Skip to content

บ้านใร่กาแฟ : ตำนานร้านกาแฟในปั๊มน้ำมันกับบทเรียนธุรกิจที่ต้องจดจำ

01 ส.ค. 2568 | 14:24น.
บ้านใร่กาแฟ : ตำนานร้านกาแฟในปั๊มน้ำมันกับบทเรียนธุรกิจที่ต้องจดจำ
คอลัมน์ : SD Talk
ผู้เขียน : อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา

ย้อนกลับไปช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ พ.ศ. 2540 “บ้านใร่กาแฟ” ก้าวขึ้นมาเป็นแบรนด์กาแฟสดอันดับสองของไทย รองจาก Starbucks ด้วยคอนเซ็ปต์ร้านกาแฟทรงสามเหลี่ยมตั้งอยู่ในปั๊มน้ำมัน พร้อมรสชาติแบบมิด-ไฮเอนด์ที่ราคาสูสีกับสตาร์บัคส์ ทำให้เคยขยายสาขาสูงสุดถึง 110 แห่ง สร้างยอดขายรวมกว่า 140 ล้านบาทต่อปี

อย่างไรก็ดี เมื่อปั๊ม JET ซึ่งเป็นพันธมิตรรายสำคัญขายกิจการให้ PTT (OR) และไม่สามารถคุยดีลธุรกิจกันได้ลงตัว ปตท.จึงเริ่มต้นธุรกิจร้านกาแฟของตนเองภายใต้แบรนด์ Cafe Amazon ซึ่งเข้ามาแทนที่บ้านใร่กาแฟในปั๊มน้ำมัน ทำให้แบรนด์ที่เคยโดดเด่นในปั๊มต้องถอยร่นออกจากทำเลหลัก

นอกจากนี้ กลยุทธ์การตั้งราคามิด-ไฮเอนด์ของบ้านใร่กาแฟยังถูก “คาเฟ่อเมซอน” “พันธุ์ไทย” และ “อินทนิล” ท้าทายด้วยราคาถูกกว่าและเครือข่ายปั๊มที่ครอบคลุมกว่า ทำให้ผู้บริโภคหันไปลองแบรนด์ใหม่กันมากขึ้น จนร้านบ้านใร่ฯ ต้องทยอยปิดสาขาและปรับจำนวนสาขาลงไปเหลือแค่หลักสิบ

แต่ธุรกิจไม่เคยหยุดนิ่ง “สายชล เพยาว์น้อย” ผู้ก่อตั้งบ้านใร่กาแฟ จึงพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ด้วยการนำร้านกาแฟทั้งหลังไปตั้งนอกปั๊มน้ำมัน เปิดสาขาในย่านรามคำแหงและเอกมัย พร้อมต่อยอดเปิด “พิพิธภัณฑ์ตลาดโรงคั่วบ้านใร่กาแฟ” ที่สระบุรี เพื่อรักษาตำนานแบรนด์และสร้างรายได้จากการจำหน่ายวัตถุดิบกาแฟ-ชา และสินค้า OTOP ตลอดจนเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

บ้านใร่กาแฟอาจจะไม่สามารถกลับไปยิ่งใหญ่เหมือนสมัยที่มีเป็นร้อยสาขาได้อีก แต่บทเรียนหลายอย่างก็สามารถสอนเราในเรื่องความเป็นผู้นำได้ เช่น

วิสัยทัศน์ชัดเจน (Visionary Leadership) : เขามองเห็นโอกาสของตลาดกาแฟสดในปั๊มน้ำมัน ทั้งที่ตอนนั้นยังเป็นเรื่องใหม่ในไทย การตั้ง ็ร้านกาแฟทรงสามเหลี่ยมิ จึงไม่ใช่แค่ดีไซน์แปลกตา แต่คือการสร้างเอกลักษณ์ที่ลูกค้าจดจำได้ทันที

กล้าตัดสินใจและพร้อมรับความเสี่ยง (Decisive Risk-Taker) : การเลือกเปิดสาขาในปั๊ม JET ที่ไม่มีใครกล้าเข้าไป คือบทพิสูจน์ว่าภาวะผู้นำที่แข็งแกร่ง ต้องกล้าทดลองทำในสิ่งที่คนทั่วไปยังลังเล

การปรับตัวอย่างรวดเร็ว (Adaptive Agility) : เมื่อเผชิญวิกฤตไม่ต่อสัญญาเช่าพื้นที่ เขาไม่รอให้ปัญหาเรื้อรัง แต่รีบทบทวนโมเดลธุรกิจ เลือกย้ายร้านออกนอกปั๊ม และขยายสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สระบุรี

การสร้างและพัฒนาทีม (Empowering Team) : เขาเน้นการเทรนนิ่งบาริสต้าให้เชี่ยวชาญทั้งเรื่องกาแฟและบริการ จึงเสริมสร้างความภาคภูมิใจในงานให้กับพนักงาน และทำให้คุณภาพกาแฟในทุกสาขาของ ็บ้านใร่ฯิ คงที่เสมอ

การสื่อสารและแรงบันดาลใจ (Inspirational Communication) : เรื่องเล่าวิธีเรียกชื่อร้านผิดไวยากรณ์เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าต้องถาม จึงกลายเป็น ็เรื่องราวิ ที่พนักงานสามารถนำไปคุยต่อกับลูกค้า สร้างความสนิทชิดเชื้อและแรงบันดาลใจให้ทีมได้มีส่วนร่วมในการตลาด

ความมุ่งมั่นเพื่อคุณภาพ (Commitment to Excellence) : แม้จะปรับราคาเป็นมิด-ไฮเอนด์ แต่เขาก็ไม่เคยลดทอนคุณภาพเมล็ดกาแฟหรือบริการ จึงสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ที่ ็เชื่อถือได้ิ ในใจลูกค้ากลุ่มพรีเมี่ยม

สายชล เพยาว์น้อย แสดงให้เห็นว่า “ผู้นำ” ไม่ใช่แค่คนสั่งงาน แต่คือผู้สร้างวิสัยทัศน์ กล้าตัดสินใจในภาวะเสี่ยง สื่อสารสร้างแรงขับเคลื่อนทีม และปรับตัวได้อย่างรวดเร็วเมื่อตลาดเปลี่ยน

เมื่อผสานภาวะผู้นำเหล่านี้กับจุดแข็งของแบรนด์ (Brand Heritage + Product Quality) ก็ยิ่งช่วยให้ธุรกิจสวนทางวิกฤต และเติบโตบนพื้นฐานความยั่งยืน