ส่อง 8 งานศิลป์ชั้นครูที่ไอคอนสยาม ชูศิลปะไทยสู่อาร์ตสเปซระดับโลก

ไอคอนสยาม

ชม 8 งานศิลป์ชั้นครูสุดไอคอนิก เปิดเรื่องราววัฒนธรรมทรงคุณค่า เชิดชูศิลปะไทยสู่อาร์ตสเปซระดับโลกที่ไอคอนสยาม

วันที่ 3 ตุลาคม 2565 ไอคอนสยาม ได้ทลายกำแพงระหว่างศูนย์การค้า สู่ Public Art Space ด้วยการนำศิลปะร่วมสมัยเกือบทุกแขนง ที่บอกเล่าเรื่องราวความเป็นไทยผ่านฝีมือของศิลปินแห่งชาติ และความคิดสร้างสรรค์ของศิลปินระดับโลกมาไว้ศูนย์การค้าแห่งนี้ โดยแฝงตัวอยู่ในทุกอณูของพื้นที่ ให้ผู้ที่มาเดินช็อปปิ้งและทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมเสพงานศิลป์ชั้นครูไปด้วยกัน

เจาะเวลาจากอดีตสู่ปัจจุบันกับเสาจารึกสีทอง

เริ่มที่ชั้น G โซน ICONLUXE กับผลงาน “จารึกสัญลักษณ์สุวรรณภูมิ คือแสงแห่งปัญญา” ของ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ปรีชา เถาทอง ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ประจำปีพุทธศักราช 2552 ผลงานชิ้นนี้เป็นเสาจารึกสีทองสูง 16 เมตร 4 ต้น ถูกแต่งเเต้มด้วยงานทัศนศิลป์ลวดลายประณีตแฝงด้วยความอ่อนช้อยแต่หนักแน่นมั่นคง

โดยในตัวเสาแต่ละต้นได้บอกเล่าเรื่องราวของอาณาจักรสุวรรณภูมิอุษาคเนย์ (เอเชียตะวันออกเฉียงใหม่) ที่มีประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง ผ่านการเดินทางของวัฒนธรรมตั้งแต่ยุคบ้านเชียงไล่เรียงมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเสาดังกล่าวตั้งเด่นเป็นสง่าบริเวณประตูบานแรกริมแม่น้ำเจ้าพระยา เปรียบเสมือนประตูเมืองแห่งโลกงานศิลป์จุดแรก ที่จะคอยต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทุกมุมเมือง หลายเชื้อชาติ หลากวัฒนธรรม มาสู่ไอคอนสยาม

ไอคอนสยาม

จากพลังแห่งสายน้ำสู่ประติมากรรมกนกเปลวสามมิติ

ไม่ไกลจากจุดแรกบริเวณโซน ICONLUXE เช่นกัน จะพบกับงานประติมากรรมขนาดใหญ่ที่ Haberdashery Studio อาร์ตสตูดิโอระดับโลกจากประเทศอังกฤษได้รังสรรค์ขึ้นจากเส้นสายลายไทยออกมาเป็นรูปทรงกนกเปลวสามมิติสีเงิน-ทอง-นาก ที่อยู่ด้านบน

โดยลวดลายพลิ้วไหวและแสงระยิบที่ตกกระทบลงบนพื้นผิวของผลงาน เกิดจากการสังเกตเห็นความเปล่งประกายจากกระเบื้องเซรามิกที่สะท้อนบนผิวน้ำ ผลงานชิ้นนี้จึงชื่อว่า “แม่น้ำ” ซึ่งสะท้อนถึงพลังแห่งสายน้ำที่เคลื่อนไหวอยู่นอกอาคาร

ไอคอนสยาม

แชนเดอเลียร์พวงมาลัย

หลังจากชมประติมากรรมเรียบร้อยแล้ว บนเพดานระหว่างโถงทางเดินอาคารที่เชื่อมต่อระหว่างไอคอนสยามและโซน ICONLUXE ยังประดับด้วยแชนเดอเลียร์แก้วขนาดใหญ่ชิ้นเดียวในโลก ที่ออกแบบโดยPetra Junová ดีไซเนอร์แห่ง LASVIT บริษัทออกแบบและผลิตจากสาธารณรัฐเช็ก จากการนำเอกลักษณ์ของคนไทยในเรื่องของความโอบอ้อมอารีจนเป็นที่มาของคำว่า “รอยยิ้มเมืองสยาม” ที่เลื่องลือไปทั่วโลก มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบแชนเดอเลียร์จาก “พวงมาลัย” ที่ร้อยด้วยดอกรักและดอกมะลิ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนน้ำใจ ราวกับเป็นการต้อนรับผู้มาเยือนไอคอนสยามด้วยรอยยิ้มที่แสนอบอุ่นแบบไทย

ไอคอนสยาม

Advertisement

ลวดลายโอ่งและผนังแฝงวัฒนธรรมไทย

งานศิลปะถูกแฝงตัวอยู่ในทุกอณูของไอคอนสยามแม้กระทั่งห้องน้ำโดยเฉพาะโซนสุขสยาม ชั้น G ฝั่งภาคกลางและอีสาน ที่ได้รับเกียรติจาก “คุณวศินบุรี สุพานิชวรภาชน์” ทายาท “เถ้าฮงไถ่” โรงงานผลิตเครื่องปั้นดินเผาเก่าแก่เมืองราชบุรี มาแต่งแต้มลวดลายลงบนโอ่งที่ปั้นเองกับมือด้วยวิถีดั้งเดิม นอกจากนี้ ผนังของห้องน้ำโซนสุขสยาม ยังได้ถ่ายทอดงานจิตรกรรมไทยร่วมสมัยผ่านผลงานของกลุ่มศิลปิน Hooker’s Green ให้มีเรื่องราวแตกต่างกันตามโซนแต่ละภาค เป็นอีกหนึ่งกิมมิกให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาได้ถ่ายภาพพร้อมชมบันทึกเรื่องราวของไทยที่ควรค่าแก่การจดจำ

ด้วยการเนรมิตห้องน้ำให้เป็นอาร์ตสเปซที่ถูกตกแต่งสวยงามเป็นเอกลักษณ์แตกต่างกันไปตามแต่ละโซน ทำให้ได้รับรางวัล “สุดยอดห้องน้ำแห่งปีของกรุงเทพมหานคร” ประจำปี 2562 จากสำนักงานเขตกรุงเทพมหานคร และรางวัลมาตรฐานห้องน้ำสาธารณะอาเซียน ประจำปี 2564 จากกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

ไอคอนสยาม

ประติมากรรม “ทองหยอด” แรงบันดาลใจจากท้าวทองกีบม้า

ต่อกันที่โถงทางเดินกลาง ชั้น M ไอคอนสยามได้นำประติมากรรมทองเหลืองรูปทรง “ทองหยอด” ที่เคยถูกนำไปแสดงที่งานเทศกาลศิลปะนานาชาติที่ Venice Biennale มาแล้ว มาไว้ให้ได้ชม

ผลงานชิ้นนี้สร้างสรรค์โดย “คุณอริญชย์ รุ่งแจ้ง” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการเดินทางของท้าวทองกีบม้า ผู้คิดค้นสูตรตำรับคาวหวานแห่งกรุงศรีอยุธยา งานนี้แฝงเร้นเรื่องราวประวัติศาสตร์ทั้งในแง่สังคม และวัฒนธรรม โดยศิลปินได้เลือกใช้วัสดุทองเหลือง และนำไปผลิตที่โรงงานหล่อพระ ซึ่งทุกกระบวนการที่เลือกใช้ได้สะท้อนตัวตนแบบไทยอย่างลงตัว

ไอคอนสยาม

“เสาแห่งมงคล” สะท้อน “ธรรมะ” กับ “ธรรมชาติ”

บริเวณชั้น M และชั้น 1 ของไอคอนสยาม จะพบกับ “เสาแห่งมงคล” ทองอร่ามทั้ง 8 ต้น ซึ่งสร้างสรรค์โดย “ศาสตราจารย์ถาวร โกอุดมวิทย์” ศิลปินไทยที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาภาพพิมพ์ และมีชื่อเสียงระดับนานาชาติ โดยเส้นลวดลายต่าง ๆ บนเสาเกิดจากการประทับพิมพ์ใบไม้จากต้นไม้มงคลของไทย ได้แก่ ใบจากต้นประดู่ และต้นคูณ โดยเส้นสายสีทองบนเสาที่สะท้อนแสงสุกสกาว ซ่อนนัยความหมายระหว่าง “ธรรมะ” กับ “ธรรมชาติ” ได้อย่างลึกซึ้ง

ไอคอนสยาม

กำแพงศิลป์สไตล์อิมเพรสชันนิสม์ “แสงสยาม”

นอกจากไอคอนสยามจะรวบรวมงานศิลป์ไว้ภายในศูนย์การค้าแล้ว ด้านนอกยังมี Public Art Space ให้ได้ชมเช่นกัน โดยไฮไลต์อยู่ที่ ICONSIAM Park ชั้น 2 กับกำแพงศิลป์ “แสงสยาม” Art Wall ขนาดใหญ่ที่ทอดยาว 60 เมตร ที่ “คุณสิทธิ์วุธ ยาวิชัย” ศิลปินรุ่นใหม่นำ “กระจกสี” หนึ่งในงานของช่างสิบหมู่ของไทย งานพุทธศิลป์ที่หาดูได้ยากในปัจจุบัน มาสร้างสรรค์เป็นผลงานสไตล์อิมเพรสชันนิสม์ด้วยเทคนิคร่วมสมัย โดยเสน่ห์ของกำแพงศิลป์นี้อยู่ที่แสงเงาธรรมชาติที่สะท้อนเปลี่ยนไปแต่ละช่วงเวลา

ไอคอนสยาม

“รวมพลังความเป็นไทย” ไว้ที่ภาพขนาดยักษ์

ปิดท้ายงานศิลป์สุดไอคอนิกด้วยผลงานเทคนิคคอลลาจ (Collage) รวมพลังความเป็นไทย” บริเวณสุราลัย ฮอลล์ชั้น 7 โดย “ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประทีป สุธาทองไทย” ผู้มีชื่อเสียงด้านศิลปะภาพพิมพ์ และ Photo Collage ระดับแถวหน้า ผลงานดังกล่าวได้รวบรวมทุกมิติของความเป็นไทยในแง่มุมต่าง ๆ พร้อมภาพจากผู้คนที่บอกเล่าถึงวัฒนธรรมที่ดีงามของประเทศใน กว่า 35,000 ภาพ มารวมไว้เป็นภาพขนาดใหญ่ยักษ์ 10 x 27 เมตร จารึกด้วยคำว่า “ไทย” ตรงกลาง โดยใช้ฟอนต์ที่ให้ความรู้สึกถึงการบรรจบกันระหว่างความเก่าแก่และสมัยใหม่ พร้อมใช้แพตเทิร์นที่ได้แรงบันดาลใจจาก “ลายผ้าไทย” ด้วยดีไซน์ที่สื่อถึงความโมเดิร์นและไทยดั้งเดิม

ไอคอนสยาม