เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

พลาดโคแวกซ์-รอดโควิด!

12 ก.พ. 2564 | 17:14น.

คอลัมน์ สามัญสำนึก
พิเชษฐ์ ณ นคร

ขณะที่รัฐบาลถูกวิพากษ์วิจารณ์ ที่ไม่ยอมยืนยันขอรับการจัดสรรวัคซีนโควิด-19 จาก COVAX หรือโครงการกระจายวัคซีนป้องกันโควิด-19 ขององค์การอนามัยโลก (WHO) แถมการสั่งจอง สั่งซื้อวัคซีนเข้ามาฉีดให้กับคนไทยยังถูกมองว่าค่อนข้างล่าช้า ต่างจากประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน โดยเฉพาะกลุ่ม CLMV ที่วัคซีนมาถึงมือ สร้างภูมิคุ้มกันโควิดแซงหน้าไทยไปแล้ว

หลายประเทศในยุโรป เอเชีย ตะวันออกกลาง ก็กำลังสาละวนกับการฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันโควิด-19 ให้กับประชาชน เร่งสปีดปรับโหมดจากเดิมเน้นรักษาโรคจากการติดเชื้อ มาเป็นการป้องกัน เหมือนสุภาษิตไทยที่ว่า “กันไว้ดีกว่าแก้”

แม้รู้ดีว่าวัคซีนโควิดที่ทั่วโลกระดมฉีดกันอยู่ขณะนี้ ยังไม่มีของรายไหนที่มีประสิทธิภาพเต็มร้อย มีแต่ฉีดแล้วจะเสี่ยงน้อย หรือแทบไม่มีความเสี่ยง แต่ดีกว่าจะนั่งรอหรือนอนรอวัดดวงว่าจะติดโควิดหรือจะรอด

เพราะตามหลักวิชาการ และตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก (WHO) นั้น ถือว่าวัคซีนที่ค้นคว้าวิจัยสำหรับใช้ป้องกันโรคใดโรคหนึ่ง ถ้าทดสอบในทางปฏิบัติแล้วได้รับการยอมรับว่ามีประสิทธิภาพเกิน 50% จะได้รับไฟเขียว ถือว่าผ่านเกณฑ์

ยิ่งภายใต้สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 มีข้อจำกัดเรื่องระยะเวลาที่มีค่อนข้างน้อย ตั้งแต่ขั้นตอนการวิจัยพัฒนา การทดสอบทางคลินิก การทดสอบในสนามจริงกับผู้ป่วยที่ติดเชื้อ

ทุกขั้นตอนกระบวนการต้องทำงานแข่งกับเวลา และรีบวิจัยพัฒนาในอัตราที่เร่งขึ้น ให้สามารถผลิตวัคซีนออกมาได้เร็วที่สุด เพื่อลดความเสี่ยงและความสูญเสีย การคาดหวังผลให้วัคซีนแต่ละตัวที่ออกมามีประสิทธิภาพเต็ม 100% จึงเป็นไปได้ยาก

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาปีเศษ หลังเกิดโควิดในเมืองอู่ฮั่นแม้ทั่วโลกจะแข่งขันกันวิจัยพัฒนาวัคซีนโควิด-19 จำนวนมาก แต่ที่ถือได้ว่าที่ประสบความสำเร็จ และเข้าใกล้ความจริงยังมีน้อยราย ในจำนวนนี้ที่คุ้นหูและรู้จักในวงกว้างมีแค่ 3-4 เจ้า

อาทิ โมเดอร์น่า โดยบริษัท ไฟเซอร์ กับไบโอเอ็นเทค และแอสตร้าเซนเนก้า ของแอสตร้าเซนเนก้า กับมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ประสิทธิภาพ 95% วัคซีนที่ผลิตโดยบริษัท จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ประสิทธิภาพ 85% วัคซีนของซิโนแวค ประสิทธิภาพ 70% และซิโนฟาร์ม ประสิทธิภาพ 79% จากจีน วัคซีนสปุตนิกไฟว์ ของรัสเซีย ประสิทธิภาพเกิน 90% ขึ้นไป เป็นต้น

ในส่วนของวัคซีนซิโนแวคนั้น แม้ได้รับอนุมัติสำหรับใช้กรณีฉุกเฉินในจีน ตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2563 แต่ต้องทดลองทดสอบนับครั้งไม่ถ้วนกว่าหลายประเทศจะไฟเขียวให้กระจายฉีดสร้างภูมิคุ้มกันให้กับคนในกลุ่มเสี่ยง อย่าง บราซิล โคลอมเบีย อุรุกวัย อินโดนีเซีย ฯลฯ

และล่าสุด วันที่ 7-8 ก.พ.ที่ผ่านมา ทางการจีนได้จัดส่งวัคซีนเมดอินไชน่าอีกชนิด คือ ซิโนฟาร์ม ให้รัฐบาลกัมพูชา และรัฐบาล สปป.ลาว นำไปฉีดให้กับประชาชนของทั้งสองประเทศ

สำหรับประเทศไทย ที่จองซื้อวัคซีนทั้งของแอสตร้าเซนเนก้า และซิโนแวคจากจีน รวมทั้งเจรจาสั่งซื้อเพิ่มกับผู้ผลิตรายอื่น ๆ ควบคู่กันด้วย แม้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะถูกมองทำงานล่าช้าไม่ทันการ แต่ทั้ง รมว.สาธารณสุข อนุทิน ชาญวีรกูล ทั้งสถาบันวัคซีนแห่งชาติยืนยันว่า ไทม์ไลน์ในการกระจายวัคซีนให้กับคนไทยยังเป็นไปตามกำหนดเวลาเดิม คือเดือน มิ.ย. 2564

อย่างไรก็ตาม ภายในเดือน ก.พ.นี้ ซิโนแวคจะจัดส่งวัคซีนให้ก่อน 2 แสนโดส จากทั้งหมด 2 ล้านโดส จากนั้นเดือน มี.ค. จะส่งให้อีก 8 แสนโดส และเดือน เม.ย. 1 ล้านโดส จากนั้นที่สั่งซื้อจากแอสตร้าเซนเนก้า 61 ล้านโดส จะทยอยเข้ามา นอกจากนี้จากนี้ไปจะมีวัคซีนโควิดที่อยู่ระหว่างการวิจัยพัฒนา ออกสู่ตลาดเพิ่มอีกไม่ต่ำกว่า 20 เจ้า ถึงตอนนั้นราคาน่าจะปรับลดลงอีก

ไม่ใช่แค่ยาหอมให้ใจชื้นว่าตกขบวน COVAX ก็มีทางรอดจากโควิด นับถอยหลังรอวัคซีนเข็มแรกได้แล้ว แค่ใส่หน้ากากอนามัย รักษาระยะห่าง มีลุ้นรอด 100% !