รับมือ “โอไมครอน” ให้ดี

คอลัมน์สามัญสำนึก
สมปอง แจ่มเกาะ

วันนี้แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในภาพรวมอาจจะดูคลี่คลายลงไปบ้างแล้ว โดยเฉพาะจำนวนผู้ป่วยรายใหม่-ผู้เสียชีวิตที่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา หรือสักกว่า 2 เดือนเห็นจะได้

จากตัวเลขผู้ป่วยใหม่ในแต่ละวันที่เคยมีมากมายวันละ 15,000-16,000 คน ลดลงมาเหลือเพียง 4,000-5,000 คน ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตก็ลดลงจากวันละกว่า 250 คน มาเหลือวันละ 30-40 คนเห็นจะได้ ขณะที่ตัวเลขจำนวนผู้ป่วยที่รักษาหายออกจากโรงพยาบาลในแต่ละวันก็มีเพิ่มขึ้นเป็นวันละราว ๆ 7,000-8,000 คน

ประการแรก น่าจะมาจากการฉีดวัคซีนในภาพรวมที่มีตัวเลขเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ฉีดครบ 2 เข็ม มีตัวเลขราว ๆ 56-57% ของจำนวนประชากร ส่วนการฉีดเข็ม 1 ก็มีตัวเลขตามมาติด ๆ ประมาณ 66-67%

ตัวเลขนี้แม้จะยังไม่มากพอที่จะทำให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ได้ แต่ก็ถือเป็นทิศทางที่ดีและช่วยให้ใจชื้นมากขึ้นเลยทีเดียว

ประการต่อมา หมอไทยเก่ง จับทางโควิดได้ถูก ทำให้การรักษามีประสิทธิภาพ สะท้อนจากจำนวนผู้ป่วยรักษาหายที่ทยอยออกจากโรงพยาบาลในแต่ละวันเฉลี่ย 6,000-7,000 คน

จากแนวโน้มการระบาดที่คลี่คลาย ศบค.ก็เริ่มผ่อนปรนมาตรการคลายล็อกให้ธุรกิจต่าง ๆ ได้กลับมาทำมาค้าขายตามปกติวิสัย รวมถึงการเปิดประเทศเพื่อรับชาวต่างประเทศที่ทำมาเป็นระยะ ๆ

ฟังดูเหมือนจะเริ่มเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ขึ้นมาบ้าง ธุรกิจการค้าเริ่มมีความหวังและคาดว่าจะค่อย ๆ ฟื้นตัวกลับมา

แต่ข่าวการพบโควิดสายพันธุ์ใหม่ “โอไมครอน” ก็สร้างความตื่นตระหนกไม่น้อย โกลาหลไปตาม ๆ กัน

เพราะทุกคนล้วนรับรู้พิษสงของเจ้าไวรัสร้ายนี้เป็นอย่างดี ล่าสุดโอไมครอนเดินทางจากแอฟริกามาถึงสิงคโปร์แล้ว

ตลอดเวลาเกือบ 2 ปีที่คนไทยต้องเผชิญหน้ากับโควิด ไม่เพียงเฉพาะเรื่องการเจ็บป่วยเท่านั้น แต่ที่หนักหนาสาหัสไม่แพ้กันและลากยาวมาจนถึงทุกวันนี้ก็เห็นจะเป็นปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง

ทุกลมหายใจเข้าออกของคนไทยส่วนใหญ่ยังวนเวียนอยู่กับเรื่องโควิด

ปกติผมเป็นพ่อบ้านจ่ายตลาด ส่วนใหญ่ไปตลาดนัด-ตลาดสดใกล้ ๆ บ้าน นาน ๆ ทีถึงจะเข้าซูเปอร์มาร์เก็ต

หรือหากใครได้มีโอกาสไปจ่ายตลาด จับจ่ายซื้อข้าวของเข้าบ้าน ก็คงสัมผัสและรู้สึกได้ว่า ทุกวันนี้ของกินของใช้ต่าง ๆ แพงขึ้น หมู เห็ด เป็ด ไก่ ผัก น้ำมันพืช ปลากระป๋อง ขนมปัง ฯลฯ ขึ้นราคากันเป็นทิวแถว

เพราะต้นทุนต่าง ๆ มันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากราคาน้ำมันที่เป็นต้นทุนของทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งค่าขนส่ง เม็ดพลาสติก วัตถุดิบ อาหารสัตว์ ทินเพลต

นี่ต้นปีหน้าค่าเอฟทีหรือค่าไฟฟ้าผันแปรก็จะปรับขึ้นอีก ต้นทุนค่าไฟก็จะขยับเพิ่มขึ้นมาอีก

เข้าสู่ยุคข้าวยากหมากแพง มนุษย์เดินดินกินข้าวแกงชักหน้าไม่ถึงหลัง หนี้สินรุงรัง
ส่วนคนทำมาค้าขายก็บ่นว่าฝืดเคือง ทำมาค้าขายยาก


หลายคนถึงกับเปรย ๆ ว่า ยุคนี้ใครมีกินครบ 3 มื้อ ก็ถือว่าหรูแล้ว

ต้องยอมรับว่าเกือบ 2 ปีที่โควิดโจมตีระลอกแล้วระลอกเล่า ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการจ้างงานในวงกว้าง ว่ากันว่า มีไม่ต่ำกว่า 8-9 ล้านคน เช่นเดียวกับกลุ่มแรงงานในภาคการท่องเที่ยวและบริการที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง หรือกรณีของผู้ประกอบการรายเล็กที่รายได้ลดลงมากจนต้องปิดกิจการ

ไม่เพียงเฉพาะการตกงาน ขาดรายได้ แต่ตรงกันข้ามเขาเหล่านี้ยังมีรายจ่ายเพิ่ม

นี่ยังไม่นับรวมมีภาระหนี้สิน เงินผ่อนบ้าน-ผ่อนรถ หนี้บัตรเครดิต สารพัดหนี้

ถามว่า…จากนี้ไปเราจะอยู่กันอย่างไร

หายใจลึก ๆ หายใจยาว ๆ …อึด อดทน และสู้กันต่อไป

เตรียมรับมือ “โอไมครอน” ให้ดี

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ