-ดอกเบี้ยคลาย ชู DELTA-HANA-KCE
Finance SET วันนี้ลุ้นรีบาวด์ โฟลว์ขายชะลอ-ดอกเบี้ยคลาย ชู DELTA-HANA-KCE
‘อนุทิน’ จี้​สัปดาห์นี้คิกออฟจ่ายเยียวยาน้ำท่วม หลัง 4.7 พันล้านถึงมือออมสิน
Politics ‘อนุทิน’ จี้​สัปดาห์นี้คิกออฟจ่ายเยียวยาน้ำท่วม หลัง 4.7 พันล้านถึงมือออมสิน
ค่าเงินบาทวันนี้ (5 ต.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.55 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (5 ต.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.55 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ราคาทองวันนี้ (5 ต.ค. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณ 66,950 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 ต.ค. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณ 66,950 บาท
เตือนความเสี่ยง ‘เฮดจ์ฟันด์’ ‘ปั่นป่วน’ ตลาดพันธบัตรสหรัฐ
World เตือนความเสี่ยง ‘เฮดจ์ฟันด์’ ‘ปั่นป่วน’ ตลาดพันธบัตรสหรัฐ
How To ใช้ ‘อารมณ์ขัน’ ในงานธุรกิจ ยิ้มได้ มัดใจคนฟัง ไม่เสีย ‘ความน่าเชื่อถือ’
SD How To ใช้ ‘อารมณ์ขัน’ ในงานธุรกิจ ยิ้มได้ มัดใจคนฟัง ไม่เสีย ‘ความน่าเชื่อถือ’
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 1.98% อยู่ที่ 86,362 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 1.98% อยู่ที่ 86,362 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ดวงรายสัปดาห์ 4-10 ตุลาคม 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 4-10 ตุลาคม 2569
ดูทั้งหมด

มีกิน 3 มื้อ…โชคดีแล้ว

18 มิ.ย. 2563 | 15:53น.
ตู้ปันสุข
คอลัมน์ สามัญสำนึก
โดย สมปอง แจ่มเกาะ

คืนวันจันทร์ที่ผ่านมาเป็นคืนแรกที่ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ยกเลิก “เคอร์ฟิว” ห้ามประชาชนออกนอกเคหสถาน หลังจากที่ใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินมานานกว่า 2 เดือน

ทบทวนความจำกันนิดหนึ่ง เริ่มแรก ศบค.ประกาศใช้เคอร์ฟิวเมื่อช่วงต้นเดือนเมษายน ห้ามประชาชนออกนอกเคหสถาน ตั้งแต่เวลา 22.00-04.00 น. จากนั้นเมื่อสถานการณ์โควิด-19 ค่อย ๆ คลี่คลาย จึงได้มีการปรับลดเคอร์ฟิวมาเป็น 23.00-04.00 น. และลดลงอีกครั้งเมื่อ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา เป็น 23.00-03.00 น.

ทันทีที่ ศบค.ยกเลิกเคอร์ฟิว บรรยากาศโดยรวมก็เริ่มคึกคักขึ้นมาเลยทีเดียว

บรรดาผู้ประกอบการร้านค้าบริการต่างขานรับกันถ้วนหน้า เริ่มจากร้านสะดวกซื้อที่ประกาศกลับมาเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงเหมือนเดิม ขณะที่ศูนย์การค้าห้างสรรพสินค้า ไฮเปอร์มาร์เก็ต ที่ทยอยประกาศขยายเวลาการให้บริการ

เช่นเดียวกับรถไฟฟ้าบนดิน-ใต้ดิน ที่ต่างก็กลับมาขยายเวลาการเดินรถ ตั้งแต่ประมาณ 05.30 น.จนถึง 24.00 น. รวมถึงรถเมล์ ขสมก ที่กลับมาให้บริการตามเวลาปกติ เพื่อรองรับการเดินทางของคนเมืองกรุงที่คาดว่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

ใครจะคิดอย่างไรไม่รู้ แต่โดยส่วนตัวแล้วมีความรู้สึกว่า ไม่ว่าจะมีเคอร์ฟิวหรือไม่มีเคอร์ฟิว การดำเนินชีวิตประจำวัน ในแต่ละวันก็ไม่ได้มีความแตกต่างอะไรกันมากนัก

แต่ข้อดีอย่างหนึ่งที่เห็นและสัมผัสได้ในช่วง 2 เดือนเศษ ๆ ที่มีเคอร์ฟิว คือคนไทยมีความสุขมากขึ้น ทุกคนกลับบ้านเร็วขึ้น ไม่เถลไถล ได้อยู่บ้านพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อ-แม่-ลูก ได้กินข้าวพร้อมกัน ได้พูดคุยสั่งสอน ได้มีโอกาสทำกิจกรรมหลาย ๆ อย่างร่วมกัน เสาร์-อาทิตย์ ได้หยุดอยู่กับบ้าน บางครอบครัวอาจจะทำสวนหย่อม บางครอบครัวปลูกต้นหมากรากไม้ ปลูกพืชผักสวนครัวรั้วกินได้ บางคนอาจจะเก็บกวาดทำความสะอาดบ้าน เป็นต้น

ประโยชน์ของโควิด-19 และการมีเคอร์ฟิวอีกอย่างหนึ่งคือ คนไทยหันมาใส่ใจกับสุขภาพ หลาย ๆ คนหันมาเริ่มออกกำลังกาย เดินบ้าง วิ่งบ้าง หลายคนลดละเลิกของมึนเมา ดื่มเหล้าเบียร์น้อยลง ทำให้ประหยัดมากขึ้น มีเงินเหลือในกระเป๋ามากขึ้น หรือหลาย ๆ คนก็หาอาหารเสริม ยาบำรุงมากินบำรุงร่างกายเพื่อป้องกันและสู้กับไวรัสร้าย

จะเรียกว่าสุขทั้งกายสุขทั้งใจก็คงไม่ผิดนัก

และที่ชัดเจนมากอีกประการหนึ่งคือ สถิติตัวเลขการเกิดอุบัติเหตุ จากเหตุเมาแล้วขับ เด็กแว้น ฯลฯ ที่ลดลงทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด เป็นการช่วยลดการบาดเจ็บ การเสียชีวิต และลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจได้อย่างมากมายเลยทีเดียว

นี่พอประกาศยกเลิกเคอร์ฟิวแล้ว จากนี้ไปคุณหมอ-คุณพยาบาล ห้องฉุกเฉิน คงต้องเตรียมพร้อมเต็มอัตราศึก เพื่อรับมือกับตัวเลขอุบัติเหตุที่จะดีดกลับมาใหม่

ไม่มีเคอร์ฟิวแล้ว ก็อย่าเพิ่งหลงระเริง เพราะบ้านนี้เมืองนี้ยังมีอะไรให้ปวดหัวอีกมากมายหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง

อย่าลืมว่า ผลพวงจากพิษร้ายของไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ทำให้เดือดร้อนกันทุกหย่อมหญ้า ธุรกิจการค้าการทำมาค้าขายฝืดเคือง หลายบริษัทต้องปิดกิจการ ต้องเลิกจ้าง ปลดคนงานระลอกแล้วระลอกเล่า จากสิบเป็นร้อยจากร้อยเป็นพัน

คนตกงานมีเพิ่มไม่เว้นแต่ละวัน ไหนจะผ่อนบ้านผ่อนรถ ไหนจะหนี้สิน คนทุกข์ยากลำบากมากมาย ปากท้องลูกเมียต้องกินทุกวัน ต้องคิดให้หนักไตร่ตรองให้ถ้วนถี่

ฟันธงไว้ ณ ตรงนี้เลยว่า กว่าที่การทำมาค้าขายจะฟื้นกลับขึ้นมาได้ คงใช้เวลาอีกหลายปี หรือหากพลิกฟื้นขึ้นมาได้แต่ก็คงไม่เหมือนเดิม

นาทีนี้ต้องพยายามประคับประคองตัวให้รอด

ตนย่อมเป็นที่พึ่งของตน อย่าไปยืมจมูกรัฐบาลมาหายใจ

ขอเพียงสู้และอดทน ท่องให้ขึ้นใจ อดทน ขยัน ประหยัด

มีกินครบ 3 มื้อ ถือว่าโชคดีแล้ว