Burnout Syndrome หมดไฟ-หมดใจทำงาน

ประกอบบทความ
เอชอาร์ คอร์เนอร์
ธำรงศักดิ์ คงคาสวัสดิ์ 
https://tamrongsakk.blogspot.com

เมื่อทำงานไปถึงจุด ๆ หนึ่ง หลายคนอาจมีอาการที่เรียกว่า “หมดใจ” หรือ “หมดไฟ” ในการทำงาน หรือที่เรียกทับศัพท์ว่า “burnout syndrome” ซึ่งอาการหมดไฟในการทำงานไม่ได้เกิดเฉพาะกับคนที่ทำงานเป็นลูกจ้างพนักงานเท่านั้นนะครับ อาจเกิดกับคนที่เป็นนายจ้าง หรือเจ้าของกิจการได้ด้วย

อาการของคนที่เป็น Burnout Syndrome มีอะไรบ้าง ?

1.เริ่มบ่นในเรื่องงานกับคนรอบข้าง

2.ไม่มีความสุขในงานที่ทำ เหนื่อยล้า อ่อนเพลีย ท้อแท้สิ้นหวัง

3.มีความรู้สึกแทบตลอดเวลาว่างานที่ทำไม่ได้อย่างใจ หงุดหงิด เครียด

4.นอนไม่หลับ ในหัวจะคิดแต่เรื่องงานวนเวียนเหมือนพายเรือในอ่าง รู้สึกเหมือนนอนไม่พอ

5.ไม่อยากจะพูดคุยกับใคร เก็บตัว พูดคุยกับคนรอบข้างน้อยลง

6.อารมณ์แปรปรวน ขึ้น ๆ ลง ๆ ก้าวร้าว พูดจารุนแรงกับคนรอบข้าง ฟิวส์ขาดง่าย

7.มีอาการที่หาสาเหตุไม่ได้ และมักจะเป็นตอนที่ไปทำงาน เช่น ปวดหัว ปวดท้อง คลื่นไส้ในวันทำงาน พอวันหยุดอาการมักทุเลาลง

ดังนั้น แนวทางการบรรเทาอาการ “Burnout Syndrome” ควรทำยังไงดี

1.หาคนระบายความเครียด เช่น พูดคุยกับคนที่บ้านหรือเพื่อนที่เราสนิท เพื่อช่วยกันคิดหาหนทางออก

2.ดูแลสุขภาพพักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารให้ครบ 5 หมู่

3.ปรับวิธีคิดของเราใหม่ ว่าเราไม่ใช่ศูนย์กลางของจักรวาล ต้องรู้จักการปล่อยวาง

4.ไปปฏิบัติธรรม ทำสมาธิ


5.จัดตารางการแบ่งเวลาระหว่างเวลาทำงานกับเวลาส่วนตัวเสียใหม่ ไม่ให้ล้ำเส้นกันมากเกินไป

6.ไม่ควรแก้ปัญหาด้วยการดื่มแอลกอฮอล์ระบายความเครียด เพราะไม่ใช่ทางออกของการแก้ปัญหาแบบยั่งยืน แถมยังจะทำให้ปัญหามากขึ้นกว่าเดิม

7.พักร้อน เดินทางท่องเที่ยว พักผ่อนหย่อนใจ ดูหนัง ฟังเพลง กับเพื่อนฝูงที่สนิทหรือคนรู้ใจ

8.วันหยุดควรเป็นวันหยุดของเราจริง ๆ โดยการหากิจกรรมทำในวันหยุดกับเพื่อนฝูงหรือคนรู้ใจ

9.ไปทำบุญกับสถานที่ที่ต้องการความช่วยเหลือ เช่น สถานเลี้ยงเด็กพิการซ้ำซ้อน จะได้เห็นว่าปัญหาของเราไม่ใช่ปัญหาที่ใหญ่ที่สุด

10.ถ้าเป็นไปได้ไม่ควรนำเอางานกลับมาทำที่บ้าน บ้านควรเป็นสถานที่พักผ่อนสำหรับเราจริง ๆ

11.ฝึกวินัยในการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละ 30 นาที 5 ครั้งต่อสัปดาห์ อย่าหาข้ออ้างกับตัวเองว่าไม่มีเวลา

12.ลดการเสพข้อมูลข่าวสารจากสื่อโซเชียลลง จะทำให้ลดความเครียดจากเรื่องที่ไม่จำเป็นลงได้เยอะ

ก็คงนำเรื่องนี้มาแชร์ เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่กำลังเริ่มจะมีอาการ burnout หรือคนที่เป็นอยู่แล้วจะได้ลดการหมดไฟในการทำงานลงได้

ปัญหาทุกอย่างแก้ได้ด้วยปัญญา และสติครับ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ