คอลัมน์ : sd talk ผู้เขียน : ธำรงศักดิ์ คงคาสวัสดิ์ https://tamrongsakk.blogspot.com
คำถามมีอยู่ว่าเมื่อลูกน้องมาขอลากิจกับหัวหน้า แล้วหัวหน้าไม่อนุมัติให้ลากิจ
ถามว่าหัวหน้าไม่อนุมัติได้หรือไม่ ?
แล้วถ้าลูกน้องบอกว่า การลากิจเป็นสิทธิของพนักงานที่มีปีละ 3 วันทำงาน ถ้าไม่อนุมัติก็เท่ากับบริษัททำผิดกฎหมายแรงงาน ! ?
ตรงนี้เจ้าของคำถามควรกลับไปทบทวนหลักเกณฑ์การลากิจอย่างนี้ครับ
1.บริษัทเขียนข้อบังคับการทำงานเกี่ยวกับการลากิจไว้ยังไง : ต้องถามว่าบริษัทเขียนระบุเงื่อนไขการลากิจแบบไหนยังไง เช่น พนักงานมีสิทธิลากิจได้ปีละ 5 วันทำงาน
ซึ่งการลากิจนั้นจะต้องเป็นกิจธุระส่วนตัวที่จำเป็น ที่จะต้องไปทำด้วยตนเอง ไม่สามารถมอบหมายให้ผู้อื่นไปทำแทนได้ เช่น การไปซื้อ-ขาย หรือไปโอนที่ดิน, การลาไปเพื่อซ้อมใหญ่หรือรับปริญญา, ลาเพื่อการสมรส, ลาบวช, ลาเพื่อไปดูแลรักษาพยาบาลบุพการีที่ป่วยหนัก ฯลฯ
2.การลากิจต้องแจ้งล่วงหน้า : การลาเพื่อกิจธุระส่วนตัวที่จำเป็นดังกล่าวพนักงานจะต้องยื่นใบลาล่วงหน้าอย่างน้อยกี่วัน เว้นแต่เป็นเรื่องเร่งด่วนกะทันหัน เช่น บุพการีเจ็บป่วยหนักกะทันหัน เป็นต้น
3.แจ้งให้ทราบถึงผลการไม่ปฏิบัติตามระเบียบการลากิจ : ถ้าหากพนักงานไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับเรื่องการลากิจ บริษัทจะถือว่าพนักงานละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร และเป็นความผิดทางวินัยที่จะต้องถูกตักเตือนเป็นหนังสือ พร้อมทั้งบริษัทจะไม่จ่ายค่าจ้างในวันที่ขาดงานดังกล่าว (No Work No Pay)
ถ้าบริษัทไหนเขียนหลักเกณฑ์การลากิจเอาไว้ชัดเจนอย่างที่บอกมาข้างต้น และประกาศแจ้งให้พนักงานทุกคนรับทราบแล้ว ก็จะใช้เป็นคำตอบที่ชัดเจนสำหรับคำถามข้างต้นได้อย่างมีเหตุมีผล
ทั้ง HR หรือฝ่ายบริหารก็จะไม่มีการตอบแบบเปะปะหรือใช้หลักกู !
เพราะเมื่อลูกน้องมายื่นใบขอลากิจ หัวหน้าจะได้ตรวจสอบดูว่าลูกน้องขอลากิจเพื่อไปทำอะไร
เช่น มาขอใช้สิทธิลากิจบวกกับลาพักร้อนเพื่อจะไปเที่ยว โดยจะขอใช้วันลาพักร้อนเหลืออยู่ 2 วัน บวกลากิจเพิ่มอีก 1 วัน คือขอลาพักร้อนวันพุธ, พฤหัสฯ แล้วขอลากิจวันศุกร์ ส่วนเสาร์, อาทิตย์ เป็นวันหยุดอยู่แล้วก็เท่ากับได้หยุดไปเที่ยว 5 วัน
อย่างนี้หัวหน้าก็ต้องไม่อนุมัติให้ลูกน้องลากิจสิครับ
เพราะลูกน้องขอลากิจไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ แม้จะมาหัวหมออ้างกฎหมายแรงงานว่าตามมาตรา 34 พนักงานมีสิทธิลากิจได้ไม่น้อยกว่าปีละ 3 วันทำงานก็ตาม
หัวหน้าก็จะตอบได้ว่า “ลูกน้องลากิจเพื่อไปเที่ยวนี่นา ไม่ได้ลาเพื่อไปทำกิจธุระส่วนตัวที่จำเป็นสักหน่อย”
ถ้าลูกน้องยังดื้อดึงฝ่าฝืนหยุดไปโดยหัวหน้าไม่อนุญาต บริษัทก็ดำเนินการทางวินัยในเรื่องละทิ้งหน้าที่ไม่มีเหตุผลอันสมควรได้เลย
แต่ถ้าลูกน้องขอลากิจเพื่อไปแต่งงาน หรือลาไปจัดการงานศพบุพการีก็เข้าข่ายลาเพื่อไปทำกิจธุระส่วนตัวที่จำเป็น
ถ้าหัวหน้าไม่อนุญาตก็ใจร้ายไปหน่อยไหมล่ะครับ
สรุปคำตอบในเรื่องนี้คือ
1.บริษัทควรจะต้องมีระเบียบการลากิจที่ชัดเจนและแจ้งให้พนักงานทราบ
2.คนที่เป็นหัวหน้าใช้สามัญสำนึกตามหลักเกณฑ์และดูข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นก่อนที่จะตัดสินใจอนุมัติหรือไม่อนุมัติ
ปัญหาเหล่านี้จะลดลงได้เยอะ
แต่ถ้าปัญหาเกิดจากหัวหน้าประเภทที่ใช้หลักกูเหนือหลักเกณฑ์คือทั้ง ๆ ที่มีระเบียบการลากิจชัดเจนอยู่แล้ว แต่หัวหน้าดันไปอนุมัติให้ลูกน้องลากิจแบบพักร้อน หรือไม่อนุมัติให้ลูกน้องลากิจทั้ง ๆ ที่ลูกน้องจำเป็นจะต้องไปจัดการงานศพบิดามารดา
อย่างนี้ไม่ใช่ปัญหาของการลากิจตามระเบียบแล้วแหละ
แต่เป็นเรื่องที่บริษัทต้องหาทางจัดการแก้ปัญหาที่ตัวหัวหน้าคนนี้แล้วล่ะครับ