รพ.ธนบุรี ผนึก AVIC รุกเฮลท์แคร์ ผุดเวลเนส-ศูนย์มะเร็งในไทย รพ.ที่เวียดนาม

รพ.ธนบุรี ผนึก AVIC รุกเฮลท์แคร์

โรงพยาบาลธนบุรี ผนึกกำลัง AVIC พันธมิตรสัญชาติจีน รุกธุรกิจเฮลท์แคร์ ร่วมพัฒนาเวลเนสย่านพระราม 3, ศูนย์มะเร็งที่ปิ่นเกล้า และโรงพยาบาลในเวียดนาม

วันที่ 12 มกราคม 2566 บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผนึกกำลังพันธมิตรสัญชาติจีน บริษัท The Aviation Industry Corporation of China (AVIC) International Project Engineering จำกัด เพื่อร่วมลงทุนในโครงการ Van Phuc Hospital Group ที่นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม และโครงการร่วมทุนสร้างศูนย์มะเร็ง ศูนย์ดูแลฟื้นฟูผู้ป่วยหลังผ่าตัด ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุครบวงจร และศูนย์ดูแลสุขภาพองค์รวม ย่านปิ่นเกล้า

นอกจากนี้ บริษัท ไทย เมดิเคิล กรุ๊ป จํากัด (TMG) ยังได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ AVIC-INTL Project Engineering Company เพื่อพัฒนาโครงการ La Torre Medical Wellness Center พระราม 3 ด้วย

นพ.บุญ วนาสิน ประธานกรรมการบริษัท ไทย เมดิเคิล กรุ๊ป จำกัด เผยว่า ปัจจัยที่ทำให้ตกลงร่วมมือกับ AVIC เนื่องจากเป็นรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ของประเทศจีน ที่ทำธุรกิจหลายประเภท ได้แก่ อุตสาหกรรมการบิน การวิจัยและพัฒนา การค้าและระบบการจัดการขนส่งสินค้า การบริหารสินทรัพย์ การบริการทางการเงิน อุตสาหกรรมยานยนต์ การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน การบริการด้านสุขภาพ และธุรกิจพลังงาน

Advertisment

โดย AVIC มีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาธุรกิจการบริการด้านสุขภาพ พลังงานทดแทนที่ยั่งยืน และอุตสาหกรรมด้านโครงสร้างพื้นฐานใน ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะประเทศไทย

เรารู้จักกลุ่ม AVIC มาประมาณ 20 ปีแล้ว เราสนใจเรื่องเฮลท์แคร์ของเขา ซึ่งมีโรงพยาบาลในจีนถึง 50 แห่ง และที่ต่าง ๆ ทั่วโลกที่โดดเด่นมากเรื่องเทคโนโลยีในการรักษา ทั้งนี้ในปี 2565 AVIC มีรายได้รวมกว่า 3 ล้านล้านบาท โดยการร่วมมือในครั้งนี้เราลงทุนในอัตราส่วน 70-30 % หมอบุญกล่าว

สร้างโรงพยาบาลที่นครโฮจิมินห์ เวียดนาม

นพ.บุญเผยว่า ที่นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม มีการลงทุนไป 3 โรงพยาบาล รวมแล้ว 700 เตียง มูลค่ารวมกว่า 5 พันล้านบาท และปีต่อไปจะมีการลงทุนที่ฮานอย ในสเกลที่เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว รวมถึงเมืองเล็ก ๆ ด้วย

ที่โฮจิมินห์เป็นการสร้างโรงพยาบาลใหม่ 1 แห่ง และปรับปรุงพัฒนาโรงพยาบาลเก่าอีก 2 แห่ง โดยใช้บุคลากรของเวียดนามเอง ซึ่งต้องฝึกฝนค่อนข้างมาก เนื่องจากทักษะการบริการไม่ดีเท่าประเทศไทย ดังนั้น ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรจึงค่อนข้างสูง

Advertisment

นอกจากนี้ยังมีการร่วมทุนกับมหาวิทยาลัยแพทย์ของสหรัฐอเมริกาอีก 2 แห่ง ในแคลิฟอร์เนีย และฟลอริดา เพื่อให้แพทย์ที่เรียนจบมาได้กลับไปทำงานในโรงพยาบาลที่เวียดนาม

ทั้งนี้คาดว่าจะเปิดให้บริการในส่วนของโรงพยาบาลเก่าที่พัฒนาใน 6 เดือน และอีก 2 ปีข้างหน้าสำหรับโรงพยาบาลใหม่ที่กำลังสร้าง

ในส่วนของประเทศไทยจะเน้นไปที่เวลเนส ศูนย์พักฟื้นผู้สูงอายุ การป้องกันโรค และการนำโรงพยาบาลไปไว้ที่บ้าน (Telehealth) ด้วยการนำเทคโนโลยีมาช่วย ซึ่งมีทุนจดทะเบียนประมาณ 300 ล้านบาทในเบื้องต้น

เวลเนสลักเซอรี่ 6 ดาว ย่านพระราม 3

นพ.บุญกล่าวต่อว่า “La Torre Medical Wellness Center” พระราม 3 เป็นโครงการ Medical Wellness Center ระดับ world class ที่ให้บริการดูแลสุขภาพองค์รวมในรูปแบบ Luxury service ระดับ 6 ดาว มีมูลค่าการลงทุนประมาณ 4 พันล้านบาท บนที่ดิน 5 ไร่ ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา พื้นที่ใช้สอยกว่า 50,000 ตารางเมตร บริเวณฝั่งตรงข้ามบางกระเจ้า ปอดกลางเมืองหลวง ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการในอีก 2 ปีข้างหน้า

เบื้องต้นจะเป็นอาคารสูง 54 ชั้น ประกอบไปด้วยพื้นที่บริการต่าง ๆ เช่น wellness center, สโมสร, ห้องออกกำลังกายและสระว่ายน้ำ, ภัตตาคารชั้นดาดฟ้า, สวนพักผ่อนริมแม่น้ำ และท่าเรือส่วนตัวของโครงการ

ศูนย์มะเร็งเบอร์ 1 ในอาเซียนที่ปิ่นเกล้า

ในส่วนของศูนย์มะเร็ง ศูนย์ดูแลฟื้นฟูผู้ป่วยหลังผ่าตัด ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุครบวงจร และศูนย์ดูแลสุขภาพองค์รวม ย่านปิ่นเกล้า จะเป็นสถาบันมะเร็งที่ดีที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สำหรับมูลค่าการลงทุนนั้นยังไม่แน่นอนแต่อยู่ในหลักพันล้านบาท บนที่ดินขนาด 7 ไร่ และพื้นที่ใช้สอยกว่า 30,000 ตารางเมตร ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงของการออกแบบ โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการในอีก 3 ปีข้างหน้า

ที่แห่งนี้จะกลายเป็นศูนย์มะเร็งที่ครบวงจรที่สุด มีทั้งการรักษาทางยา เจเนติก จีโนม การเปลี่ยนอวัยวะ และการรักษาระดับเซลล์ โดยจะมีศูนย์ตาและศูนย์กระดูกรวมอยู่ในอาคารด้วย

สมัยนี้เราต้องเอาเชื้อมะเร็งไปตรวจ และดูว่าใช้กับยาตัวใด ซึ่งเป็นเรื่องของการฉายแสงซึ่งมีราคาค่อนข้างสูงเกี่ยวกับรังสีรักษา ประเทศไทยตอนนี้มีผู้เชี่ยวชาญด้านนี้น้อยมาก แม้มะเร็งจะมีอัตราการเสียชีวิตเป็นอันดับ 2 ในกลุ่มผู้สูงอายุก็ตาม หมอบุญกล่าว

ทั้งนี้กลุ่มเป้าหมายของโครงการในประเทศไทยจะเป็นคนไทยและคนต่างประเทศในอัตราส่วน 50% ต่อ 50% เนื่องจากต้องยอมรับว่ามีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง แต่ถือว่าคุ้มค่ากับบริการที่ได้รับ โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 60,000 บาทต่อเดือน

หมอบุญยังเผยถึงแผนในอนาคตด้วยว่า จะมีการเปิดเวลเนสผู้สูงอายุในย่านสีลมและพระราม 9 เพิ่มเติม ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนประมาณ 5 พันล้านบาท และ 2 พันล้านบาท ตามลำดับ

เทรนด์สุขภาพ ป้องกันก่อนรักษา

หมอบุญกล่าวถึงเทรนด์สุขภาพว่า หลังจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 แล้ว ทุกคนยอมรับแล้วว่าสุขภาพสำคัญที่สุด ดังนั้น การป้องกันตัวเองก่อนที่จะเจ็บป่วยจึงมีค่ามากกว่ายาและวัคซีน

นพ.พิชิต กังวลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาโรงพยาบาลธนบุรีบำรุงเมือง กล่าวเสริมว่า ความร่วมมือทั้ง 3 โครงการดังกล่าว ถือเป็นการร่วมมือในอนาคตอันใกล้

ในปัจจุบันคนกำลังให้ความสนใจเรื่องการดูแลตัวเองไม่ให้ป่วย และการมีชีวิตยืนยาวด้วยสุขภาพที่ดี ดังนั้น ต้องป้องกันโรคก่อนที่จะเกิดขึ้น ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของเวลเนส ทั้งการตรวจสุขภาพทั่วไปและเชิงลึก

ไม่ว่าจะเป็นการกินอาการ การออกกำลังกายอย่างถูกต้องตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ความแข็งแรงของกระดูกและกล้ามเนื้อ ไปจนถึงความแข็งแรงของหัวใจ

ถ้าหากหลีกเลี่ยงไม่ได้และต้องป่วยจริง ๆ ก็ควรชะลอออกไปให้ได้นานที่สุด ให้มีอายุยืนนานที่สุด ผ่านการเปลี่ยนแปลงของตัวเอง สิ่งนี้คือแนวโน้มของเวลเนสที่เกิดขึ้นทั่วโลก