มอริส ลาครัวซ์ กำจัดขยะทะเลเป็นนาฬิกา

เมื่อปี 2564 มอริส ลาครัวซ์ (Maurice Lacroix) แบรนด์นาฬิกาหรูจากสวิตเซอร์แลนด์ ได้รับกระแสตอบรับจากกลุ่มลูกค้าในประเทศไทยเป็นอย่างมาก หลังจากเปิดตัวนาฬิกาคอลเล็กชั่น AIKON Urban Tribe ที่ผลิตขึ้นในจำนวนจำกัดเพียง 500 เรือน และในประเทศไทยมีเพียงแค่ 20 กว่าเรือนเท่านั้น ทั้งยังมีคนจับจองหมดภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ และเมื่อเร็ว ๆ นี้เพิ่งจะเปิดตัวคอลเล็กชั่นใหม่ “ไอคอน #ไทด์ (AIKON #Tide)” ด้วยคอลเล็กชั่นสีสันสดใสที่ทำจากวัสดุอัพไซเคิลจากขวดพลาสติกในท้องทะเล

“รวิศ เหตานุรักษ์” Brand Manager of Maurice Lacroix Thailand เล่าถึงที่มาคอลเล็กชั่นนี้ให้ฟังว่า ไอคอน #ไทด์ (AIKON #Tide) เกิดจากความร่วมมือระหว่างมอริส ลาครัวซ์ และ #Tide ซึ่งเป็นองค์กรอนุรักษ์ท้องทะเล ทั้งยังเป็นบริษัทจัดหาวัตถุดิบรีไซเคิล ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

โดยกระจายภารกิจไปทั่วโลกเพื่อกำจัดมลพิษทางน้ำ และสร้างชีวิตใหม่ให้ขยะพลาสติก หรือเปลี่ยนขยะพลาสติกให้เป็นวัตถุดิบระดับคุณภาพดี สำหรับในประเทศไทยมีสำนักงานที่ จ.ภูเก็ต และมีศูนย์เก็บขยะอยู่ในหลายพื้นที่ครอบคลุม 5 เกาะในทะเลอันดามัน

#Tide ร่วมงานกับองค์กรเพื่อสังคมหลายองค์กร ทำงานเรื่องการจัดการกับขยะพลาสติก รวมถึงแบรนด์นาฬิกาอีกหลายแบรนด์ จนครั้งนี้ร่วมงานกับมอริส ลาครัวซ์ ซึ่งเราวางแผนกันมาตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมา

ภารกิจของเขาคือช่วยเก็บรวบรวมขวดพลาสติกจากทะเลที่อยู่รายล้อมตามเกาะต่าง ๆ ในประเทศไทย จากนั้นจึงคัดแยก และตัดฝอยเป็นเศษเล็ก ๆ ก่อนที่จะล้าง และอัดในบริเวณพื้นที่ใกล้กับจุดที่เก็บรวบรวมได้

ก่อนจะขนส่งไปยังโรงงานอัพไซเคิล ซึ่งเป็นโรงงานของเขาเอง โดยพลาสติกชิ้นเล็ก ๆ จะถูกผสม และผลิตเป็นเม็ดพลาสติกที่เล็กลง จากนั้นจึงผสานให้เข้ากันด้วยเทคนิคพิเศษจนเป็นพลาสติกอัพไซเคิล ซึ่งสุดท้ายจะนำไปใช้สำหรับผลิต และสร้างสรรค์เป็นองค์ประกอบของนาฬิกา

โดยเรานำมาผลิตโปรดักต์ผสมผสานด้วยเส้นใยแก้ว และให้ผลลัพธ์เป็นวัสดุคอมโพสิตที่มีความแข็งแกร่งกว่าพลาสติกมาตรฐานทั่วไปถึง 2 เท่า เพราะใช้ขวดพลาสติกถึง 17 ขวดต่อเรือน จึงทำให้มีความทนทานมากกว่าถึง 5 เท่า และลดการใช้คาร์บอนฟุตพรินต์ (carbon footprint) มากกว่ากระบวนการผลิตจากพลาสติก PET

“รวิศ” กล่าวต่อว่านอกจากนี้ยังออกแบบตัวเรือนให้มีสีสันสดใส หน้าปัดของนาฬิกายังผ่านการตกแต่งด้วยลวดลาย Vague du Jura (ว้าก ดู ฌูรา) ซึ่งเป็นสไตล์ที่ทำให้จินตนาการถึงท้องทะเล ขณะที่ตัวเรือนขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 40 มม. และหน้าปัดกระจกแซปไฟร์แบนเรียบนั้น จะช่วยให้การอ่านค่าเวลาชัดเจน

Advertisement

และบางรุ่นภายในคอลเล็กชั่นนี้เลือกประดับตกแต่งเครื่องหมายแสดงเวลาหรืออินเด็กซ์ (indexes) ด้วยเพชร AIKON #Tide โดยติดตั้งเม็ดมะยมหมุนเกลียวลง ร่วมกับฝาหลังหมุนเกลียวเช่นกัน ซึ่งล้วนเป็นรายละเอียดเพื่อประสิทธิภาพของการกันน้ำลึกในระดับ 100 เมตร

“สำหรับประเทศไทย ตอนนี้ผลิตได้ 250 เรือนแล้ว ราคาจำหน่ายเริ่มต้นเรือนละ 25,000 บาท โดยเราตั้งเป้าว่าจะผลิตออกมาเรื่อย ๆ ไม่จำกัดว่าจะต้องผลิตให้ได้กี่เรือน แต่ตั้งเป้าว่าอย่างน้อยต้องกำจัดขยะที่เป็นขวดพลาสติกให้ได้ 10 ล้านขวด นั่นหมายความว่าเราจะทำให้เกิดความยั่งยืนทุกมิติ ไม่ใช่ทำแล้วจบแค่ 250 เรือน

ที่สำคัญ ภายในคอลเล็กชั่นยังมีแท่นวาง พร้อมกับกล่องใส่คล้ายแก้วกาแฟทำจากวัสดุอัพไซเคิลเช่นกัน รวมถึงมีคิวอาร์โค้ดสำหรับให้ลูกค้าสแกนอ่านคู่มือการใช้งาน ซึ่งเป็นการลดการใช้กระดาษอีกด้วย ตอนนี้จำหน่ายแล้วเกือบ 100 เรือน ส่วนรายได้จากการจำหน่าย 20% ของแต่ละเรือนจะนำไปสมทบ #Tide เพื่อดำเนินการเรื่องสิ่งแวดล้อมต่อไป”

“รวิศ” กล่าวอีกว่า มอริส ลาครัวซ์ มีแนวคิดอยากจะทำสิ่งดี ๆ เพื่อโลกมาตลอด ดังนั้น การร่วมกับ #Tide ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราจะขับเคลื่อนเรื่อง sustainability หรือความยั่งยืน แต่เราทำมานานแล้ว เช่น การเป็นพาร์ตเนอร์ชิปร่วมกับการแข่งรถที่ชื่อว่ามหินทราเรสซิ่ง Mahindra ซึ่งเป็นการแข่งขัน Formula E คือการแข่งขันรถยนต์ไฟฟ้าที่ไม่ได้สร้างมลพิษ รวมถึงการเป็นพันธมิตรกับแฟชั่นดีไซเนอร์ที่ให้ความสำคัญกับ zero waste หลายแบรนด์

“ผมมองว่าจุดประสงค์ของเราไม่ใช่แค่ขายนาฬิกาอย่างเดียว แต่เราอยากให้เกิดการรับรู้ว่านาฬิกาแต่ละเรือนทำมาจากพลาสติกท้องทะเล ซึ่งถูกทิ้งโดยฝืมือมนุษย์ เราอยากสร้างให้เกิดการรับรู้มากขึ้น และไม่ใช่แค่ลูกค้า

แต่อยากให้ไปถึงกลุ่มคนทั่วไปด้วย ซึ่งเราจะมีการทำกิจกรรมซีเอสอาร์ร่วมกับ #Tide เก็บขยะที่ จ.ภูเก็ต โดยชวนลูกค้า กลุ่มคนทั่วไปมาร่วมด้วย เพราะนอกจากเก็บขยะ พวกเขาจะได้เรียนรู้เรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ ด้วย”

“อารยา วทัญญุภาพ” ผู้ร่วมก่อตั้ง Maurice Lacroix Club Thailand ซึ่งเป็นกลุ่มที่รวมคนรักมอริส ลาครัวซ์ กล่าวเสริมว่า Maurice Lacroix Club Thailand เกิดจากการรวมตัวกันของกลุ่มคนที่มีความชื่นชอบและหลงใหลนาฬิกาเป็นอย่างมาก ทั้งยังเป็นกลุ่มคนที่มีความชื่นชมในแบรนด์มอริส ลาครัวซ์ เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และมองว่าทางแบรนด์เองก็มีศักยภาพพอที่จะเติบโตเป็นที่นิยม และรู้จักมากขึ้น

ซึ่งหลังจากที่ Maurice Lacroix Club Thailand ก่อตั้งขึ้นผ่านทาง Facebook Group ก็เริ่มมีสมาชิกเข้ามาร่วมอยู่ในคลับเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงปัจจุบันคลับมีสมาชิกราว 2.7 พันคน ตรงนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจ และความนิยมในแบรนด์มอริส ลาครัวซ์ ที่เพิ่มมากขึ้นในประเทศไทยอย่างเห็นได้ชัด

สำหรับคอลเล็กชั่น ไอคอน #ไทด์ เป็นคอลเล็กชั่นพิเศษที่มีแนวความคิดที่ดี เพราะปัญหาขยะเป็นปัญหาที่สะสมมานานแล้ว เมื่อเราทิ้งขยะ ขยะก็จะลอยลงสู่แม่น้ำ สุดท้ายก็ลงสู่ทะเล บางส่วนก็อาจถูกพัดกลับมาบนฝั่งอีก จนทำให้ความสกปรกกลับมาหาเรา

ดังนั้น สิ่งที่มอริส ลาครัวซ์ร่วมกับ #Tide จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ซึ่งเปรียบเสมือนหยดน้ำ 1 หยด และเมื่อหยดลงสู่ทะเลแล้วจะเกิดแรงกระเพื่อมเล็ก ๆ แม้จะไม่แรงมากแต่ยังดีกว่าไม่ลงมือทำอะไรเลย เราหวังเช่นนั้นจริง ๆ