Skip to content

เศรษฐกิจจนมุม เครื่องยนต์ดับทุกตัว

23 ก.ค. 2568 | 11:44น.
เศรษฐกิจจนมุม เครื่องยนต์ดับทุกตัว
คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : อิศรินทร์ หนูเมือง

ประเทศไทยมีพระสงฆ์เกือบ 3 แสนรูป ระดับพระราชาคณะ และมียศในวงการสงฆ์ ต้องสึกเพราะมีปัญหาพัวพันกับผู้หญิงไปเดือนเดียว 13 รูป

กองทัพไทยมีทหารประจำการ 3.6 แสนนาย-ข้าราชการพลเรือน 3 แสนกว่าราย ประเทศไทยเวลานี้มีปัญหาทั้ง “การสึก” และ “การศึก” และ “การค้า” อยู่ในวังวน “กิน-กาม-เกียรติ”

ศุภวุฒิ สายเชื้อ กูรูด้านเศรษฐกิจเบอร์ต้น ๆ ของประเทศ บอกว่าครึ่งปีหลังเศรษฐกิจไทยจะติดลบ และเกิดสุญญากาศการลงทุนทั่วโลก-แกะปมส่งออกไม่ออกยาวไปถึงปี 2571 ส่งสัญญาณให้บิ๊กธุรกิจไทยต้องวางโมเดลรับมือ “กรณีเลวร้ายที่สุด”

ทั้งในหมวกของประธานบอร์ดสภาพัฒน์-ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เห็นว่าสถานการณ์ตอนนี้การลงทุนต่าง ๆ เป็นสุญญากาศหมด เพราะการกีดกันการค้าเพิ่มขึ้นมหาศาล เพียงแต่ไม่แน่ใจว่ามหาศาลขนาดไหน เมื่อนักลงทุนทุกคนรู้สึกเช่นนั้นก็จะรอกันหมด ไม่มีใครกล้าลงทุน จะเห็นว่าธุรกิจต่างก็มีการชำระคืนหนี้ สะท้อนว่ายังไม่ได้ต้องการใช้เงินเพื่อทำอะไร

เขาย้ำถึงความไม่แน่นอนว่า “ใครจะไปกล้าลงทุน เพราะไม่รู้จะคาดการณ์ยังไง จะใส่ตัวเลขอะไรลงไปในแผน”

ก่อนหน้านั้น ก้องเกียรติ โอภาสวงการ นักวิเคราะห์ตลาดหุ้นตัวพ่อ ก็บอกว่าเศรษฐกิจไทยเข้าสู่วงจรวิกฤตเต็มรูปแบบ-มองไม่เห็นอนาคต เป็นโรคเรื้อรัง โครงสร้างอ่อนแอสะสมยาวนาน ไร้การพัฒนาใหม่ ๆ หมดเวลากินบุญเก่า รัฐบาลขาดแผนงานพัฒนาคน-เทคโนโลยีที่ชัดเจน เครื่องยนต์เศรษฐกิจทุกตัวดับหมด

เขาบอกด้วยว่าหุ้นไทยไม่เป็นที่พึงประสงค์ของนักลงทุนต่างชาติ ไม่มีสิ่งใหม่เร้าใจ ผลประกอบการหุ้นไทยแย่ที่สุดในโลก เจ้าของบริษัทต้องกวาดซื้อหุ้นตัวเอง ชี้ชัดว่านักลงทุน “จนมุมจริง ๆ” ธุรกิจขนาดเล็ก SMEs จะล้มหายตายจาก-ปิดตัว

ฟากกิจการธนาคาร ที่มีสินทรัพย์รวมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และไต่อันดับ 6 ระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ “ชาติศิริ โสภณพนิช” หรือโทนี่ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ และ ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ และเลขานุการบริษัท ธนาคารกรุงเทพ ทั้ง 2 คน ให้ความเห็นตรงกันอย่างมีนัยว่า “วิกฤต”

โทนี่เทียบให้เห็นว่าภาพรวมเศรษฐกิจไทยหากเทียบวิกฤตที่ผ่านมา บางอย่างก็ดีกว่า บางอย่างก็แย่กว่า ทุกอย่างผสมไปผสมมา ทำให้ต้องบริหารจัดการตลอดเวลา มีปัจจัยเสี่ยงและความผันผวนจากการเจรจาทางการค้ากับสหรัฐ

เขาลุ้นว่าหากสัญญาณการเจรจามีทิศทางที่ชัดเจนขึ้น แนวโน้มการลงทุนจะมีมากขึ้น เนื่องจากประเทศไทย “สงบ” และ “มีเสถียรภาพ” จะเป็นประโยชน์ต่อภาคการลงทุน

กระนั้นก็ตามแบงก์ยังคงเกาะติดลูกค้ารายใหญ่ ที่สัญญาณการผิดนัดชำระหนี้ “มีบ้างเป็นระยะ…ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด”

ทั้งปวงคือ นับจากนี้ ธุรกิจแบงก์ แม้จะไปได้เรื่อย ๆ แต่จะถึงเป้าหมายไม่ง่ายอีกแล้ว

นักบริหารมืออาชีพ ขุนพลข้างกาย “โทนี่” อย่าง ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ร่วมตอกย้ำว่าธนาคารต้องนำลูกค้าฝ่าสารพัดวิกฤต ปัจจัยความไม่แน่นอนทางการเมือง-ความไม่กระฉับกระเฉงของการดำเนินนโยบายของภาครัฐ ทำได้ไม่เต็มที่ และนักลงทุนชะลอการตัดสินใจลงทุนจากความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้น

กอบศักดิ์พยากรณ์จากข้อมูลและโจทย์สำคัญ คือ “จะพาลูกค้าเราผ่านไปได้อย่างไร ยอดขายร้านสะดวกซื้อลดลงในเดือนเมษายน-พฤษภาคม และยอดรูดบัตรในห้างใหญ่ ๆ ก็ไม่ดี ติดลบ สัญญาณนักท่องเที่ยว ไม่มา ร้านอาหารปิด และโรงงานปิดในเซ็กเตอร์ธุรกิจที่เป็น Sunset โจทย์ที่แท้จริงของปีนี้ทำอย่างไรให้ลูกค้าเราอยู่ได้”

แม้กระทั่งเจ้าพ่อวงการสินค้าอุปโภค-บริโภค อย่างประธานเครือสหพัฒน์ นายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ถึงกับออกปากล่าสุดว่ามาตรการภาษีของประธานาธิบดีทรัมป์ ส่งผลให้เศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัวลง-เติบโตน้อยลง มาตรการแจกเงินไม่ได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ รัฐบาลควรมีความกล้าในการลงทุนโครงการใหญ่ ๆ

ทายาท “โชควัฒนา” ที่กุมบังเหียนกิจการสหพัฒน์อีกราย นายธรรมรัตน์ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ก็อ่านทิศทางว่า ครึ่งปีหลังยังไม่เห็นทางสว่าง ให้ทุกคนเก็บเงินสดไว้เยอะ ๆ

ทั้งหมดนี้คือ ตัวจริง-เสียงจริง และเจ็บจริงกับภาวะเศรษฐกิจในเวลานี้